สรุปข่าว
- มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดังคาดการณ์ว่าระบบการชำระเงินทั่วโลกจะถูกแทนที่ด้วย Stablecoin อย่างสมบูรณ์ภายในสิบถึงสิบห้าปีข้างหน้า
- แม้จะวิพากษ์วิจารณ์ตลาดคริปโตส่วนใหญ่ แต่เขาก็ยอมรับว่า Bitcoin ได้กลายเป็นแหล่งกักเก็บมูลค่าและแบรนด์ที่แข็งแกร่งระดับโลกไปแล้ว
- นักลงทุนรุ่นเก๋าเชื่อว่าเงินดอลลาร์สหรัฐอาจสูญเสียสถานะสกุลเงินสำรองของโลกในอนาคตและอาจถูกแทนที่ด้วยระบบคริปโตเคอร์เรนซี
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่นักลงทุนระดับตำนานจากโลกการเงินดั้งเดิมออกมายอมรับศักยภาพของ Stablecoin และ Bitcoin ถือเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับอุตสาหกรรมคริปโต แม้เขาจะยังกังขาในเหรียญทางเลือกอื่นๆ แต่การยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานของบล็อกเชนมีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบธนาคารดั้งเดิมจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันให้ไหลเข้ามาในตลาดได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
มหาเศรษฐีนักลงทุน Stanley Druckenmiller ได้ออกมาคาดการณ์ว่า Stablecoin อาจก้าวขึ้นมาเป็นรากฐานสำคัญของระบบการชำระเงินทั่วโลกภายในหนึ่งถึงสองทศวรรษข้างหน้า แม้ว่าเขาจะยังคงแสดงความกังขาต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในภาพรวมก็ตาม โดยในการให้สัมภาษณ์กับ Morgan Stanley เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เขาประเมินว่าระบบการชำระเงินทั้งหมดของเราจะถูกขับเคลื่อนด้วย Stablecoin ภายในสิบถึงสิบห้าปี เนื่องจากโทเคนดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับเงินเฟียตเหล่านี้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และมีต้นทุนที่ถูกกว่าโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบดั้งเดิมอย่างมาก
โทเคนอย่าง USDT ของ Tether และ USDC ของ Circle ถือเป็นคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษามูลค่าให้คงที่และมักจะผูกติดกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งสำหรับการซื้อขาย การชำระเงิน และการโอนเงิน มุมมองของ Druckenmiller นั้นสอดคล้องกับแถลงการณ์ล่าสุดของ Macquarie ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนของออสเตรเลียที่ระบุว่าโทเคนเหล่านี้กำลังพลิกโฉมการชำระเงินและการธนาคาร โดยกำลังพัฒนาจากการเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการเทรดคริปโตเฉพาะกลุ่มไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับโลก
อย่างไรก็ตาม สำหรับเหรียญอื่นๆ นั้น นักลงทุนรุ่นเก๋ารายนี้ยังคงย้ำคำวิจารณ์ที่เขาเคยกล่าวไว้มานานหลายปีว่าตลาดคริปโตส่วนใหญ่เป็นเพียงการสร้างทางออกที่กำลังมองหาปัญหามาจับคู่ด้วยเท่านั้น แม้จะมีมุมมองที่เคลือบแคลงต่อระบบนิเวศคริปโตส่วนใหญ่ แต่ Druckenmiller ก็ยอมรับว่า Bitcoin ได้สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นแหล่งกักเก็บมูลค่าที่ได้รับการยอมรับไปแล้ว เขาเผยว่าแอบรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่มันกลายมาเป็นเพียงแหล่งกักเก็บมูลค่าเพราะแต่เดิมมันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อจุดประสงค์นั้น แต่มันก็ได้กลายเป็นแบรนด์ที่ผู้คนหลงรักไปแล้วจึงน่าจะรักษาสถานะนี้ต่อไปได้
นอกจากนี้ Druckenmiller ยังตั้งคำถามถึงระยะเวลาที่เงินดอลลาร์สหรัฐจะสามารถรักษาสถานะการเป็นสกุลเงินสำรองของโลกไว้ได้ ซึ่งไม่ใช่จุดยืนใหม่ของเขาแต่อย่างใด ย้อนกลับไปในปี 2021 เขาเคยกล่าวไว้ว่าเงินดอลลาร์กำลังสูญเสียความน่าเชื่อถือในระดับโลกและเสนอว่าคริปโตอาจเข้ามาแทนที่ เขาเสริมว่าในตอนนี้รัฐบาลกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายเงินดอลลาร์ แม้เขาจะอายุ 72 ปีและเงินดอลลาร์อาจจะอยู่รอดนานกว่าเขา แต่เขาก็สงสัยว่ามันจะยังคงเป็นสกุลเงินสำรองได้อีกห้าสิบปีหรือไม่ และอาจจะมีคริปโตบางอย่างที่เขาเกลียดชังเข้ามาทำหน้าที่นี้แทนก็เป็นได้
ที่มา: coindesk
การสัมภาษณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ครับ การที่บุคคลระดับ Stanley Druckenmiller มองเห็นว่า Stablecoin คืออนาคตของการชำระเงินโลกถือเป็นการตอกย้ำว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว นอกจากนี้มุมมองที่เขามีต่อความเสื่อมถอยของเงินดอลลาร์สหรัฐก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนคริปโตพูดถึงมาตลอด การเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการเงินโลกโดยมี Bitcoin เป็นตัวช่วยป้องกันความเสี่ยงจึงเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับ

