bitkub-banner

WHO เปิดตัวกระเป๋าเงินสุขภาพดิจิทัล นำร่องใช้ในภูมิภาคอาเซียน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) จับมือพันธมิตรเปิดตัวโครงการระยะเวลา 3 ปี เพื่อเปลี่ยนสมุดวัคซีน และเอกสารสุขภาพกระดาษในอาเซียน ให้กลายเป็นกระเป๋าเงินสุขภาพดิจิทัลที่ใช้งานข้ามประเทศได้จริง
  • ระบบใหม่นี้เน้นความปลอดภัยสูงสุด ด้วยการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสแบบเดียวกับคริปโตเคอร์เรนซี ช่วยป้องกันเอกสารปลอม และทำให้โรงพยาบาลทั่วโลกสามารถดึงข้อมูลประวัติการรักษาไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว
  • เริ่มต้นนำร่องในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างโมเดลต้นแบบ ก่อนจะขยายผลการใช้งานระบบประวัติสุขภาพส่วนบุคคล และใบรับรองวัคซีนดิจิทัลไปสู่ระดับโลกในอนาคต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

ข่าวนี้ส่งผลกระทบในเชิงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากกว่าการเก็งกำไรในตลาดคริปโตโดยตรง แต่ในระยะยาว ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเหรียญในกลุ่ม Digital Identity และโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่เน้นความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากการที่หน่วยงานระดับโลกอย่าง WHO เลือกใช้การเข้ารหัสแบบ Cryptographic Verification จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการยอมรับเทคโนโลยีเบื้องหลังบล็อกเชนในวงกว้าง และอาจส่งผลให้โปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

องค์การอนามัยโลกประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Alliance for Health Policy and Systems Research และมูลนิธิ Temasek เปิดตัวโครงการปฏิรูประบบข้อมูลสาธารณสุขในภูมิภาคอาเซียน โดยมีเป้าหมายหลักคือ การโละทิ้งสมุดวัคซีนและเอกสารสุขภาพแบบกระดาษที่ล้าสมัย แล้วแทนที่ด้วยกระเป๋าเงินสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Wallet) ที่มีความปลอดภัยสูง 

การขยับตัวครั้งนี้ ถือเป็นผลพวงโดยตรงจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ทั่วโลกตระหนักว่า ข้อมูลสุขภาพจำเป็นต้องเชื่อถือได้ ตรวจสอบง่าย และต้องสามารถพกพาติดตัวข้ามพรมแดนได้โดยไม่มีอุปสรรคทางด้านเทคนิค

เทคโนโลยีเบื้องหลังการเข้ารหัส ระดับเดียวกับโลกคริปโต

หัวใจสำคัญของกระเป๋าเงินสุขภาพดิจิทัลนี้คือ การใช้ระบบตรวจสอบผ่านการเข้ารหัสหรือ Cryptographic Verification ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกับที่ใช้ในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล โดยข้อมูลจะถูกเชื่อมโยงผ่านเครือข่าย Global Digital Health Certification Network เพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยมีความเป็นส่วนตัวสูงแต่ยังคงตรวจสอบความถูกต้องได้จากทุกที่ทั่วโลก 

Alain Labrique ผู้อำนวยการด้าน AI ของ WHO ระบุว่า นี่ไม่ใช่แค่การอัปเกรดเทคโนโลยีธรรมดา แต่มันคือการคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นเจ้าของและถือครองข้อมูลสุขภาพของตัวเองอย่างแท้จริง

โครงการระยะเริ่มต้น เริ่มจากใบรับรองวัคซีน 

โครงการระยะเริ่มต้นจะมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนใบรับรองวัคซีนดิจิทัล รวมถึงสมุดสุขภาพแม่และเด็กให้เข้ามาอยู่ในระบบมือถือทั้งหมด โดยมีการใช้มาตรฐาน Fast Healthcare Interoperability Resources เพื่อให้ระบบของโรงพยาบาลแต่ละประเทศสามารถสื่อสารและย้ายข้อมูลข้ามกันได้อย่างไร้รอยต่อ 

Kee Kirk Chuen จากมูลนิธิ Temasek กล่าวเสริมว่า หัวใจหลักคือความน่าเชื่อถือ หากระบบนี้ทำงานได้ดีในอาเซียน มันจะกลายเป็นโมเดลต้นแบบที่ WHO นำไปใช้กำหนดมาตรฐานสุขภาพดิจิทัลในระดับโลกต่อไป

เสริมทัพด้วย AI ผู้ช่วยอัจฉริยะด้านการแพทย์

นอกจากการจัดเก็บข้อมูลแล้ว WHO ยังเดินหน้าเปิดตัว Smart AI Resource Assistant for Health ซึ่งเป็นแชตบอตอัจฉริยะที่คอยให้ข้อมูลเรื่องโรคอุบัติใหม่ วิธีป้องกัน และแนวทางการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างมะเร็งหรือเบาหวาน

Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO ยืนยันชัดเจนว่า อนาคตของระบบสาธารณสุขคือโลกดิจิทัล การรวมกันระหว่างระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนโฉมหน้าการดูแลสุขภาพของมนุษยชาติไปอย่างสิ้นเชิง

ที่มา : coingeek


มุมมองผู้เขียน : การที่ WHO เลือกใช้วิธีเข้ารหัสแบบเดียวกับที่พวกเราใช้โอนเหรียญคริปโตมาจัดการข้อมูลสุขภาพ คือบทพิสูจน์ว่าบล็อกเชนและระบบกระจายศูนย์มีประโยชน์มากกว่าเรื่องการเงิน ซึ่งในอนาคตเราอาจจะได้เห็นการเชื่อมโยงระหว่าง Digital ID กับสิทธิการรักษาพยาบาลที่รวดเร็วขึ้นมาก