bitkub-banner

เพนตากอนทุ่มงบ 2 แสนล้านดอลลาร์เตรียมรบอิหร่าน Bitcoin ดิ่ง 4%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยื่นขอให้ทำเนียบขาวอนุมัติงบประมาณกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์เพื่อเสนอต่อสภาคองเกรสสำหรับการสนับสนุนการรบกับอิหร่าน ตามรายงานของ Washington Post เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2569
  • ค่าใช้จ่ายทางทหาร 10 วันแรกอยู่ที่ราว 1.035 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน โดยบางส่วนในทำเนียบขาวมองว่าคำขอ 2 แสนล้านดอลลาร์นี้มีโอกาสผ่านสภาน้อยมาก
  • Bitcoin ร่วง 4.19% มาอยู่ที่ 71,122 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ดิ่งกว่า 5.96% สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีทีท่าจบ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การยื่นของบสงครามมูลค่ามหาศาลสะท้อนว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังดำเนินต่อเนื่องโดยไม่มีวี่แววสิ้นสุด บรรยากาศนี้กดดันให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต และอาจทำให้ Bitcoin และ Ethereumยังคงเผชิญแรงขายในระยะสั้น

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ยื่นคำขอต่อทำเนียบขาวเพื่อขอให้อนุมัติงบประมาณกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 7 ล้านล้านบาท) เพื่อนำเสนอต่อสภาคองเกรสในการสนับสนุนการรบกับอิหร่าน ตามรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย โดย เจ้ามือ Insider อ้างอิงรายงานจาก Washington Post จัดทำโดย Noah Robertson, Jeff Stein และ Riley Beggin งบก้อนนี้มีจุดมุ่งหมายเร่งด่วนเพื่อเพิ่มการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญที่ถูกใช้ไปในสมรภูมิ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บางรายในทำเนียบขาวมองว่าคำของบดังกล่าวมีโอกาสผ่านสภาคองเกรสได้น้อยมาก และกระทรวงกลาโหมยังได้เสนองบประมาณหลายรูปแบบที่แตกต่างกันในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ค่าสงครามอิหร่านพุ่งเกิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 10 วัน

ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 โดยค่าใช้จ่ายในช่วง 10 วันแรกอยู่ที่ประมาณ 1.035 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ตามข้อมูลของสำนักข่าว Anadolu Ajansı สำหรับสัปดาห์แรกของการปฏิบัติการ กระทรวงกลาโหมรายงานต่อสภาคองเกรสว่ามีค่าใช้จ่ายราว 6 พันล้านดอลลาร์ โดยประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ถูกใช้ไปกับอาวุธและขีปนาวุธสกัดกั้นขั้นสูง

ศูนย์วิจัย CSIS (Center for Strategic and International Studies) ประเมินค่าใช้จ่าย 100 ชั่วโมงแรกของการโจมตีอยู่ที่ 3.7 พันล้านดอลลาร์ และเมื่อถึงวันที่ 12 ของการทัพทางอากาศ ตัวเลขสะสมพุ่งขึ้นแตะ 1.65 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สูงกว่าที่กระทรวงกลาโหมรายงานต่อสภาคองเกรสในวันที่ 6 ซึ่งอยู่ที่ 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์ เนื่องจากตัวเลขของรัฐบาลไม่รวมมูลค่าความเสียหายของอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ Kevin Hassett ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุเมื่อราววันที่ 15 มี.ค. 2569 ว่าค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์

ในส่วนของงบประมาณเสริม สภาคองเกรสกำลังพิจารณาแพ็กเกจเพิ่มเติมมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายจากการโจมตีอิหร่าน โดยแยกต่างหากจากคำของบ 2 แสนล้านดอลลาร์ที่กำลังถกเถียงกันอยู่ สำหรับบริบทงบกลาโหมในภาพรวม รัฐบาล Trump กำลังจัดทำคำของบประมาณกระทรวงกลาโหมปีงบประมาณ 2027 ซึ่งมีข่าวว่าจะสูงถึงอย่างน้อย 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ข่าวการยื่นของบสงครามมหาศาลนี้ตรงกับช่วงที่ตลาดคริปโตกำลังเผชิญแรงขายหนัก โดย Bitcoin ร่วงลง 4.19% มาอยู่ที่ 71,122 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ดิ่งลงมากกว่า 5.96% อยู่ที่ 2,191 ดอลลาร์ ในคืนวันที่ 19 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ซึ่งสอดคล้องกับภาวะตลาดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นพร้อมกับข่าวการขยายตัวของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin ร่วงหลุด 71,000 ดอลลาร์ หุ้นปิดร่วงต่ำสุดของวัน หลังความหวัง Fed ลดดอกเบี้ยปี 2026 ริบหรี่ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดรับรู้แรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน ทั้งจากนโยบายการเงินที่ยังตึงตัวและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น นอกจากนี้ Siam Blockchain ยังรายงานด้วยว่า อิหร่านประกาศจะตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ยิ่งซ้ำเติมความกังวลของนักลงทุน

ในเชิงภาพรวม ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อตลาดพลังงาน โดย ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์ และ อิรักระงับการรับก๊าซจากอิหร่านหลังแหล่งก๊าซ South Pars ถูกโจมตี บรรยากาศเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันให้นักลงทุนหันหลังให้กับสินทรัพย์เสี่ยง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำของบ 2 แสนล้านดอลลาร์นี้แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าจะผ่านสภาหรือเปล่า แต่ตัวเลขมหึมาขนาดนี้บอกอะไรได้หลายอย่าง นั่นคือสงครามนี้ไม่ได้ใกล้จบแต่อย่างใด และกระทรวงกลาโหมเองก็เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจยืดยาวกว่าที่ประชาชนทั่วไปคาดไว้ สำหรับตลาดคริปโต สิ่งที่น่าจับตาคือระดับ 70,000 ดอลลาร์ของ Bitcoin ว่าจะยืนหยัดได้หรือไม่ ถ้าแนวรับนี้แตกลงไปพร้อมกับข่าวร้ายด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น อาจเห็นแรงขายอีกระลอก แต่ถ้าตลาดยืนหยัดได้ก็แสดงว่าได้รับรู้ข่าวร้ายเหล่านี้ไปมากพอสมควรแล้ว

เครดิตภาพจาก @WhaleInsider