สรุปข่าว
- กลุ่มผู้ถือครอง Bitcoin ระยะสั้นโอนเหรียญกว่าสี่หมื่นแปดพันเหรียญเข้ากระดานเทรดเพื่อทำกำไรซึ่งคิดเป็นมูลค่าสูงถึงสามพันห้าร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ
- นักวิเคราะห์จาก MN Capital มองว่าแรงเทขายนี้เป็นเพียงการพักฐานปกติและราคาพร้อมที่จะพุ่งไปทดสอบแนวต้านที่ระดับแปดหมื่นดอลลาร์สหรัฐ
- ตลาดสามารถดูดซับแรงเทขายมหาศาลนี้ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการซื้อที่แข็งแกร่งและอาจเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดกระทิงรอบใหญ่ก่อนที่ Altcoin จะวิ่งตาม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ตลาดสามารถรับแรงกระแทกจากการเทขายทำกำไรของนักลงทุนระยะสั้นมูลค่ากว่าสามพันห้าร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐได้โดยที่ราคาไม่ร่วงลงอย่างรุนแรง ถือเป็นสัญญาณของความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง การพักฐานเพื่อดูดซับแรงขายนี้จะช่วยสร้างฐานราคาที่มั่นคงเพื่อเตรียมพุ่งทะยานสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น และเป็นการล้างกลุ่มนักเก็งกำไรระยะสั้นออกไปจากตลาด
ผู้ถือครองระยะสั้นทำสถิติเทขายทำกำไรสูงสุดในรอบปี โดยข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่ามีการโอน Bitcoin กว่า 48,000 เหรียญเข้าไปยังกระดานเทรดภายในวันเดียว ในขณะที่ราคา Bitcoin กำลังซื้อขายอยู่ที่ระดับ 74,201 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.68 เปอร์เซ็นต์ในรอบสัปดาห์ การพุ่งขึ้นของราคานี้ได้กระตุ้นให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่ที่สุดของปีจากกลุ่มนักลงทุนระยะสั้น และทำให้เกิดคำถามสำคัญที่ผู้ถือครองทุกคนต้องหาคำตอบ
Darkfost นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ชี้ให้เห็นว่าในขณะที่ Bitcoin พยายามจะทะลุระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ สภาพแวดล้อมในปัจจุบันไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการรับความเสี่ยงมากนัก จึงผลักดันให้กลุ่มผู้ถือครองระยะสั้นหรือ STH รีบชิงเทขายทำกำไรอย่างรวดเร็ว โดยพวกเขาปฏิบัติกับทุกการดีดตัวของราคาว่าเป็นโอกาสในการหนีออกจากตลาด ซึ่งการโอน Bitcoin มูลค่ากว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในครั้งนี้เป็นไปเพื่อการขายทิ้ง ไม่ใช่การถือครองระยะยาว
ทางด้าน Michaël van de Poppe ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการลงทุนของ MN Capital กลับมองว่าการพักตัวของราคาหลังจากที่มีการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในรอบเดือนไม่ใช่สัญญาณเตือนอันตราย แต่เป็นการสร้างโครงสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่ง เขาโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่าการวิ่งออกข้างเพื่อสะสมพลังนี้เป็นเรื่องปกติและเป็นผลดีต่อตลาด โดยคาดการณ์ว่าราคาน่าจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 76,000 ถึง 80,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ในเร็วๆ นี้ และจะไม่แปลกใจเลยหากราคาจะไม่ย่อตัวลงไปทดสอบจุดต่ำสุดอีก
หากมองในภาพรวมระดับมหภาคจะพบว่า Bitcoin ไม่ได้เคลื่อนไหวเพียงลำพัง ทองคำก็กำลังปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจหดตัว แต่เมื่อดัชนีภาคการผลิต ISM ทะลุเข้าสู่เขตขยายตัวและเงื่อนไขทางธุรกิจเริ่มฟื้น สินทรัพย์เสี่ยงจะเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งในตอนนั้นส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin จะเริ่มลดลงและเปิดทางให้ Altcoin วิ่งตาม กลุ่มนักลงทุนระยะสั้นที่เทขายที่ระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐอาจกำลังก้าวออกจากตลาดก่อนที่จะถึงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ การที่ Bitcoin ยังสามารถบวกเพิ่มได้เกือบ 7 เปอร์เซ็นต์ในสัปดาห์นี้แม้จะต้องรับแรงกระแทกจากการเทขายมหาศาล แสดงให้เห็นว่าความต้องการซื้อในตลาดยังคงมีมากกว่าความตื่นตระหนก
ที่มา: coinpedia
ข่าวนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเปลี่ยนมือจากนักลงทุนระยะสั้นใจไม่นิ่งไปสู่นักลงทุนระยะยาวที่มองเห็นภาพใหญ่ครับ การที่เหรียญระดับเกือบห้าหมื่น BTC ถูกเทขายแต่ตลาดกลับไม่สะทกสะท้าน ยืนยันได้เลยว่ามีวาฬหรือสถาบันรายใหญ่ตั้งป้อมรับซื้อของอยู่เงียบๆ แน่นอน ใครที่ทนถือผ่านช่วงไซด์เวย์น่าเบื่อๆ นี้ไปได้ โอกาสที่จะได้เห็น Bitcoin วิ่งทะลุแปดหมื่นดอลลาร์สหรัฐก็อยู่แค่เอื้อมแล้วครับ เพราะเมื่อแรงขายหมด ราคาก็พร้อมจะพุ่งทะยานตามกลไกตลาดครับ
