bitkub-banner

Bitcoin ETF แผ่วปลาย! เงินไหลเข้าเพียง 619 ล้านดอลลาร์ เซ่นพิษน้ำมันพุ่ง-สงครามตะวันออกกลาง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ยอดเงินไหลเข้ากองทุนคริปโตสัปดาห์ล่าสุดเหลือ 619 ล้านดอลลาร์ หลังเจอแรงเทขายท้ายสัปดาห์จากข่าวสงคราม
  • Bitcoin ยังครองแชมป์เงินเข้าสูงสุด ส่วน XRP อาการหนักโดนเทขายสวนตลาด
  • ความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันพุ่ง ดันเงินเฟ้อและกดดันให้ Bitcoin ร่วงตามตลาดหุ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

ตราบใดที่ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงและสถานการณ์สงครามยังไม่คลี่คลาย Bitcoin จะยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง เพราะความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออาจทำให้ธนาคารกลางตรึงดอกเบี้ยไว้นานขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดคริปโตต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก แม้จะเปิดหัวมาได้อย่างสวยงามด้วยเม็ดเงินไหลเข้ากองทุน สูงถึง 1.44 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 3 วันแรก แต่สุดท้ายกลับแผ่วปลายเหลือยอดสุทธิเพียง 619 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

James Butterfill หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinShares รายงานว่า Bitcoin ยังคงเป็นพระเอกที่กวาดเม็ดเงินไปได้ถึง 521 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Ethereum และ Solana ที่ยังได้รับความสนใจ ในขณะที่ XRP เป็นเหรียญหลักเพียงตัวเดียวที่เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ เมื่อสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านตึงเครียดขึ้น จนมีข่าวการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ทำให้นักลงทุนสถาบันเริ่ม “ลดความเสี่ยง” เทขายสินทรัพย์ออกมาเพื่อถือเงินสด ส่งผลให้ Bitcoin ที่เคยพุ่งไปแตะ 73,648 ดอลลาร์ ร่วงลงมาเทรดแถวๆ 67,777 ดอลลาร์

Nima Beni จาก Bitlease มองว่านี่เป็นเรื่องปกติของการบริหารพอร์ตลงทุน ที่เมื่อกำไรแล้วก็ต้องขายทำรอบเมื่อเจอปัจจัยเสี่ยง ในขณะที่ Jonatan Randin จาก PrimeXBT และ Georgii Verbitskii จาก TYMIO เห็นตรงกันว่า Bitcoin ยังคงทำตัวเป็นสินทรัพย์เสี่ยง ที่แปรผันตามตลาดหุ้น เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงจนสร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ย Bitcoin จึงโดนหางเลขไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา: decrypt


Bitcoin ช่วงนี้ทำตัวเหมือนหุ้น Tech มากกว่าทองคำครับ คืออ่อนไหวต่อข่าวสงครามและดอกเบี้ยมาก ใครที่คิดว่า Bitcoin จะพุ่งสวนสงครามอาจต้องคิดใหม่ เพราะในระยะสั้น “Cash is King” สำหรับนักลงทุนสถาบันเสมอ แต่ถ้ามองในมุมของ Nima Beni ก็น่าสนใจครับว่า การที่สถาบันต้องขาย Bitcoin เพราะกลัวปิดช่องแคบเดินเรือ มันสะท้อนว่าระบบการเงินเก่ายังยึดติดกับโลกกายภาพมากแค่ไหน ทั้งที่ Bitcoin ไม่ต้องง้อเรือขนส่งสักลำ ถ้าผ่านช่วงตกใจนี้ไปได้ ผมเชื่อว่า Bitcoin จะกลับมาพิสูจน์ตัวเองในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่อิงกับระบบเดิมได้ครับ