bitkub-banner

เปิดตัวเลขสุดตะลึง! Michael Saylor จะต้องใช้เงินอีกเท่าไร Strategy ถึงจะถือ Bitcoin ครบ 1 ล้าน BTC

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หาก Strategy จะครอง 1,000,000 BTC พวกเขาต้องซื้อ Bitcoin เพิ่มอีกถึง 261,269 BTC ภายใน 42 สัปดาห์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์
  • Saylor ยืนกรานที่จะไม่ขาย BTC แม้แต่เหรียญเดียว และยังคงใช้วิธีระดมทุนผ่านการขายหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์ถาวรแทน
  • ดาบสองคมของกลยุทธ์นี้คือ การออกหุ้นใหม่บ่อยๆ จะทำให้เกิดสภาวะ Dilution สร้างความไม่พอใจให้กับนักลงทุน หากตลาดคริปโตเข้าสู่สภาวะซบเซายาวนาน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

แม้ตลาดคริปโตจะกลับตัวเป็นขาลงจนทำให้บริษัทต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนัก แต่ Strategy และ Michael Saylor ก็ยังคงไม่ยอมแพ้ต่อเป้าหมายในการสะสม Bitcoin ให้ทะลุ 1,000,000 เหรียญ ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลกว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเวลาเพียง 42 สัปดาห์ หากอยากบรรลุเป้าหมายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่แค่ราคา Bitcoin ที่ร่วงลง แต่คือความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มสั่นคลอนจากการที่มูลค่าหุ้นถูกเจือจางซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากขาลงของคริปโตลากยาวกว่าที่คาด 

Wu Blockchain สื่อข่าวคริปโตชื่อดังเปิดเผยว่า หากในปีนี้ Strategy อยากจะถือครอง Bitcoin ให้ได้ครบ 1,000,000 BTC เพื่อเป็นหมุดหมายสำคัญ พวกเขาจะมีเวลาในการเข้าซื้ออีกเพียง 42 สัปดาห์เท่านั้น หากยังคงเข้าซื้อตามกลยุทธ์เดิม

สิ่งนี้หมายความว่าทาง Strategy จำเป็นจะต้องเข้าซื้อ Bitcoin เป็นจำนวนมากถึง 6,158 BTC ต่อสัปดาห์ในราคาเฉลี่ยที่ $85,000 ซึ่งคิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 261,269 BTC ถึงจะบรรลุเป้าหมาย และจำเป็นจะต้องใช้เงินมากกว่า 22,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างที่ทราบกันดี เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบันตลาดคริปโตได้ปรับตัวเป็นขาลงส่งผลทำให้ความต้องการในสินทรัพย์ลดลงอย่างหนัก และทำให้ราคาหุ้นของ Strategy ร่วงเริ่มห่างไกลจากสถิติสูงสุด แต่ Saylor ก็ยังคงไม่ยอมแพ้และใช้วิธีการเสนอขาย หุ้นบุริมสิทธิ์ถาวร  ชื่อ Stretch หรือ STRC ควบคู่กับการขายหุ้น Class A และการเล็งขยายกิจการไปสู่การออกสินเชื่อดิจิทัล

อ้างอิงข้อมูลจาก Strategy พวกเขามีทุนสำรองเงินสดกว่า 2 พันล้านดอลลาร์เพื่อรองรับดอกเบี้ยและ dividend ของ STRC โดย Saylor ยืนยันว่า มีทุนเพียงพอสำหรับ 70 ปีข้างหน้า ไม่ต้องขาย BTC ทิ้งแม้ราคาร่วง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า บริษัทจะมีเงินใหม่เข้ามาเสมอไป

จุดอ่อนสำคัญของ Strategy ในขณะนี้คือ การขายหุ้นสามัญบ่อย ๆ ทำให้เกิดภาวะ dilution เจือจางมูลค่าหุ้นเดิม ซึ่งหากนักลงทุนบางส่วนไม่พอใจ หรือ Bitcoin เข้าสู่ ตลาดหมีลากยาว อาจทำให้การระดมทุนของบริษัทยากขึ้น 

โดยรวมแล้ว ถ้า BTC เติบโตตามที่ Saylor คาด (ขึ้น 30% ต่อปี) Strategy จะรอดพ้นจากวิกฤตครั้งแรกของพวกเขาและขยายกิจการต่อได้ แต่หากสภาวะตลาดไม่เป็นใจบริษัทอาจต้องมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ในอนาคต


มุมมองผู้เขียน : ถ้า Strategy ถือครอง 1 ล้าน BTC ได้จริง พวกเขาจะครอบครองเกือบ 5% ของปริมาณ Bitcoin ทั้งหมดบนโลก และปัญหาที่ตามมาถัดจากนั้นคือขนาดที่ใหญ่เกินไปจะทำให้พวกเขาขยับไม่ได้ เพราะเทขายเมื่อไรตลาดก็จะพังพินาศทันที หากพวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองไปเป็นธนาคารปล่อยกู้ Bitcoin อย่างที่เริ่มมีแผนไว้