bitkub-banner

ChatGPT วินิจฉัยโรคที่หมอ 17 คนหาไม่เจอนาน 10 ปี เมื่อ AI เริ่มช่วยชีวิตได้แต่ยังทดแทนหมอไม่ได้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตามข้อมูลจาก Reddit ผู้ใช้รายหนึ่งเล่าว่าป่วยมามากกว่า 10 ปี สารพัดทำมาหลายวิธีไม่ว่าจะตรวจ MRI, CT Scan, เจาะเลือด, ตรวจหาโรคลายม์ ไม่ว่าจะทำท่าไหนบรรดาหมอก็หาสาเหตุการป่วยของเขาไม่เจอ จนเขาลองป้อนผลแล็บและประวัติอาการทั้งหมดเข้า ChatGPT เจ้า AI ระบุว่าอาการสอดคล้องกับ การกลายพันธุ์ยีน MTHFR A1298C ที่มาตรวจยืนยันอีกทีก็พบว่าผลการวิเคราะห์จาก AI นั้นถูกต้องซึ่งมันสามารถรักษาด้วยการเสริมวิตามิน B12 แล้วมันทำให้อาการเขาดีขึ้นอย่างมาก ทำเอาหมอตกใจยกใหญ่ที่ ChatGPT วินิจฉัยได้ถูกเป๊ะ
  • Greg Brockman ประธาน OpenAI ถึงกับออกมาแชร์โพสต์นี้บน X ด้วยตัวเองปัจจุบันผู้คนกว่า 40 ล้านคนใช้ ChatGPT ถามเรื่องสุขภาพใน 1 วันและงานวิจัยจาก PMC/NIH พบว่า GPT-4 วินิจฉัยโรคได้แม่นกว่าแพทย์ฉุกเฉิน ในบางกรณีด้วยซ้ำ
  • แต่ตามรายงานของ NPR นั้นงานวิจัยล่าสุดช่วงในมี.ค. 2026 ได้มีการเตือนว่า ChatGPT ก็ยังมีการให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่ผิดได้ โดยเฉพาะกรณีที่เคสซับซ้อนพบหลายอาการ, AI ไม่ได้รู้ผลตรวจร่างกาย, ไม่มีคำวินิจฉัยจากทางคลินิกหรือทางการแพทย์ นั่นอาจทำให้ AI ควรเป็น “ผู้ช่วย” หมอ ไม่ใช่มา “แทนที่” หมอเสียมากกว่า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้ไม่กระทบราคา BTC และตลาดภาพรวมโดยตรงแต่เป็นสัญญาณว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมวงการแพทย์และสุขภาพซึ่งอาจดันเหรียญกลุ่ม AI และกลุ่ม HealthTech ในระยะยาวให้เติบโตขึ้นหาก 2 อุตสาหกรรมนี้สามารถเดินร่วมกันได้

เกิดเรื่องเซอร์ไพรส์วงการหมอขึ้นเพราะมีคนป่วยรายหนึ่งที่ทนพิษอาการป้วยของตัวเองมากว่า 10 ปี หมอหลายคนหาสาเหตุการป่วยไม่เจอ แต่ ChatGPT กลับหาเจอ จากกระทู้บน Reddit r ผู้ใช้ u/Adventurous-Gold6935 เล่าว่าเขามี “อาการป่วยหลายอย่างที่อธิบายไม่ได้” มานานร่วมทศวรรษ จนเขาลองป้อนข้อมูลทั้งหมดที่มีเข้า ChatGPT และให้ AI หาต้นต้อจนมันระบุสาเหตุอาการทั้งหมดได้ถูกต้อง

กรณีศึกษา: ChatGPT วินิจฉัยโรคจากกระทู้ Reddit สู่ข่าวระดับโลก

ตาม Daily Dot ผู้ใช้ Reddit มีอาการหลายอย่างที่ทำให้หมอสั่งตรวจ MRI กระดูกสันหลัง, CT Scan, เจาะเลือด, ตรวจหาโรคลายม์ แต่ผลออกมา “ไม่พบอะไรผิดปกติ” ทุกครั้ง จนเขาป้อนข้อมูลเข้า GPT กลับพบว่ามีการกลายพันธุ์ของยีนตัวหนึ่งที่ส่งผลต่อการดูดซึมวิตามิน B12 และ folate ซึ่งอาการแบบนี้มีโอกาสที่จะพบในอัตราที่ 5-20% ของประชากรโลกทั้ง

