สรุปข่าว
- ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) สหรัฐฯ เดือนล่าสุด อยู่ที่ 0% ต่ำกว่าตลาดคาดไว้ที่ 1.1% แต่ดีขึ้นอย่างมากจากเดือนก่อนที่ -1.4%
- ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) รายปีและรายเดือนออกมาตามคาดที่ 3.1% YoY และ 0.4% MoM สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
- ตัวเลขรวมบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ทำให้ตลาดลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยเร็ว และเป็นแรงกดดันระยะสั้นต่อ Bitcoin และ Ethereum
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ฟื้นตัวดีกว่าเดือนก่อนหน้า ประกอบกับดัชนี PCE ที่ยังคงอยู่สูง ทำให้ตลาดประเมินว่า Fed ไม่มีเหตุผลเร่งด่วนที่จะลดดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า และนักลงทุนอาจหันหาสินทรัพย์ปลอดภัยแทน ส่งผลให้ Bitcoin และ Ethereum อาจเผชิญแรงขายในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 เวลา 20:30 น. ตามเวลาไทย (8:30 AM EST) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) ประจำเดือนล่าสุด ออกมาที่ 0% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.1% แม้จะฟื้นตัวขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญจากตัวเลขเดือนก่อนที่ -1.4% นอกจากนี้ยังมีการรายงานดัชนี PCE พื้นฐานรายปี (Core PCE Price Index YoY) ออกมาที่ 3.1% ตามคาด และรายเดือน (MoM) ที่ 0.4% ตามคาดเช่นกัน
สินค้าคงทน คือสินค้าที่มีอายุการใช้งานเกิน 3 ปี เช่น เครื่องจักรในโรงงาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และเครื่องบิน ยอดสั่งซื้อสินค้าประเภทนี้จึงสะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในการลงทุนระยะยาว และเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในฝั่งภาคการผลิต ทั้งนี้นักวิเคราะห์มักให้ความสำคัญกับตัวเลข Core Capital Goods Orders ซึ่งตัดรายการเครื่องบินและอาวุธออก เพราะยอดสั่งซื้อเครื่องบินจากบริษัทอย่าง Boeing มักผันผวนรายเดือนอย่างมากจนทำให้ตัวเลขรวมบิดเบือนได้
ฟื้นตัวจากเดือนก่อน แต่ยังต่ำกว่าคาด บ่งชี้อะไรเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ
แม้ตัวเลข 0% จะดูไม่น่าตื่นเต้น แต่เมื่อเทียบกับเดือนก่อนที่ติดลบถึง -1.4% ถือว่าเป็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน ความหมายที่ซ่อนอยู่คือภาคธุรกิจสหรัฐฯ ยังคงมีการสั่งซื้อสินค้าเพื่อการลงทุนอยู่ ไม่ได้ตัดงบอย่างกะทันหัน สัญญาณนี้บอกว่าบริษัทต่างๆ ยังมองว่าอนาคตเศรษฐกิจพอรับได้ และยังไม่ได้เข้าสู่โหมดหดตัวของการลงทุน อย่างไรก็ตาม การที่ตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดที่ 1.1% สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนการลงทุนยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะทำให้ตลาดกลับมามองโลกในแง่ดีว่า Fed จะเร่งลดดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน ดัชนี PCE พื้นฐานที่ออกมาตามคาดทั้งรายปีที่ 3.1% และรายเดือนที่ 0.4% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 3.0% YoY นั้น ยืนยันว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของ Fed อย่างชัดเจน รูปภาพรวมจึงเป็นภาพของเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่งพอที่ Fed จะไม่รีบลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้
ผลกระทบต่อ Bitcoin และตลาดคริปโต
ณ ช่วงเวลาที่ข้อมูลนี้ออกมา Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว $72,404 ปรับตัวขึ้น 2.79% ในช่วง 24 ชั่วโมง ส่วน Ethereum อยู่ที่ $2,130.22 ขึ้น 3.15% การที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนฟื้นตัวดีกว่าเดือนก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ทำให้ตลาดลดความคาดหวังว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งขึ้น และนักลงทุนบางส่วนอาจหันไปถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า
สำหรับตลาดคริปโต ภาวะที่ Fed ยังคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดนั้นโดยทั่วไปไม่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum ในระยะสั้น เพราะต้นทุนโอกาสของการถือสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยยังคงสูง อย่างไรก็ตาม ตัวเลข PCE ที่ออกมาตามคาดและไม่ได้ร้อนแรงกว่าที่ตลาดคาด ช่วยลดแรงกดดันฝั่งเงินเฟ้อบางส่วนได้ ทำให้ผลกระทบเชิงลบอาจไม่รุนแรงมากนัก
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลขชุดนี้ไม่ได้น่ากลัวขนาดที่จะเห็นการร่วงหนักในตลาดคริปโต แต่ก็ไม่ได้ให้ฝั่งขาขึ้นมีเหตุผลดีพอที่จะดันราคาต่อในระยะสั้น ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือ PCE รายปีขยับจาก 3.0% มาเป็น 3.1% ซึ่งแม้จะตามคาด แต่ก็บอกว่าเงินเฟ้อไม่ได้ลงเร็วอย่างที่หลายคนหวัง ผมแนะนำให้จับตาการประชุม Fed ครั้งถัดไปว่าจะมีการส่งสัญญาณอะไรใหม่หรือเปล่า เพราะถ้า Fed ยังย้ำจุดยืนดอกเบี้ยสูงต่อไป แรงซื้อในตลาดคริปโตอาจหยุดชะงักได้ สำหรับคนที่ถือ Bitcoin อยู่ตอนนี้ ผมมองว่าโซน $70,000 เป็นแนวรับสำคัญที่ควรจับตา ถ้าหลุดลงไปอาจเห็นแรงขายตามมาพอสมควร
เครดิตภาพจาก @ab_ad68690
📅 ผู้ที่สนใจดูปฏิทินเศรษฐกิจ สามารถดูได้ที่นี่

