bitkub-banner

หนี้สหรัฐฯ ทะลุ 39 ล้านล้านดอลล์! Peter Schiff เตือนวิกฤตจ่อคิว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หนี้พุ่งทำสถิติ: หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ทะยานทะลุระดับ 39 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้นกว่า 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 14 เดือนนับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2025
  • คำเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์: Peter Schiff ผู้เชี่ยวชาญที่เคยทำนายวิกฤตปี 2008 เตือนว่าหนี้อาจพุ่งแตะ 50 ล้านล้านดอลลาร์ก่อนสิ้นสุดวาระปัจจุบัน จากภาระดอกเบี้ย งบประมาณสงคราม และภาวะเศรษฐกิจถดถอย
  • คาดการณ์อนาคต: สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรส (CBO) ระบุว่าหากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง หนี้สาธารณะอาจพุ่งสูงถึง 64 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2036 ซึ่งจะกดดันเสถียรภาพของเงินดอลลาร์อย่างรุนแรง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

ตัวเลขหนี้ที่พุ่งสูงขึ้นเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญที่ทำให้นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์ ในขณะที่มูลค่าหนี้เพิ่มขึ้นแต่ความสามารถในการชำระคืนลดลง บิตคอยน์จึงถูกมองเป็น สินทรัพย์หลบภัย (Safe Haven) ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดและกระจายศูนย์ (Decentralized) ไม่สามารถถูกพิมพ์เพิ่มเพื่อชดใช้หนี้เหมือนเงินกระดาษ หากสถานการณ์หนี้ลากยาวไปจนถึงปลายปี 2026 เราอาจเห็นการโยกย้ายเงินทุนมหาศาลจากพันธบัตรรัฐบาลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล

หนี้สาธารณะพุ่ง 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ใน 14 เดือน

สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุด กระทรวงการคลังสหรัฐฯ รายงานตัวเลขหนี้สะสมแตะระดับ 39 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่ง Peter Schiff ระบุว่าเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 2.8 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปี 2025 การเติบโตของหนี้ในระดับนี้สร้างความกังวลต่อนักลงทุนสถาบันอย่าง JPMorgan และ Goldman Sachs ที่เริ่มประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ

ปัจจัยกระตุ้นจากดอกเบี้ยและงบประมาณสงคราม

A cinematic, wide-angle photograph of an unstable, towering monument of ancient stone blocks, crumbling currency, fractured g

สาเหตุหลักที่ทำให้หนี้พุ่งสูงมาจาก “ปัจจัยกระตุ้น” หลายด้าน ทั้งค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศที่สูงขึ้นตามสถาณการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวในระดับสูง ทำให้ภาระการชำระดอกเบี้ยหนี้เดิมกลายเป็นรายจ่ายก้อนโตของรัฐบาล Schiff มองว่าหากสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า รายได้จากภาษีจะลดลงในขณะที่รายจ่ายสวัสดิการพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ยอดขาดดุลงบประมาณบานปลายจนยากจะควบคุม

มุมมองระยะยาว: หนี้อาจแตะ 64 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2036

ข้อมูลเชิงสถิติจากรายงานของ CBO เผยให้เห็นภาพที่น่าตกใจยิ่งกว่า โดยคาดการณ์ว่ายอดขาดดุลรายปีจะเพิ่มเป็น 3.1 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะดันยอดหนี้สะสมไปสู่ระดับ 64 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2036 ภาวะความผันผวนของงบประมาณนี้อาจนำไปสู่การเสื่อมค่าของสกุลเงิน (Currency Debasement) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออำนาจการซื้อของประชาชนทั่วโลก

ทางเลือกของนักลงทุนในยุคหนี้ล้นพ้นตัว

ในขณะที่ Schiff แนะนำให้ถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและหนี้สิน แต่นักลงทุนรุ่นใหม่กลับมองว่าบิตคอยน์คือทางออกที่คล่องตัวกว่า บิตคอยน์ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลบภัยที่ไม่ยึดโยงกับนโยบายการคลังของประเทศใดประเทศหนึ่ง การมีระบบที่ กระจายศูนย์ (Decentralized) และโปร่งใส ทำให้บิตคอยน์กลายเป็นเกราะป้องกันความล้มเหลวของระบบการเงินแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาการสร้างหนี้ไม่รู้จบ

แหล่งข้อมูล: Peter Schiff (X), US Treasury, CBO Reports, CoinGecko (BTC)


ผู้เขียนมองว่าตัวเลขหนี้ 39 ล้านล้านดอลลาร์คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าเข้าสู่ทางตันทางการคลัง แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักเศรษฐศาสตร์สาย Modern Monetary Theory (MMT) อาจโต้แย้งว่าตราบใดที่ดอลลาร์ยังเป็นสกุลเงินหลักของโลก สหรัฐฯ ก็ยังมีความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ผ่านการเติบโตทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน

อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักลงทุน เราไม่ควรประมาท สิ่งที่น่าติดตามคือ “จุดแตกหัก” ของตลาดพันธบัตร หากนักลงทุนเริ่มเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ เพราะกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ เมื่อนั้นสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดอย่างบิตคอยน์และทองคำจะกลายเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในเกมนี้