สรุปข่าว
- CoinGlass รายงานว่าตลาดอนุพันธ์คริปโตทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 มีปริมาณการซื้อขายรวมราว 18.63 ล้านล้านดอลลาร์ โดย Binance ครองส่วนแบ่ง 34.9% สูงที่สุดในตลาด
- Hyperliquid ซึ่งเป็น DEX ประเภทฟิวเจอร์แบบ Perpetual ไต่อันดับติด 10 อันดับแรกทั้งในด้านปริมาณการซื้อขายและ Open Interest สะท้อนการเติบโตของตลาดอนุพันธ์แบบกระจายอำนาจ
- โทเคน HYPE ของ Hyperliquid ปรับตัวขึ้นถึง 48% ในไตรมาส 1 ปี 2026 แซงหน้า Bitcoin ที่ลดลง 25% และ Ethereum ที่ร่วง 32% ในช่วงเดียวกัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าความสนใจในตลาดอนุพันธ์คริปโตยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการเติบโตของ DEX อย่าง Hyperliquid ที่บ่งบอกว่านักเทรดกำลังเปิดรับโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายอำนาจมากขึ้น ในระยะกลางถึงยาว การขยายตัวของตลาดอนุพันธ์มักสร้างสภาพคล่องและดึงดูดผู้เล่นสถาบัน ซึ่งส่งผลบวกต่อตลาดคริปโตโดยรวม
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2026 ตามรายงานจาก Cointelegraph อ้างอิงข้อมูลจาก CoinGlass พบว่าตลาดอนุพันธ์คริปโตทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2026 (มกราคม-มีนาคม) มีปริมาณการซื้อขายรวมสูงถึงราว 18.63 ล้านล้านดอลลาร์ โดย Binance ยังคงยืนหนึ่งด้วยส่วนแบ่งตลาด 34.9% ขณะที่ Hyperliquid ซึ่งเป็น DEX ประเภทฟิวเจอร์แบบ Perpetual สามารถไต่อันดับเข้าสู่ 10 อันดับแรกของตลาดได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ปริมาณการซื้อขายอนุพันธ์คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของปริมาณรวมทั้งตลาดที่อยู่ที่ประมาณ 20.57 ล้านล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักเทรดสถาบันและรายย่อยต่างให้ความสนใจกับการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์เป็นหลัก
Binance ยังครองอำนาจ แต่คู่แข่งกำลังไล่ตาม
ด้วยส่วนแบ่งตลาด 34.9% ของปริมาณอนุพันธ์รวมทั้งหมด Binance ยังคงทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่นอย่างชัดเจนในไตรมาส 1 ปี 2026 นอกจากนี้ Binance ยังเปิดตัวสัญญา Perpetual ฟิวเจอร์น้ำมันดิบ ซึ่งทำยอดการซื้อขายเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเปิดตัว สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของนักเทรดที่อยากเข้าถึงสินทรัพย์นอกเหนือจากคริปโตผ่านแพลตฟอร์มเดิมที่คุ้นเคย
ราคา BNB ซึ่งเป็นโทเคนหลักของ Binance ณ ปัจจุบันอยู่ที่ $587.14 เพิ่มขึ้น 2.22% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แม้ตัวเลขปริมาณการซื้อขายของ Binance จะน่าประทับใจ แต่ตลาดยังคงจับตาดูว่าแพลตฟอร์มคู่แข่งโดยเฉพาะกลุ่ม DEX จะสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดได้มากน้อยเพียงใดในไตรมาสถัดไป
Hyperliquid พิสูจน์ตัวเองในตลาดอนุพันธ์แบบกระจายอำนาจ
การที่ Hyperliquid สามารถไต่เข้าสู่ 10 อันดับแรกทั้งในด้านปริมาณการซื้อขายและ Open Interest ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับตลาดอนุพันธ์แบบกระจายอำนาจ เพราะก่อนหน้านี้กลุ่มกระดานเทรดแบบรวมศูนย์อย่าง Binance, OKX และ Bybit มักครองตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ ความสำเร็จของ Hyperliquid สะท้อนให้เห็นว่านักเทรดเริ่มไว้วางใจโครงสร้างพื้นฐานแบบ on-chain มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องฝากเงินกับแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์
โทเคน HYPE ของ Hyperliquid ให้ผลตอบแทนสูงถึง 48% ในไตรมาส 1 ปี 2026 ซึ่งแซงหน้าสินทรัพย์คริปโตชั้นนำอื่น ๆ อย่างชัดเจน ทั้ง Bitcoin ที่ลดลง 25% และ Ethereum ที่ร่วง 32% ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ Paragon ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบน Hyperliquid ยังได้เปิดตัวตลาดดัชนี Perpetual ที่รองรับเลเวอเรจสูงสุด 50 เท่า เพิ่มความหลากหลายของสินค้าที่ให้บริการบนแพลตฟอร์ม
ภาพรวมตลาดคริปโตไตรมาส 1 ปี 2026
นอกเหนือจากข้อมูลตลาดอนุพันธ์แล้ว CoinGlass ยังรายงานว่า XRP มีผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2026 ที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2018 โดยราคาร่วงลง 27.1% ซึ่งสอดคล้องกับภาวะตลาดขาลงในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ออปชั่น Bitcoin ราว 27,600 สัญญา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์จะหมดอายุในวันที่ 3 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดต้องติดตามใกล้ชิด
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข้อมูลจาก CoinGlass ชุดนี้น่าสนใจมาก โดยเฉพาะการที่ Hyperliquid สามารถปีนขึ้นมาติด Top 10 ได้ เพราะมันพิสูจน์ว่า DEX ไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกที่สองอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดอนุพันธ์คริปโตจริง ๆ สิ่งที่ต้องจับตาในไตรมาส 2 คือว่า Hyperliquid จะสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้หรือเปล่า หรือว่ากระดานเทรดแบบรวมศูนย์จะตอบโต้ด้วยการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้มากขึ้น สำหรับ Binance เองก็ยังแข็งแกร่งมาก แต่ถ้า DEX ยังเติบโตในอัตรานี้ต่อเนื่อง ส่วนแบ่ง 34.9% อาจเริ่มถูกกัดกินในอีก 1-2 ปีข้างหน้า
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI
