bitkub-banner

เหรียญธีมคริปโตต้านควอนตัม พุ่งกว่า 30% หลัง Google เตือนความเสี่ยงที่มีต่อ Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กลุ่มเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีสายที่ชูจุดเด่นเรื่องการต้านทานคอมพิวเตอร์ควอนตัม ราคาพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 50% หลังจาก Google Quantum AI เผยแพร่งานวิจัยใหม่ที่ระบุว่า ระบบเข้ารหัสของ Bitcoin อาจถูกเจาะได้ง่ายและรวดเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
  • งานวิจัยระบุว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับ 500,000 คิวบิต อาจใช้เวลาเพียง 9 นาทีในการถอดรหัส Private Key ของ Bitcoin ซึ่งถือเป็นตัวเลขทรัพยากรที่น้อยลงกว่าการประเมินในอดีตมหาศาล ทำให้ปี 2029 ถูกมองว่า เป็นเส้นตายสำคัญที่บล็อกเชนต้องเร่งอัปเกรด
  • แม้เหรียญหลักอย่าง Bitcoin และ Ethereum จะขยับตัวไม่มากนักในรอบวัน แต่เหรียญเฉพาะทางอย่าง Quantum Resistant Ledger (QRL) และ Cellframe ราคาพุ่งแรงสวนตลาดทันที สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มมองหา “ทางรอด” ในอนาคต

แนวโน้มราคาผลกระทบต่อราคา : Bullish 

สำหรับเหรียญในกลุ่มต้านทานควอนตัมคอมพิวเตอร์ และ Privacy Coins ที่มีการเตรียมพร้อมระบบ Post-quantum ถือเป็นสัญญาณบวกในระยะยาว เนื่องจากเรื่องความปลอดภัยต่อควอนตัมจะกลายเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนใช้พิจารณาความยั่งยืนของสินทรัพย์ 

แม้ในระยะสั้น ราคาเหรียญจะเป็นการพุ่งขึ้นตามกระแสข่าว แต่หาก Google หรือสถาบันวิจัยอื่น ๆ ยังคงส่งคำเตือนออกมาต่อเนื่อง เม็ดเงินจะไหลจากเหรียญแบบดั้งเดิม เข้าสู่กลุ่มเหรียญต้านทานควอนตัมคอมพิวเตอร์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กระแสความกังวลเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังทีม Google Quantum AI ออกมาอัปเดตงานวิจัยที่ระบุว่า ระบบเข้ารหัสแบบ Elliptic-Curve ที่ปกป้อง Bitcoin และ Ethereum ในปัจจุบันอาจถูกเจาะได้ด้วยทรัพยากรที่น้อยกว่าเดิมมาก 

ข้อมูลชี้ว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจใช้คิวบิตทางกายภาพน้อยกว่า 500,000 ตัวในการทำลายระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าการประเมินครั้งก่อนๆ มหาศาล ส่งผลให้เหรียญคริปโตในกลุ่มต้านควอนตัมราคาพุ่งทะยานสวนทางตลาดภาพรวมทันที โดยนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามล่วงหน้าว่า “หากวันนั้นมาถึงจริง เหรียญไหนจะยังรอดอยู่?”

9 นาทีสยบ Bitcoin

รายงานฉบับล่าสุดสร้างความตื่นตระหนกด้วยการระบุว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีประสิทธิภาพเพียงพอจะสามารถโจมตี และถอดรหัส Private Key ของ Bitcoin ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าสั้นกว่าเวลาเฉลี่ยในการปิดบล็อกของ Bitcoin ที่ 10 นาที 

ขณะที่ Ethereum เองก็ถูกระบุว่า มีช่องโหว่ถึง 5 จุดที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี ส่งผลให้สินทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ทั้งในภาค DeFi และสินทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเค็นตกอยู่ในความเสี่ยง แม้ในความเป็นจริงคอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับนี้จะยังไม่มีอยู่จริงในปัจจุบัน แต่ตลาดกลับเลือกที่จะตอบสนองต่อคำเตือนนี้อย่างรวดเร็ว

รายชื่อเหรียญพุ่งแรง: ตลาดเริ่มเลือกข้าง 

ข้อมูลจาก CoinGecko เผยให้เห็นว่า มูลค่าตลาดรวมของเหรียญในกลุ่มต้านทานควอนตัมคอมพิวเตอร์ เพิ่มขึ้นถึง 8% แตะระดับ 4.66 พันล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง โดยเหรียญที่โดดเด่นที่สุดได้แก่ Quantum Resistant Ledger (QRL) และ Cellframe ที่ราคาพุ่งขึ้นกว่า 30% ในรอบสัปดาห์

ตามมาด้วยเหรียญ Abelian ที่ราคาเพิ่มขึ้น 25% และเหรียญ Qubic ที่ราคาเพิ่มขึ้น 10% 

แม้แต่ Zcash เหรียญ Privacy Coin ชื่อดังที่ยังไม่ได้เป็นเหรียญในกลุ่มต้านทานควอนตัมคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ แต่ด้วยการพัฒนาระบบ Zero-knowledge proofs และงานวิจัยด้านการเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม ทำให้ราคาขยับขึ้น 7% ตามกระแสความต้องการเหรียญที่มีความเตรียมพร้อมต่อภัยคุกคามในอนาคต

บทเรียนจากอดีต และเส้นตายในปี 2029

Charles Edwards จาก Capriole Investments ตั้งข้อสังเกตว่า ความกังวลเรื่องควอนตัมไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมันเคยเป็นปัจจัยหนึ่งที่ฉุดให้ราคา Bitcoin ร่วงลงจาก 126,000 ดอลลาร์มาอยู่ที่ 80,000 ดอลลาร์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 มาแล้ว 

หลังจากมีการจัดงาน Bitcoin Quantum Summit ที่เผยแพร่ข้อมูลความเสี่ยงต่อสาธารณะ ในขณะที่ Zcash เคยสร้างปรากฏการณ์พุ่งกว่า 1,200% แตะระดับ 744 ดอลลาร์จากกระแสนี้เช่นกัน ทำให้นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ปี 2029 อาจเป็นปีที่เป็นเส้นตายสำคัญสำหรับ Bitcoin และบล็อกเชนรุ่นเก่าที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านการอัปเกรดระบบครั้งใหญ่

ที่มา : coindesk


มุมมองผู้เขียน : เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรตามกระแสข่าวชั่วคราว แต่มันคือการ “คัดกรอง” สินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ของโลก การที่ Google ออกมาลดตัวเลขทรัพยากรที่ใช้เจาะระบบลงถึงขนาดนี้ เป็นสัญญาณเตือนว่าเราอาจจะมีเวลาเตรียมตัวน้อยกว่าที่คิด แม้ Bitcoin จะเป็นราชาคริปโต แต่ถ้าขยับตัวช้าในการอัปเกรดลายเซ็นดิจิทัล เม็ดเงินอาจจะไหลไปสะสมในเหรียญที่ออกแบบมาเพื่อยุคควอนตัมโดยเฉพาะมากขึ้นเรื่อย ๆ