สรุปบทความ
- ความเสียหายจากคริปโตสแกมปี 2025 สูงเกิน 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ กลโกงที่ใช้ AI ทำกำไรมากกว่าแบบดั้งเดิม 4.5 เท่า และกลโกงปลอมตัวตนเพิ่มขึ้น 1,400%
- 5 กลโกงยอดฮิตปี 2026 ได้แก่ AI Deepfake Video Call, Fake AI Trading Bot, Address Poisoning (สูญเสียรวมกว่า $136 ล้านใน 3 กรณี), Social Media Airdrop Phishing และ Pig Butchering ผ่านแอปหาคู่
- วิธีป้องกันสำคัญที่สุดคือ ตรวจสอบที่อยู่กระเป๋าเงินทุกตัวอักษร ห้ามโอนตามคำขอจากวิดีโอคอล ตรวจสอบใบอนุญาตแพลตฟอร์ม และปรึกษาคนรอบข้างก่อนลงทุนจำนวนมาก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา NEUTRAL
บทความนี้เป็น Neutral เนื่องจากเป็นเนื้อหาเชิงให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตัวจากกลโกง ไม่ได้ส่งผลต่อราคาคริปโตโดยตรง แต่การที่ความเสียหายจากสแกมสูงถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์อาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนหน้าใหม่ในระยะยาว
ปี 2025 เพิ่งผ่านไป แต่ตัวเลขความเสียหายจากการฉ้อโกงในวงการคริปโตทำลายสถิติใหม่อย่างน่าตกใจ Chainalysis ประเมินว่ามูลค่าความเสียหายรวมจากคริปโตสแกมในปี 2025 อาจสูงเกิน 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.95 แสนล้านบาท ยอดการจ่ายเงินโดยเฉลี่ยให้กับมิจฉาชีพเพิ่มขึ้น 253% จาก $782 เป็น $2,764 ต่อครั้ง และกลโกงที่ใช้ AI ทำกำไรได้มากกว่าแบบดั้งเดิมถึง 4.5 เท่า
ที่น่ากลัวกว่านั้น กลโกงการปลอมแปลงตัวตน (impersonation scams) ซึ่งมักใช้ AI เพิ่มขึ้นถึง 1,400% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ได้มาในรูปแบบที่คุณคุ้นเคยอีกต่อไป พวกเขาใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย สร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นระบบ และโจมตีจุดอ่อนทางจิตวิทยาของเหยื่อ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 5 กลโกงคริปโตยอดฮิตที่เกิดขึ้นจริงในปี 2025-2026 พร้อมวิธีป้องกันตัวแบบ step-by-step
1. AI Deepfake Video Call Scam วิดีโอคอลปลอมที่แยกไม่ออก

ลองจินตนาการว่าคุณได้รับวิดีโอคอลจากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน หน้าตาเหมือน เสียงเหมือน ท่าทางเหมือน ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติ แต่คนที่คุณกำลังคุยด้วยไม่ใช่คนจริง เทคโนโลยี Deepfake ได้พัฒนาถึงจุดที่สามารถสร้างวิดีโอแบบเรียลไทม์ของใครก็ได้ภายในไม่กี่นาทีด้วยค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย การโคลนเสียงต้องการเสียงตัวอย่างเพียง 30 ถึง 90 วินาทีเท่านั้น