หมอดูผลที่เกิดขึ้นจากการวิเคราะห์ก็ยืนยันว่าอาการที่เขาเป็นนั้นถูกต้องตามการวิเคราะห์และได้เสริมวิตามิน B12 ให้คนไข้งานนี้ช็อกทั้งคนไข้ที่เจอต้นสายปลายเหตุ ช็อกทั้งหมอที่ AI ทำได้ขนาดนี้

‘ความแม่นยำ ChatGPT vs แพทย์: ผลงานวิจัยที่ GPT-4 ค้นพบ

งานวิจัยเปรียบเทียบ GPT-4 กับแพทย์ฉุกเฉินด้วยตัวอย่างผู้ป่วย 100 คนพบว่า GPT-4 วินิจฉัยแม่นกว่าแพทย์ฉุกเฉินอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเฉพาะกลุ่มโรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ งานวิจัยจาก UVA/Stanford พบว่า “AI เพียงลำพัง” วินิจฉัยแม่นกว่า “AI ร่วมกับหมอ” ในบางกรณี เพราะหมอมองว่า AI วิเคราะห์ไปในทิศทางที่ผิด

แต่ตามข้อมูลจาก NPR AI ยังมีข้อจำกัดในการให้คำตอบที่มันจะต่างกันขึ้นอยู่กับคำที่ใช้ เช่นเคสผู้ป่วยคนหนึ่งป้อนข้อมูลว่ามีอาการ “ปวดหัวรุนแรงที่สุด” AI บอกต้องไปห้องฉุกเฉินทันทีกลับกันพออีกคนไม่ได้ใช้คำว่า “ปวดหัวรุนแรงที่สุด” AI บอกกินแอสไพรินอยู่บ้านทั้งที่แท้จริงแล้วอาการนี้เป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต

ข้อจำกัดของ ChatGPT ในการวินิจฉัยโรค: สิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้

สิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้ก็ยังมีเช่นกันไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกายให้เรา, อ่านสีหน้าท่าทาง, รับผิดชอบทางกฎหมาย และ อาจสร้างข้อมูลทางการแพทย์ ตามข้อมูลจาก Binghamton University ChatGPT ระบุอาการได้แม่นเพียง 49-61% ในบางกรณีเท่านั้น

สำหรับตลาดคริปโตนั้น token ตระกูล AI ร่วมกับการแพทย์นั้นมีมูลค่าตลาดที่สูงถึง $4.5 ล้านล้าน อาจได้อานิสงส์หากวงการแพทย์และ AI สามารถทำงานร่วมกันได้เหรียญที่เกี่ยวข้องเช่น FET (Fetch.ai), OCEAN (Ocean Protocol), TAO (Bittensor) อาจได้ประโยชน์กรณีศึกษานี้ในระยะยาวก็เป็นได้ หากมีเคสตัวอย่างงอกขึ้นมาให้เห็นเรื่อย ๆ


นี่เป็นตัวอย่างที่ทรงพลังของ “AI ในฐานะผู้ช่วย” ไม่ใช่ AI ในฐานะตัวแทนของหมอ บางที AI อาจมองเห็นสิ่งที่อาจจะล้ำลึกที่หมอคาดไม่ถึง, มองข้ามหรือมองพลาดไป ถ้าเปรียบเทียบหมอคนนี้อาจเก่งเรื่อง “ม้า” (โรคทั่วไป) แต่อาจจะมือไม่ถึงในเรื่อง “ม้าลาย” (โรคหายาก) มันคงจะดีกว่าสำหรับโรคของเราและวงการสุขภาพที่เรามี AI สามารถเป็น “ผู้เชี่ยวชาญม้าลาย” ที่คอยเคียงช้างคนที่ช่ำชองในเรื่องม้าอยู่แล้ว

ที่มา : Reddit, NPR, PMC/NIH, PYMNTS