สรุปข่าว
- Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ประกาศยอมรับราคาสินค้าแพงขึ้นในระยะสั้น เพื่อแลกกับการป้องกันอิหร่านไม่ให้ครองอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว
- Bessent กล่าวบนรายการ Meet the Press ว่า “50 วันของราคาที่สูงขึ้น เพื่อ 50 ปีที่ไม่มีนิวเคลียร์อิหร่าน” แต่ยอมรับว่าไม่แน่ใจว่าจะ 50 หรือ 100 วัน
- Bitcoin ร่วงลง 2.87% อยู่ที่ $68,451 และ Ethereum ดิ่ง 4.18% เหลือ $2,064 สะท้อนความกังวลของตลาดต่อแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยืนยันอย่างเปิดเผยว่ายอมรับเงินเฟ้อระยะสั้นเพื่อเป้าหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นสัญญาณชัดว่าสหรัฐฯ ไม่เร่งหักเบรกราคาน้ำมันหรือค่าครองชีพในเร็วๆ นี้ ซึ่งกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตโดยตรง ประกอบกับความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดอยู่ในโหมดระมัดระวัง
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2569 Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ คนที่ 79 ออกมาประกาศท่าทีสำคัญบนรายการ Meet the Press ว่าสหรัฐฯ พร้อมรับมือกับราคาสินค้าที่สูงขึ้นในระยะสั้น เพื่อแลกกับการป้องกันอิหร่านไม่ให้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter และ เจ้ามือ Insider Bessent กล่าวว่า “50 วันของราคาที่สูงขึ้น เพื่อ 50 ปีที่ไม่มีนิวเคลียร์อิหร่าน” ถ้อยคำนี้ออกมาท่ามกลางความขัดแย้งที่ดำเนินมาได้สี่สัปดาห์แล้ว โดยสหรัฐฯ ออกคำขาดให้อิหร่านเปิดช่องแคบ Hormuz และราคาน้ำมันรวมถึงค่าครองชีพในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
Bessent เปิดไพ่ ยอมรับเงินเฟ้อระยะสั้นเพื่อเป้าหมายภูมิรัฐศาสตร์
Bessent ใช้วลี “escalate to de-escalate” เพื่ออธิบายแนวทางของสหรัฐฯ ต่อสถานการณ์กับอิหร่าน โดยมองว่าการยอมรับราคาน้ำมันและสินค้าที่แพงขึ้นในตอนนี้เป็นต้นทุนชั่วคราวที่คุ้มค่า หากสามารถบรรลุเป้าหมายระยะยาวคือการป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมไม่แน่ใจว่าจะ 50 วัน หรืออาจเป็น 100 วัน” ซึ่งหมายความว่าตลาดยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเรื่องระยะเวลาอยู่ต่อไป
ความขัดแย้งในปัจจุบันนั้นซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลมีปฏิบัติการทางทหารมุ่งเป้าไปที่แนวป้องกันของอิหร่านรอบช่องแคบ Hormuz ขณะที่อิหร่านเองก็เปิดฉากโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ Dimona ของอิสราเอล ในขณะเดียวกัน ยังมีความพยายามทางการทูตผ่านตัวกลางอย่างอียิปต์ กาตาร์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งอิหร่านแสดงความสนใจในการเจรจา แต่ยื่นเงื่อนไขที่เข้มงวดมาก รวมถึงการหยุดยิง การรับประกันความปลอดภัยในอนาคต และการชดเชยความเสียหาย
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ตลาดคริปโตตอบสนองต่อสัญญาณเงินเฟ้อและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วยการปรับตัวลงอย่างชัดเจน Bitcoin ร่วงลง 2.87% อยู่ที่ $68,451 ส่วน Ethereum ดิ่งหนักกว่าที่ 4.18% เหลือ $2,064 ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของตลาดในช่วงที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง ปกติแล้วเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์มักกดดันให้นักลงทุนหันไปถือเงินสดหรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า
ที่น่าสนใจคือ การที่ Bessent ออกมายืนยันอย่างเปิดเผยว่ายอมรับเงินเฟ้อในระยะสั้นนั้น ต่างจากสถานการณ์ปกติที่รัฐบาลมักหลีกเลี่ยงการพูดถึงราคาที่แพงขึ้น นี่เป็นสัญญาณว่าแรงกดดันด้านราคาจะยังคงอยู่กับตลาดอีกสักระยะ และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก็คงยิ่งลำบากในการตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยในช่วงนี้ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันตลาดคริปโตในระยะกลาง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์กับอิหร่านในบทความ Trump ขีดเส้นตาย 48 ชม. กับอิหร่าน และ ประธานรัฐสภาอิหร่านขู่ผู้ถือพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความตึงเครียดนี้สะสมมาต่อเนื่องและยังไม่มีทีท่าจบลงในเร็วๆ นี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้อยแถลงของ Bessent ครั้งนี้น่าสนใจมาก เพราะมันคือการ “ออกมายืนยัน” ต่อสาธารณะว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้พยายามจะหยุดราคาน้ำมันให้ลงเร็วๆ นี้ ซึ่งต่างกับแนวทางของรัฐบาลก่อนหน้าที่มักพยายามบริหารความคาดหวังในทางตรงข้าม สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนหน้า ว่าจะสะท้อนแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นชัดเจนแค่ไหน และ Fed จะตอบสนองอย่างไร ถ้าเงินเฟ้อพุ่งในขณะที่ความขัดแย้งยังคงอยู่ ตลาดคริปโตก็อาจยังอยู่ในโหมดกดดันต่อไป อย่าลืมว่าตอนนี้ Bitcoin อยู่แถว $68,000 ซึ่งเป็นโซนที่ต้องจับตาดูว่าจะรับแรงกดดันได้แค่ไหน
เครดิตภาพจาก @CogleySamuelT