เหตุการณ์จริง ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้ต้องสงสัย 27 รายในคดีหลอกลวงโรแมนซ์คริปโตที่ใช้ Deepfake มูลค่าความเสียหายประมาณ 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 พันล้านบาท) มิจฉาชีพใช้ AI สร้างใบหน้าและเสียงปลอมเพื่อชักจูงเหยื่อให้โอนคริปโตไปยังกระเป๋าเงินนอกแพลตฟอร์ม ในเดือนธันวาคม 2025 สำนักงานอัยการเขตบรูคลินยังได้ฟ้องร้อง Ronald Spektor วัย 23 ปี ที่ปลอมเป็นตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าของ Coinbase หลอกลวงเหยื่อไปเกือบ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วิธีป้องกัน
- ห้ามโอนคริปโตตามคำขอจากวิดีโอคอลเด็ดขาด แม้จะเห็นหน้าคนรู้จัก ให้วางสายแล้วโทรกลับผ่านเบอร์ที่คุณบันทึกไว้เอง
- ตั้ง “รหัสลับ” หรือ “คำถามยืนยัน” กับเพื่อนร่วมงานหรือคนในครอบครัว เพื่อใช้ตรวจสอบตัวตนเมื่อมีการขอโอนเงินผ่านวิดีโอคอล
- สังเกตสัญญาณ Deepfake เช่น การกะพริบตาที่ผิดปกติ ขอบใบหน้าเบลอหรือกระตุก เสียงกับปากไม่ตรงกัน หรือแสงเงาที่ไม่สมจริง
- ทำธุรกรรมขนาดใหญ่ต้องมีการอนุมัติมากกว่า 1 คนเสมอ อย่าให้อำนาจการโอนอยู่ในมือคนเดียว
2. Fake AI Trading Bot Scam บอทเทรดมหัศจรรย์ที่สุดท้ายคือแชร์ลูกโซ่

“AI Agent เทรดได้กำไร 500% ภายใน 30 วัน” “ระบบ AI วิเคราะห์ตลาดอัตโนมัติ การันตีกำไรไม่มีขาดทุน” ข้อความแบบนี้ท่วมโซเชียลมีเดียในปี 2025-2026 มิจฉาชีพโปรโมตซอฟต์แวร์การซื้อขายอัตโนมัติที่อ้างว่าใช้ AI ขั้นสูง แต่ในความเป็นจริงคือกลโกงแบบ Rug Pull ที่เงินของเหยื่อจะหายไปในพริบตา
วิธีการทำงานของกลโกงนี้ มิจฉาชีพจะสร้างแพลตฟอร์มที่ดูน่าเชื่อถือ มีแดชบอร์ดแสดงผลกำไรปลอม เหยื่อที่ลงทุนในรอบแรกอาจได้ “กำไร” จริง (จ่ายจากเงินของเหยื่อรายใหม่ เหมือนแชร์ลูกโซ่ทุกประการ) เมื่อเหยื่อเชื่อมั่นและเพิ่มเงินลงทุน หรือชวนเพื่อนมาลงทุนเพิ่ม มิจฉาชีพก็จะปิดเว็บหนีไปพร้อมกับเงินทั้งหมด จากข้อมูลของ Chainalysis กลโกงที่ใช้ AI ทำรายได้เฉลี่ย 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปฏิบัติการ เทียบกับ 719,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับกลโกงที่ไม่ใช้ AI
วิธีป้องกัน
- จำหลักการเดียวไว้ให้ขึ้นใจ ไม่มีระบบใดในโลกที่ “การันตีกำไร” ได้ ถ้าใครพูดแบบนี้ มีโอกาสเกือบ 100% ที่เป็นกลโกง
- ตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เชื่อถือได้หรือไม่ โดยเข้าไปตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตที่เว็บไซต์ sec.or.th
- ค้นหาชื่อแพลตฟอร์มตามด้วยคำว่า “scam” หรือ “โกง” ใน Google และ Reddit ก่อนลงทุนทุกครั้ง
- ระวังการชักชวนจากคนรู้จักที่อ้างว่าได้กำไรจริง เพราะในโครงสร้างแชร์ลูกโซ่ เหยื่อรอบแรกอาจเชื่อจริง ๆ ว่าระบบใช้งานได้
