สรุปข่าว
- Ripple เข้าร่วมโครงการ BLOOM ของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) โดยจับมือกับ Unloq บริษัทเทคโนโลยีการเงินด้านห่วงโซ่อุปทาน เพื่อนำร่องทดสอบระบบชำระบัญชีการค้าข้ามพรมแดนแบบตั้งโปรแกรมได้
- โครงการนำร่องนี้จะใช้โครงสร้างพื้นฐาน SC+ ของ Unloq ร่วมกับ XRP Ledger และ RLUSD stablecoin ของ Ripple โดยการชำระเงินจะดำเนินการโดยอัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขทางการค้าที่ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย เช่น การยืนยันการจัดส่งสินค้า
- Ripple Markets APAC มีใบอนุญาต Major Payment Institution (MPI) จาก MAS อยู่แล้ว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เข้าร่วมโครงการนี้ได้ โดยเป้าหมายระยะยาวคือช่วย SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนและลดความไร้ประสิทธิภาพในระบบการค้าโลก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ Ripple ได้รับการรับรองจากธนาคารกลางของสิงคโปร์ในโครงการระดับสถาบันอย่าง BLOOM ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อทั้ง XRP Ledger และ RLUSD เนื่องจากแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลชั้นนำยอมรับเทคโนโลยีของ Ripple ในระบบการเงินจริง อย่างไรก็ตาม เป็นเพียงโครงการนำร่องที่ยังไม่มีการใช้งานในวงกว้าง ผลกระทบต่อราคา XRP จึงน่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าทันทีทันใด
Ripple ได้เข้าร่วมโครงการ BLOOM (Borderless, Liquid, Open, Online, Multi-currency) ของธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore หรือ MAS) ตามรายงานจาก Cointelegraph โดยจับมือกับ Unloq บริษัทเทคโนโลยีการเงินด้านห่วงโซ่อุปทาน เพื่อนำร่องทดสอบระบบชำระบัญชีการค้าข้ามพรมแดนแบบตั้งโปรแกรมได้ (programmable cross-border trade settlement) การประกาศนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นเวลาหลายเดือนหลังจากที่ MAS เปิดตัวโครงการ BLOOM อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 โดย Ripple ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการในภายหลัง เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในโครงการนี้ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐาน SC+ ของ Unloq, XRP Ledger (XRPL) และ RLUSD stablecoin ของ Ripple ซึ่งตรึงมูลค่ากับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แบบ 1 ต่อ 1
ระบบชำระเงินอัตโนมัติเพื่อแก้ปัญหาการค้าโลก
หัวใจสำคัญของโครงการนำร่องนี้คือการทดสอบว่าระบบสามารถชำระเงินโดยอัตโนมัติได้หรือไม่ เมื่อเงื่อนไขทางการค้าที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อย เช่น เมื่อมีการยืนยันการจัดส่งสินค้า โดยไม่ต้องรอการดำเนินการด้วยมือจากธนาคารหรือตัวกลาง ซึ่งเป็นจุดที่ระบบการค้าดั้งเดิมมักติดขัดและล่าช้า วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการแก้ไขปัญหาความไร้ประสิทธิภาพในการชำระบัญชีการค้าข้ามพรมแดน เพิ่มความโปร่งใสของความเสี่ยง และสนับสนุนให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
Letitia Chau ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยงของ Unloq กล่าวว่า BLOOM เป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการเงินการค้าให้ทันสมัยในสภาพแวดล้อมที่มีการกำกับดูแลอย่างชัดเจน ขณะที่ Fiona Murray กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Ripple ระบุว่า สิงคโปร์มีบทบาทนำระดับโลกในการสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่จำเป็นสำหรับการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัล
RLUSD และ XRP Ledger กับบทบาทในระบบการเงินสถาบัน
แม้ RLUSD จะเป็น stablecoin ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการชำระเงินของโครงการนี้ แต่ XRP Ledger คือโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังทั้งหมด โดย XRP ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์เชื่อมโยง (bridge asset) สำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดนที่รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำ ปัจจุบัน XRP ซื้อขายอยู่ที่ราว $1.42 ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.57% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โครงการ BLOOM ของ MAS ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Project Orchid ซึ่งเป็นโครงการสำรวจการใช้งานเงินดิจิทัลดอลลาร์สิงคโปร์ โดยมีเป้าหมายขยายขีดความสามารถในการชำระบัญชีผ่านหนี้สินของธนาคารในรูปแบบโทเคน และ stablecoin ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
สิ่งที่ช่วยให้ Ripple เข้าร่วมโครงการนี้ได้อย่างราบรื่นคือการที่ Ripple Markets APAC Pte. Ltd. ถือใบอนุญาต Major Payment Institution (MPI) จาก MAS ซึ่งได้รับการขยายขอบเขตเมื่อราวเดือนธันวาคม 2568 ทำให้สามารถเสนอบริการชำระเงินที่ได้รับการกำกับดูแลในวงกว้างขึ้น รวมถึงการใช้งาน XRP และ RLUSD ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องนี้ไว้ใน Ripple ได้รับไฟเขียวจากสิงคโปร์ ขยายบริการด้านชำระเงิน ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแล นอกจากนี้ RLUSD ยังกำลังขยายไปสู่ระบบนิเวศที่กว้างขึ้น ทั้งบน Ethereum และ Layer 2 chains อย่าง Base และ Optimism อีกด้วย
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า ข่าวนี้น่าสนใจในเชิงทิศทางมากกว่าผลกระทบระยะสั้น เพราะการที่ธนาคารกลางของสิงคโปร์ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก ยอมรับ XRP Ledger และ RLUSD เข้ามาในโครงการนำร่องระดับสถาบันนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับ Ripple ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่านี่ยังเป็นแค่ “pilot” หรือโครงการทดลอง ยังไม่มีการนำไปใช้จริงในวงกว้าง สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือผลลัพธ์ของโครงการนำร่องจะออกมาอย่างไร และ MAS จะขยายโครงการ BLOOM ไปสู่พันธมิตรรายอื่นอีกหรือไม่ หาก Ripple พิสูจน์ได้ว่าระบบทำงานได้จริงในสภาพแวดล้อมที่มีการกำกับดูแล โอกาสการนำ XRPL ไปใช้ในระบบการเงินสถาบันอื่นๆ ทั่วเอเชียก็น่าจะตามมา
ภาพจาก AI
