bitkub-banner

วาฬคริปโต Machi ขาดทุนสะสม 2.65 พันล้านบาท สะท้อนความเสี่ยงของการเทรดด้วยอารมณ์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ขาดทุนมหาศาล: Arkham เผย Machi Big Brother มียอดขาดทุนสะสมจากจุดสูงสุดทะลุ 2.65 พันล้านบาท ($75.87M)
  • อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล: หลังถูกล้างพอร์ต วาฬรายนี้เติมเงินสู้ 17.5 ล้านบาท ($500K) แต่ขาดทุนยับอีก 5.25 ล้านบาท ($150K) ใน 2 ชั่วโมงจากการ Long สวนเทรนด์
  • ข้อมูลเชิงสถิติเตือนใจ: สถิติยืนยันว่า 85% ของการทำ Revenge Trading มักนำไปสู่การขาดทุนที่หนักกว่าเดิม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

การล้างพอร์ตของนักลงทุนรายบุคคล แม้จะมีมูลค่าสูง แต่ในระดับมหภาคถือเป็นการเพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity) ให้กับตลาดตามกลไกปกติ เหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาของ Ethereum ในภาพรวม แต่อาจทำให้เกิดความผันผวนเล็กน้อยเฉพาะจุด (Localized Volatility) ในกระดานเทรดนั้นๆ

แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน Arkham ได้รายงานพฤติกรรมการเทรดที่น่าจับตามองของ “Machi Big Brother” หรือ Jeffrey Huang นักลงทุนรายใหญ่ชาวไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญกับยอดขาดทุนสะสม (Drawdown) จากจุดที่เคยทำกำไรสูงสุดถึง 75.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.65 พันล้านบาท) บนแพลตฟอร์ม Hyperliquid

ล้างพอร์ตซ้ำซากจากการเทรดสวนเทรนด์

ข้อมูลจาก Arkham ระบุว่า หลังจากที่ Machi สูญเสียเงินประกัน (Margin) ในบัญชีจนหมด เขาได้ทำการโอนเงินเข้าไปใหม่จำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 17.5 ล้านบาท) เพื่อเปิดสถานะซื้อ (Long) สวนทางตลาด ท่ามกลางช่วงที่ราคา Ethereum (ETH) กำลังปรับฐานลง 4% ผลลัพธ์คือภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง เขาขาดทุนเพิ่มไปอีก 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.25 ล้านบาท) ทันที

เจ้าของฉายา “ราชาแห่งการถูกล้างพอร์ต”

พฤติกรรมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Machi เนื่องจากสถิติในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เขาถูกระบบบังคับปิดสถานะ (Liquidation) ไปแล้วกว่า 250 ครั้ง จนได้รับฉายาจากชุมชนคริปโตว่าเป็นราชาแห่งการถูกล้างพอร์ต สาเหตุหลักมาจากการใช้เลเวอเรจ (Leverage) ที่สูงถึง 25 เท่าอย่างดุดัน ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง

สถิติชี้ชัด: Revenge Trading นำไปสู่ความสูญเสีย

ข้อมูลเชิงสถิติจากแพลตฟอร์มการเทรดต่างๆ บ่งชี้ว่า พฤติกรรมการโอนเงินกลับเข้าไปเทรดทันทีหลังจากการถูกล้างพอร์ต (Revenge Trading) เพื่อหวังเอาทุนคืน มักจบลงด้วยการขาดทุนซ้ำซ้อน โดยสถิติชี้ว่า 85% ของนักเทรดที่ทำพฤติกรรมนี้จะสูญเสียเงินทุนเพิ่มขึ้น การถือครองสินทรัพย์แบบสปอต (Spot) หรือการลดอัตราทด (Leverage) ลง จึงเป็นแนวทางที่ยั่งยืนกว่าการเทรดด้วยอารมณ์

แหล่งอ้างอิง: @arkham


ผู้เขียนมองว่ากรณีของ Machi เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของความแตกต่างระหว่าง “การพนัน” และ “การลงทุน” เมื่อใดก็ตามที่นักเทรดละทิ้งการประเมินความเสี่ยงเชิงปริมาณ (Quantitative Risk Assessment) และปล่อยให้อารมณ์อยากเอาชนะเข้ามาครอบงำ ตลาดจะทำหน้าที่ดึงเงินทุนเหล่านั้นออกไปอย่างเลือดเย็น สำหรับผู้ที่สนใจการเทรดอย่างเป็นระบบ การใช้บอทเทรด (Algorithmic Trading) ที่ตั้งค่าจุดตัดขาดทุน (Stop-loss) อย่างเคร่งครัดตามโมเดลข้อมูล จึงเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่จะช่วยตัดปัญหาการตัดสินใจด้วยอารมณ์ (Revenge Trading) ออกไปได้อย่างเด็ดขาด