3. Address Poisoning กลโกงที่แค่ “ก๊อปที่อยู่ผิด” ก็สูญเงินหลายสิบล้านดอลลาร์

นี่อาจเป็นกลโกงที่ร้ายกาจที่สุดในรายการนี้ เพราะมันโจมตีพฤติกรรมที่เราทุกคนทำเป็นประจำ นั่นคือการคัดลอกที่อยู่กระเป๋าเงินจากประวัติการทำธุรกรรม
วิธีการทำงาน มิจฉาชีพจะส่ง transaction มูลค่า $0 หรือจำนวนน้อยมากจากที่อยู่กระเป๋าเงินที่สร้างขึ้นมาใหม่ โดยทำให้ตัวอักษรหน้าและหลังของที่อยู่เหมือนกับที่อยู่ที่คุณเคยโอนหา เมื่อคุณเปิดประวัติธุรกรรมแล้วคัดลอกที่อยู่โดยดูแค่ตัวอักษรต้นกับท้าย คุณอาจคัดลอกที่อยู่ของมิจฉาชีพไปโดยไม่รู้ตัว
เหตุการณ์จริง ในเดือนธันวาคม 2025 มีผู้ใช้รายหนึ่งสูญเสีย USDT ไปประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการหลอกลวงแบบ Address Poisoning นับเป็นหนึ่งในกรณีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยตรวจพบ เหยื่อได้ทำการโอนทดสอบเล็กน้อยก่อน จากนั้นจึงโอนจำนวนเต็มไปยังที่อยู่ของมิจฉาชีพ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 มีผู้ใช้คริปโตสองรายสูญเสียเงินรวม 62 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกลโกงเดียวกัน และในเดือนมีนาคม 2026 ผู้ถือคริปโตรายหนึ่งชื่อ “Sillytuna” สูญเสีย aEthUSDC ไปประมาณ 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการข่มขู่ด้วยความรุนแรงด้วย
รวมเฉพาะ 3 กรณีนี้ ความเสียหายจาก Address Poisoning สูงถึง 136 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.76 พันล้านบาท
วิธีป้องกัน
- ห้ามคัดลอกที่อยู่กระเป๋าเงินจากประวัติธุรกรรมเด็ดขาด ให้ใช้สมุดที่อยู่ (Address Book) ของกระเป๋าเงินหรือเว็บกระดานเทรดแทน
- ตรวจสอบที่อยู่ทุกตัวอักษรก่อนกดยืนยัน ไม่ใช่แค่ 4-5 ตัวแรกกับ 4-5 ตัวหลัง ต้องเช็คตัวอักษรตรงกลางด้วย
- ใช้ฟีเจอร์ Whitelist Address บนเว็บกระดานเทรดหรือ Hardware Wallet เพื่อจำกัดการโอนเฉพาะที่อยู่ที่ผ่านการยืนยันแล้ว
- เมื่อโอนจำนวนเงินมาก ให้ส่งทดสอบจำนวนน้อยก่อน แล้วรอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าได้รับจริง ก่อนส่งจำนวนเต็ม
4. Social Media Airdrop Phishing แจกของฟรีที่ต้องแลกด้วยทรัพย์สินทั้งหมด

“รับ Airdrop ฟรี จาก [ชื่อโปรเจกต์ดัง] แค่เชื่อมต่อกระเป๋าเงิน” ข้อความแบบนี้ปรากฏบน X (Twitter), Discord และ Telegram ทุกวัน ในปี 2026 กลโกง Airdrop มีความซับซ้อนสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยมิจฉาชีพใช้ AI ในการสร้างเว็บไซต์ปลอม สร้าง whitepaper ปลอม ทำ GitHub commits ปลอม และจำลองการมีส่วนร่วมบน Discord จนแทบแยกไม่ออกจากโปรเจกต์จริง
วิธีการทำงาน มิจฉาชีพจะสร้างบัญชีปลอมที่ดูเหมือนบัญชีทางการของโปรเจกต์คริปโตชื่อดัง จากนั้นโพสต์ประกาศแจก Airdrop พร้อมลิงก์ไปยังเว็บไซต์ปลอม เมื่อเหยื่อเชื่อมต่อกระเป๋าเงินและอนุมัติ Smart Contract มิจฉาชีพจะสามารถดูดเงินหรือ NFT ออกจากกระเป๋าเงินของเหยื่อได้ทันที บางกรณีเหยื่อแค่ลงนาม (sign) ข้อความที่ดูไม่เป็นอันตราย แต่จริง ๆ แล้วเป็นการอนุมัติให้เข้าถึงสินทรัพย์ทั้งหมด
วิธีป้องกัน
- ตรวจสอบ URL ให้ละเอียด โปรเจกต์จริงจะไม่ใช้ลิงก์ที่มีตัวอักษรแปลก ๆ เช่น “uniswap-claim.xyz” แทน “uniswap.org” ให้เข้าจากเว็บไซต์ทางการเท่านั้น
- ห้ามเชื่อมต่อกระเป๋าเงินหลัก (ที่มีสินทรัพย์จำนวนมาก) กับเว็บไซต์ที่ไม่แน่ใจ ใช้กระเป๋าเงินแยกต่างหากสำหรับ Airdrop โดยเฉพาะ และเก็บเงินในนั้นเท่าที่พร้อมจะเสีย
- อ่าน Smart Contract ที่ขอให้คุณอนุมัติอย่างละเอียด ถ้าเห็นคำว่า “Approve All” หรือ “Set Approval For All” ให้ตั้งข้อสงสัยทันที
- ใช้เครื่องมือตรวจสอบเช่น Revoke.cash เพื่อเช็คและถอนสิทธิ์การเข้าถึง (token approvals) ที่เคยอนุมัติไว้เป็นประจำ
- Airdrop ส่วนใหญ่ที่เป็นของจริงจะไม่ขอให้คุณส่งเงินก่อน หรือเชื่อมต่อกระเป๋าเงินผ่านลิงก์ใน DM
5. Pig Butchering Scam ผ่านแอปหาคู่ ขุนให้อ้วนแล้วเชือด

กลโกงที่ FBI เรียกว่าเป็น “หนึ่งในรูปแบบการฉ้อโกงที่แพร่หลายและสร้างความเสียหายมากที่สุดในปัจจุบัน” คือ Pig Butchering หรือที่แปลตรง ๆ ว่า “เชือดหมู” (杀猪盘 / Shā Zhū Pán) มีต้นกำเนิดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังขยายวงกว้างอย่างน่าตกใจ
วิธีการทำงาน มิจฉาชีพจะเข้าหาเหยื่อผ่านแอปหาคู่อย่าง Tinder, Hinge, eHarmony หรือโซเชียลมีเดียเช่น Instagram, LinkedIn, TikTok, WhatsApp, Facebook และ X จากนั้นจะสร้างความสัมพันธ์อย่างอดทน อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนในการ “ขุน” เหยื่อ สร้างความไว้วางใจ พูดคุยเรื่องชีวิต ความฝัน ก่อนค่อย ๆ ชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มคริปโตปลอม เหยื่อจะเห็นกำไรบนหน้าจอ (ซึ่งเป็นตัวเลขปลอม) จนมั่นใจและเพิ่มเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ กว่าจะรู้ตัวก็สูญเสียเงินไปจำนวนมหาศาลแล้ว
ตัวเลขที่น่าสะพรึง Chainalysis รายงานว่าในปี 2025 กลโกง Pig Butchering เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในเดือนมกราคม 2026 เพียงเดือนเดียว รายงานความเสียหายจากกลโกงนี้มีมูลค่ารวม 370.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในต้นปี 2026 Daren Li ได้รับโทษจำคุก 20 ปีในสหรัฐอเมริกา ในข้อหานำเครือข่ายฉ้อโกงคริปโตที่หลอกลวงเหยื่อไปกว่า 73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ FBI ยังได้ดำเนินการ “Operation Level Up” ตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 โดยแจ้งเตือนเหยื่อ 8,103 รายภายในเดือนธันวาคม 2025 และประเมินว่าสามารถช่วยประหยัดเงินเหยื่อได้ถึง 511.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วิธีป้องกัน
