bitkub-banner

สถิติชี้ Bitcoin มักพุ่งเดือนเมษาฯ แต่อาถรรพ์ Midterm Year ส่อแววทุบตลาด 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว

ในอดีตเดือนเมษายนมักจะเป็นเดือนนำโชคของ Bitcoin ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูง แต่สำหรับปี 2569 นี้อาจแตกต่างออกไปเพราะตรงกับ Midterm Year

ทิศทางตลาดยังถูกกดดันจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ กูรูการเงินระดับโลกต่างออกมาเตือนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก และเลือกลดความเสี่ยง

ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ คำแนะนำสำหรับนักลงทุนคือการจับตาดูพฤติกรรมของเจ้ามือและปฏิทินเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เน้นประคองพอร์ตให้รอดพ้นจากพายุความผันผวน มากกว่าการมุ่งเน้นทำกำไร

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเริ่มต้นเดือนเมษายน ปี 2569 ด้วยความตึงเครียด แม้ตามสถิติในอดีตจะเป็นเดือนที่ให้ผลตอบแทนเชิงบวกมาตลอด แต่ด้วยสภาวะตลาดที่เข้าสู่วัฏจักร Midterm Year ผนวกกับปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคที่รุนแรง ทำให้เดือนนี้เป็นช่วงเวลาที่อันตรายอย่างยิ่ง นักลงทุนจึงควรเปลี่ยนเป้าหมายจากการทำกำไร เป็นการประคองตัวให้อยู่รอด ด้วยการจับตาพฤติกรรมการซื้อขายของเจ้ามือรายใหญ่ ติดตามรายงานเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และมีวินัยในการบริหารความเสี่ยงผ่านการตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างเคร่งครัด

นับตั้งแต่ Bitcoin ทำจุดสูงสุดที่ $126,198 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ราคาได้ดิ่งลงมาแล้วกว่า 47% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เป็นการร่วงลงอย่างต่อเนื่องถึง 5 เดือนติดต่อกันจนทำให้นักลงทุนถึงกับท้อ แต่โชคยังดีที่เดือนมีนาคมยังปิดกราฟเดือนในโซนบวกทำให้เดือนเมษายนดูเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง

จากข้อมูลที่ผ่านมาตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเปิดฉากต้นเดือนเมษายน ปี 2569 ด้วยความตึงเครียด แม้ราคา Bitcoin ในวันนี้จะพยายามพยุงตัวไม่ให้ร่วงลงไปกว่าระดับ $66,000 แต่หากพิจารณาภาพรวมย้อนหลังจะพบว่าสถานการณ์น่ากังวลกว่าที่คิด 

สถิติบอกอะไร?

ตามสถิติแล้ว เดือนเมษายนมักจะเป็น เดือนนำโชคของ Bitcoin ที่มอบผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง +11.94% และเคยให้ผลตอบแทน +30% ถึง 4 ปีติดต่อกัน แต่ทว่าปี 2026 กลับไม่ใช่ปีธรรมดา เพราะนอกจากปีนี้จะเป็นปีที่เข้าสู่ตลาดหมีตามวัฏจักรแล้ว ยังเป็นปีที่ถูกเรียกว่า “Midterm Year” ซึ่งมักจะก่อให้เกิดขาลงมาโดยตลอด

ขณะเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกันนี้เองภายใต้วาระของทรัมป์ เดือนเมษายนยังเป็นเดือนที่ตลาดคริปโตประสบกับความผันผวนรุนแรง หลังจากที่ทรัมป์เดินหน้านโยบายเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก อันเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามการค้า ประกอบกับสงครามอิหร่านครั้งแรก โดยในปี 2026 นี้ สงครามในตะวันออกกลางเองก็ยังไม่มีการยืนยันว่าจะสามารถเจรจาได้

ส่วนปี 2024 ที่เป็นปีของ Bitcoin Halving  ก็ใช่ว่าจะทำผลงานได้ดีมากมายและมีการร่วงอย่างรุนแรงเช่นเดียวกันแถมปิดกราฟเดือนอยู่ในแดนลบ  

นอกจากนี้ รูปแบบพฤติกรรมราคาตามฤดูกาล ก็เริ่มส่งสัญญาณไม่แน่นอน เห็นได้ชัดจากช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ที่ราคา Bitcoin วิ่งแหกคอกร่วงดิ่งลงอย่างหนักในปี Bull Run จาก Uptober กลายเป็นหายนะล้างพอร์ตที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้ข้อมูลตัวเลขในอดีตเริ่มไม่สามารถเชื่อถือได้อีกต่อไป ในยามที่นักลงทุนสถาบันเริ่มเข้ามามีบทบาทในการกำหนดกลไกราคาตลาดทางอ้อม และเมื่อนำปัจจัยเหล่านี้มารวมกันยิ่งทำให้เดือนเมษายนมีความเสี่ยงในการลงทุนสูง

ความเห็นของกูรู

ทางด้านกูรูผู้เชี่ยวชาญชื่อดังหลายท่านเองก็ยังมองว่า ช่วงเวลาในขณะนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ยกตัวอย่างเช่น Warren Buffett ก็เพิ่งให้สัมภาษณ์ไปว่าเขาสบายใจที่จะถือเงินสดมากกว่าในขณะนี้ 

ส่วน Ray Dalio ก็วิเคราะห์เหตุการณ์ว่าถ้าสหรัฐฯ ไม่สามารถ “เอาชนะ” อิหร่านได้อย่างสมบูรณ์ (ซึ่งตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่ 3 สัปดาห์) ระบบเศรษฐกิจทั่วโลกจะเกิดการช็อกอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับ Robert Kiyosaki หรือ พ่อรวยสอนลูก ที่ทำนายว่าวิกฤตครั้งใหญ่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า

ขณะที่ฝั่งของกูรูคริปโตนั้น Peter Brandt ออกมาวิเคราะห์ว่า หาก Bitcoin หลุดแนวรับสำคัญก็อาจจะร่วงลงอย่างหนักในปีนี้ คล้ายคลึงกับการวิเคราะห์ของ Benjamin Cowen ที่ไม่เชื่อว่า Bitcoin จะฟื้นตัว

นักลงทุนควรเตรียมตัวอย่างไร

ท่ามกลางความผันผวนที่กำลังก่อตัว นักเทรดอาจกำลังตกที่นั่งลำบากและสงสัยว่าควรที่จะรับมืออย่างไรหากสุดท้ายแล้วตลาดออกมาไม่เป็นดังที่หวัง

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ นักเทรดต้องรู้ตัวว่าในขณะนี้ตลาดกำลังอยู่ที่ตำแหน่งใดในวัฏจักร อยู่ใกล้จุดต่ำสุดแล้วหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่กับดักที่ฟื้นตัวขึ้นมาพร้อมรอลงต่อ 

อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือ การสังเกตพฤติกรรมของเจ้ามือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้ามือยุคโบราณ ถ้าหากพวกเขาเทขายหนักแสดงว่านี่อาจไม่ใช่จังหวะที่เหมาะแก่การสะสม แต่เมื่อไรก็ตามที่เจ้ามือเหล่านี้เริ่มช้อนซื้อ หรือโอนเหรียญกลับเข้ายังกระเป๋าของตน แสดงว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงสะสมกำลังเพื่อรอขาขึ้น

ถัดมา ปฏิทินเศรษฐกิจมหภาค ในเดือนเมษายนยังเต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญที่พร้อมจะเขย่าตลาดได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นรายงานการจ้างงานในวันที่ 3 เม.ย. หรือการประชุม Fed ในช่วงปลายเดือน หากข้อมูลชี้ว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกำลังผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงเกินคาด การฟื้นตัวของคริปโตย่อมเป็นไปได้ยากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

สุดท้ายนี้ หัวใจสำคัญของการอยู่รอดคือการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ และวินัยในการลงทุน ในสถานการณ์เช่นนี้นักลงทุนควรมีแผนสำรองและมีการกำหนดจุดตัดขาดทุนชัดเจน โดยเป้าหมายหลักของเดือนเมษายนอาจไม่ใช่การทำกำไร แต่เป็นการประคองทรัพย์สินไว้จนกว่าพายุจะสงบลง