สรุปข่าว
- The Ether Machine และ Dynamix Corporation ตกลงยกเลิกข้อตกลงควบรวมกิจการมีผลตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. 2569 ส่งผลให้แผนจดทะเบียนในตลาด NASDAQ และกองทุน ETH มูลค่ากว่า $1.5 พันล้านต้องล้มเลิกทั้งหมด
- ทั้งสองฝ่ายอ้างสาเหตุว่าเป็น “สภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย” โดยราคา ETH ที่ร่วงลงนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 และความล่าช้าจากขั้นตอนการตรวจสอบของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ล้วนมีส่วน ณ วันยกเลิก The Ether Machine ถือ ETH อยู่ราว 496,712 เหรียญ มูลค่ากว่า $1.1 พันล้าน
- Dynamix Corporation จะได้รับเงินค่าชดเชยการยกเลิก $50 ล้าน และมีเวลาถึงเดือน พ.ย. 2569 เพื่อหาเป้าหมายควบรวมรายใหม่ มิฉะนั้นต้องยุบบริษัท
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การยกเลิกแผนกองทุน ETH มูลค่า $1.5 พันล้านของ The Ether Machine ถือเป็นสัญญาณเชิงลบต่อ Ethereum แม้จะไม่ใช่เหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนตลาดในระดับใหญ่ เนื่องจากเป็นเพียงกองทุนเดียว แต่มันสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันบางส่วนยังลังเลต่อ ETH ในสภาพตลาดปัจจุบัน แรงซื้อที่คาดว่าจะเข้ามาหายไปและอาจกดดันราคาในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย บริษัท The Ether Machine และ Dynamix Corporation (NASDAQ: DYNX) ได้ประกาศยกเลิกข้อตกลงควบรวมกิจการที่เคยวางแผนไว้ร่วมกัน ตามรายงานจาก Cointelegraph ซึ่งส่งผลให้แผนการจดทะเบียนในตลาด NASDAQ ภายใต้ ticker “ETHM” และการจัดตั้งกองทุน Ethereum มูลค่ากว่า $1.5 พันล้านต้องล้มเลิกไปทั้งหมด โดยทั้งสองฝ่ายอ้างถึง “สภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย” เป็นเหตุผลหลัก ซึ่งสอดคล้องกับราคา ETH ที่ร่วงลงมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 โดย ณ วันที่ 12 เม.ย. 2569 ราคา ETH อยู่ที่ $2,184.57 ลดลง 2.85% ในรอบ 24 ชั่วโมง
จากแผนใหญ่สู่การล้มเลิก The Ether Machine คืออะไร
The Ether Machine เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ก.ค. 2568 พร้อมกับประกาศข้อตกลงควบรวมกับ Dynamix Corporation ซึ่งเป็น SPAC (Special Purpose Acquisition Company) หรือบริษัทเปล่าที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเพื่อนำกิจการอื่นเข้ากระดาน ดีลดังกล่าวถูกประเมินมูลค่าไว้ที่ราว $1.6 พันล้าน โดยรวมเงินที่ผู้ลงทุนสถาบันและเชิงกลยุทธ์ให้คำมั่นไว้กว่า $1.5 พันล้าน บวกกับเงินสดในทรัสต์ของ Dynamix อีกสูงสุด $170 ล้าน เป้าหมายคือการเป็นกองทุน Ethereum สาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับนักลงทุนสถาบัน โดยคาดว่าจะเปิดตัวด้วย ETH มากกว่า 400,000 เหรียญในงบดุล
ต่อมาในเดือน ก.ย. 2568 The Ether Machine ยังประกาศเพิ่มเติมว่าได้รับคำมั่นสัญญาจาก Jeffrey Berns ผู้ก่อตั้ง Blockchains ในการนำ ETH อีก 150,000 เหรียญ (มูลค่าราว $654 ล้านในขณะนั้น) เข้ามาเสริม ทำให้ยอด ETH ที่ถือครองและได้รับคำมั่นรวมแตะ 495,362 เหรียญ และยังมีผู้หนุนหลังรายใหญ่อื่นๆ อีกมากมาย เช่น Pantera Capital, Kraken, Electric Capital และ Blockchain.com
สาเหตุที่ทำให้แผนล้มเหลวและผลที่ตามมา
แม้โปรเจกต์จะดูแข็งแกร่งในช่วงแรก แต่หลายปัจจัยก็บั่นทอนความเป็นไปได้ของดีลนี้ ทั้งการปรับตัวลงของราคา ETH อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 และความล่าช้าในขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร S-4 ของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ที่ถูกชะลอออกไปเพิ่มจากการปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐฯ นานถึง 43 วันในเดือน พ.ย. 2568 ทำให้กระบวนการยื่นขอจดทะเบียนล่าช้ากว่าที่วางแผนไว้มาก ในที่สุดทั้งสองฝ่ายจึงตัดสินใจเลิกข้อตกลง โดย Dynamix Corporation จะได้รับเงินค่าชดเชย $50 ล้านจากฝ่าย The Ether Machine ภายในวันที่ 23 เม.ย. 2569 และ Dynamix ยังมีเวลาถึงเดือน พ.ย. 2569 เพื่อหาเป้าหมายควบรวมรายใหม่ มิฉะนั้นต้องยุบกิจการและคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น
ณ วันที่ยกเลิกข้อตกลง The Ether Machine ยังคงถือ ETH อยู่ราว 496,712 เหรียญ มูลค่ากว่า $1.1 พันล้าน แม้แผนการขึ้นทะเบียนในตลาดหุ้นจะล้มเหลว แต่บริษัทก็ยังคงมีสินทรัพย์ ETH ในมือจำนวนมาก สำหรับทิศทางต่อไปของ The Ether Machine ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องของ BitMine ที่ทุ่มซื้อ ETH เพื่อตั้งเป้าเป็นเจ้าของ 5% ของโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่กองทุนที่ถือ ETH จำนวนมากก็ยังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่องในสภาพตลาดปัจจุบัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการล้มของดีลนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจมากนัก เพราะ SPAC หลายรายในวงการคริปโตก็ประสบปัญหาในลักษณะคล้ายกันเมื่อสภาพตลาดเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่น่าจับตามากกว่าคือ The Ether Machine ยังถือ ETH อยู่เกือบ 5 แสนเหรียญ ซึ่งถ้าพวกเขาตัดสินใจขายออกมาในตลาดเปิด ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อราคา ETH ได้พอสมควร อีกประเด็นที่น่าคิดคือมันสะท้อนภาพรวมว่านักลงทุนสถาบันยังลังเลกับ ETH อยู่มาก แม้จะมีหลายโปรเจกต์ที่พยายามสร้างโครงสร้างให้ Ethereum เข้าถึงได้ในตลาดหุ้น แต่ถ้าราคา ETH ไม่ฟื้นตัวให้ชัดเจน โปรเจกต์ลักษณะนี้ก็คงยากที่จะเดินหน้าต่อ
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