- ระวังคนแปลกหน้าที่ทักมาพูดคุยเรื่องการลงทุนบนแอปหาคู่หรือโซเชียลมีเดีย คนรักจริงไม่ชวนลงทุนคริปโตตั้งแต่เดือนแรกที่รู้จักกัน
- ห้ามลงทุนผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล ตรวจสอบรายชื่อที่ sec.or.th หรือหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศนั้น ๆ
- ถ้า “กำไร” ที่เห็นบนหน้าจอถอนออกมาไม่ได้ หรือต้อง “จ่ายค่าภาษี” ก่อนถอนเงิน นั่นคือกลโกง 100%
- พูดคุยกับคนรอบข้างที่คุณไว้ใจก่อนตัดสินใจลงทุน กลโกง Pig Butchering ได้ผลเพราะเหยื่อมักเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
- ลอง Reverse Image Search รูปโปรไฟล์ของคนที่คุยด้วย มิจฉาชีพมักใช้รูปขโมยมาจากโซเชียลมีเดียของคนอื่น
เช็คลิสต์ก่อนโอนคริปโต ทำทุกครั้งก่อนกดยืนยัน
ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์ในวงการคริปโตมานานแค่ไหน การปฏิบัติตามเช็คลิสต์นี้ทุกครั้งจะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก
- ตรวจสอบที่อยู่ปลายทางทุกตัวอักษร อย่าดูแค่ตัวต้นกับตัวท้าย ให้เช็คตัวอักษรตรงกลางด้วย และใช้ Address Book แทนการคัดลอกจากประวัติธุรกรรม
- ถามตัวเองว่า “ใครขอให้ฉันโอน?” ถ้าคำตอบคือคนที่ติดต่อมาทางออนไลน์ที่ไม่เคยเจอตัว หรือคนรู้จักที่ติดต่อมาผ่านช่องทางผิดปกติ ให้หยุดและตรวจสอบ
- มีการ “รีบ” หรือ “กดดัน” ให้โอนเร็วหรือไม่? มิจฉาชีพมักสร้างความเร่งด่วนปลอม เช่น “โอกาสหมดในอีก 1 ชั่วโมง” หรือ “ราคาจะขึ้นอีกไม่กี่นาที” การลงทุนที่ดีไม่จำเป็นต้องตัดสินใจภายในนาที
- แพลตฟอร์มมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลหรือไม่? ตรวจสอบที่ sec.or.th สำหรับประเทศไทย
- “การันตีกำไร” หรือ “ไม่มีความเสี่ยง” หรือไม่? ถ้าใช่ เป็นกลโกงเกือบ 100% การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง
- ได้ปรึกษาคนที่ไว้ใจแล้วหรือยัง? ก่อนโอนจำนวนเงินมาก ให้ปรึกษาคนรอบข้างที่เข้าใจเรื่องคริปโต หรืออย่างน้อยก็คนที่จะให้มุมมองที่เป็นกลาง
- ใช้ 2FA และ Hardware Wallet หรือยัง? เปิดการยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอนบนทุกบัญชี และเก็บสินทรัพย์จำนวนมากใน Hardware Wallet ที่ไม่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา
อย่าลืมว่า Bitcoin ATM ก็เป็นช่องทางหลอกลวง
นอกจาก 5 กลโกงข้างต้น FBI ยังเตือนเป็นพิเศษเกี่ยวกับการใช้เครื่อง Bitcoin ATM ว่าเป็นแหล่งดึงดูดสำหรับมิจฉาชีพที่หลอกลวงผู้คนให้ส่งเงิน บางกรณีคือเงินออมทั้งชีวิต ไปต่างประเทศ มิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจ แล้วบอกให้เหยื่อไปฝากเงินผ่าน Bitcoin ATM เพื่อ “ปกป้องบัญชี” หรือ “จ่ายค่าปรับ” ข้อมูลจากชุมชนคริปโตใน Reddit ยังแสดงให้เห็นว่าประเด็น scam ผ่าน Bitcoin ATM ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก สะท้อนว่าปัญหานี้ส่งผลกระทบในวงกว้าง
หลักการง่าย ๆ คือ หน่วยงานราชการที่แท้จริงจะไม่มีวันขอให้คุณจ่ายเงินผ่าน Bitcoin ATM เด็ดขาด
สรุปและสิ่งที่ควรทำต่อจากนี้
ทั้ง 5 กลโกงที่กล่าวมา มีจุดร่วมเดียวกันคือการโจมตีจุดอ่อนทาง “จิตวิทยา” ของเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นความโลภ (Fake AI Bot), ความไว้วางใจ (Deepfake, Pig Butchering), ความเคยชิน (Address Poisoning) หรือความอยากได้ของฟรี (Airdrop Phishing) มิจฉาชีพในปี 2026 ไม่ต้องเจาะระบบที่ซับซ้อน พวกเขาแค่ต้อง “เจาะ” ความรู้สึกของคุณ
สิ่งที่ควรทำตอนนี้
- แชร์บทความนี้ให้คนรอบข้างที่ใช้คริปโตหรือกำลังสนใจจะเริ่มลงทุน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักตกเป็นเป้าหมายของ Pig Butchering และ Bitcoin ATM scam
- เข้าไปตรวจสอบ token approvals ในกระเป๋าเงินของคุณวันนี้ผ่าน Revoke.cash แล้วถอนสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นออก
- ตั้ง “รหัสลับ” กับครอบครัวและเพื่อนร่วมงานสำหรับยืนยันตัวตนเมื่อมีการขอโอนเงินผ่านทางออนไลน์
- ติดตามข่าวสารจาก ก.ล.ต. ไทย (sec.or.th) และ FBI (fbi.gov) เพื่ออัปเดตรูปแบบกลโกงใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ
ความเห็นผู้เขียน
ผมเขียนเรื่องคริปโตมาหลายปี และยอมรับว่าบางกลโกงในบทความนี้ แม้แต่ผมเองก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ถ้าเผลอแม้แต่วินาทีเดียว โดยเฉพาะ Address Poisoning ที่มันอาศัยพฤติกรรมที่เราทำจนเป็นนิสัย นั่นคือการก๊อปที่อยู่จากประวัติ ไม่มีใครคิดว่าที่อยู่ในประวัติธุรกรรมของตัวเองจะเป็นของมิจฉาชีพ
สิ่งที่ผมอยากเน้นคือ มิจฉาชีพไม่ได้โง่ พวกเขาลงทุนกับเทคโนโลยี AI ไม่น้อยกว่าบริษัทเทคชั้นนำ ตัวเลขจาก Chainalysis ที่บอกว่ากลโกงใช้ AI ทำกำไรมากกว่าแบบดั้งเดิม 4.5 เท่า มันน่ากลัวเพราะมันหมายความว่ามิจฉาชีพจะยิ่งลงทุนกับ AI มากขึ้น และกลโกงจะซับซ้อนขึ้นไปอีกในอนาคต
แต่ท้ายที่สุดแล้ว เทคโนโลยีจะล้ำแค่ไหนก็ตาม กลโกงทุกรูปแบบยังคงอาศัย “ช่วงเวลาที่เราเผลอ” ไม่ว่าจะเป็นเผลอเชื่อ เผลอโลภ เผลอรีบ หรือเผลอไม่เช็ค การตั้งสติและปฏิบัติตามเช็คลิสต์ทุกครั้งก่อนกดยืนยัน แม้จะรู้สึกว่ายุ่งยาก แต่มันคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่คุณมี ดีกว่าต้องมานั่งเสียใจทีหลังครับ
ภาพจาก AI

