bitkub-banner

ไฟล์ลับ 16 ปี! เผย Satoshi Nakamoto ไม่ใช่ Bitcoin Maximalist ตั้งแต่แรก-แถมสนับสนุน Altcoins ด้วย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Eli Ben-Sasson เผยแพร่หลักฐานจากเว็บบอร์ดเมื่อ 16 ปีก่อนที่พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้สร้าง Bitcoin มีวิสัยทัศน์ที่เปิดกว้างและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายบล็อกเชนทางเลือก
  • Satoshi Nakamoto และ Hal Finney เคยถกเถียงกันเรื่องโปรเจกต์ BitDNS โดยมองว่าการสร้างบล็อกเชนแยกต่างหากเพื่อรองรับบริการใหม่ๆ เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและเป็นการขยายระบบนิเวศ
  • แนวคิดดั้งเดิมของผู้สร้างเครือข่ายสวนทางกับกลุ่มผู้เชื่อมั่นสุดโต่งในปัจจุบันที่มักจะมองว่าคริปโตเคอร์เรนซีสกุลอื่นนอกจาก BTC เป็นสิ่งหลอกลวงหรือไร้ประโยชน์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

ข่าวนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับนักลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐานหรือความต้องการซื้อขายเหรียญแต่อย่างใด การถกเถียงเรื่องวิสัยทัศน์ของ Satoshi จึงเป็นเพียงกระแสในโซเชียลมีเดียที่ไม่มีน้ำหนักพอจะสร้างความผันผวนให้กับราคาในระยะสั้น

Eli Ben-Sasson ผู้ก่อตั้ง Starknet และผู้ร่วมก่อตั้ง Zcash ได้จุดประกายการสนทนาครั้งใหม่เกี่ยวกับมรดกของผู้สร้าง Bitcoin อย่าง Satoshi Nakamoto โดยต้นเหตุมาจากภาพหน้าจอที่ถูกบันทึกไว้จากกระดานสนทนา Bitcoin Talk เมื่อ 16 ปีก่อน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่านักพัฒนา Bitcoin ในยุคแรกเริ่มไม่เพียงแต่อนุญาตแต่ยังยินดีต้อนรับการสร้างบล็อกเชนทางเลือกอื่นๆ อีกด้วย

ย้อนกลับไปในตอนนั้น Hal Finney ซึ่งเป็นผู้รับโอน Bitcoin คนแรกกำลังถกเถียงอย่างแข็งขันเกี่ยวกับโปรเจกต์ BitDNS หรือ Namecoin ในอนาคต และได้เสนอให้เปิดตัวในลักษณะของการแยกเครือข่ายออกจาก Bitcoin เพื่อสร้างบล็อกเชนแยกต่างหากที่สามารถใช้เหรียญ BTC ในการซื้อขายได้ ข้อสันนิษฐานที่ว่า Satoshi สนับสนุน Altcoin ตามที่ Ben-Sasson กล่าวนั้นสามารถสร้างขึ้นจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์หลายประการ ตัวอย่างเช่น Satoshi ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการสนทนาเรื่อง BitDNS ด้วยตนเองและคัดค้านแนวคิดที่จะบันทึกข้อมูลชื่อโดเมนลงบนบล็อกเชนหลักของ Bitcoin

นอกจากนี้ Satoshi ยังเคยเสนอเทคโนโลยีที่จะช่วยให้โปรเจกต์ใหม่ๆ สามารถอยู่รอดได้โดยไม่สูญเสียความปลอดภัย ซึ่งจะทำให้นักขุดสามารถขุด Bitcoin และเหรียญทางเลือกไปพร้อมๆ กันได้ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าเขาแสวงหาการพึ่งพาอาศัยกันของเครือข่ายมากกว่าการกำจัดคู่แข่ง ในท้ายที่สุดทั้ง Satoshi และ Finney ต่างก็มองว่า Bitcoin เป็นรากฐานที่สามารถนำบริการอื่นๆ มาสร้างต่อยอดได้ แนวคิดการใช้ BTC ซื้อโทเคนที่ Finney พูดถึงได้วางรากฐานให้กับเศรษฐกิจคริปโตยุคใหม่ทั้งระบบ

ในปัจจุบันกลุ่มผู้ที่เชื่อมั่นใน Bitcoin อย่างสุดโต่งมักจะอ้างว่าเหรียญอื่นๆ ที่ไม่ใช่ BTC ล้วนเป็นความผิดพลาดหรือเป็นเรื่องหลอกลวง แต่ Ben-Sasson แย้งว่าอุดมการณ์ในช่วงปีแรกๆ นั้นแตกต่างออกไป Satoshi เป็นนักปฏิบัตินิยมและหากงานบางอย่างเช่น DNS จำเป็นต้องใช้บล็อกเชนที่แตกต่างออกไปก็จะต้องมีการสร้างมันขึ้นมา ดังนั้นในยุคแรกเริ่มของอุตสาหกรรมคริปโต การแยกตัวของเครือข่ายจึงถูกมองว่าเป็นการขยายระบบนิเวศมากกว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อความยิ่งใหญ่ของ Bitcoin


เรื่องนี้ถือเป็นการตบหน้ากลุ่มคนที่ชอบโจมตีเหรียญอื่นว่าไร้ค่าได้เป็นอย่างดีครับ การที่ผู้สร้างระดับตำนานอย่าง Satoshi Nakamoto มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและเข้าใจว่าบล็อกเชนเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ทุกอย่างได้บนโลก เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความหลากหลายในอุตสาหกรรมคริปโตคือสิ่งที่ถูกต้องและควรจะเป็นมาตั้งแต่แรก ผมมองว่าการแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยีของเหรียญ Altcoin ต่างๆ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ตลาดเติบโตอย่างยั่งยืน มากกว่าการผูกขาดความเชื่อไว้ที่เหรียญเดียวครับ