สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin กำลังเผชิญแนวต้านสำคัญที่ 76,800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดคุ้มทุนของนักลงทุนระยะสั้น หากราคาแตะระดับนี้ มักจะมีแรงเทขายเพื่อหนีตายหลุดดอย
- ข้อมูลจาก CryptoQuant เผยว่ายอดฝากเหรียญเข้ากระดานเทรดพุ่งแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2025 โดยสัดส่วนการฝากเงินล็อตใหญ่พุ่งพรวดจาก 10% เป็น 40%
- ปัจจุบันยอดการขายทำกำไรยังไม่ถึงจุดอันตราย แต่ถ้าราคาสามารถเบรกทะลุ 76,800 ดอลลาร์ไปได้ นักเทรดอาจต้องรีบเฝ้าระวังการร่วงหล่นของราคา
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Bitcoin ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 75,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จด้วยแรงหนุนจากการผ่อนคลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ข้อมูล On-chain จาก CryptoQuant กลับส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสุด โดยราคาปัจจุบันกำลังเข้าใกล้จุดต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้นที่ 76,800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญที่คนมักจะเทขายเพื่อคืนทุน แถมเจ้ามือยังพากันโอน Bitcoin ล็อตใหญ่เข้ากระดานเทรด จนสัดส่วนการฝากของเจ้ามือทะยานขึ้นถึง 40% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงกว่าช่วงก่อนที่ตลาดจะพังทลายในเดือนมกราคมเสียอีก นอกจากนี้ หากราคาขยับขึ้นไปจนกระตุ้นให้ยอดการขายทำกำไรรายวันพุ่งแตะระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ ตลาดอาจเผชิญกับแรงเทขายชุดใหญ่ที่พร้อมจะสกัดกั้นไม่ให้ราคาไปต่อได้
Bitcoin สามารถทะยานขึ้นมาแตะระดับราคา $75,000 – $76,000 ได้เป็นผลสำเร็จหลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักตลอดเดือน ก.พ. และ มี.ค. แต่ข้อมูลออนเชนกลับเผยให้เห็นว่าราคากำลังใกล้ที่จะประสบกับความท้าทายที่แนวต้านสำคัญ
รายงานจาก Cryptoquant ระบุว่าราคาของ Bitcoin ได้ขยับเข้าไปใกล้ราคาเฉลี่ยจริงของนักลงทุนระยะสั้นที่ $76,800 โดยในตลาดขาลงครั้งก่อนหน้า นักลงทุนที่ใกล้กับจุดเท่าทุนมักจะใช้ระดับราคาเฉลี่ยนี้เป็นจุดออก ทำให้ราคาไม่สามารถถูกผลักขึ้นไปข้างบนได้ ซึ่งปีนี้เราเห็นมาแล้วหนึ่งครั้งในช่วงขาขึ้นเดือนมกราคม
นักวิจัยจาก CryptoQuant ระบุว่า การปรับฐานลงไปยังระดับ 60,000 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ทำให้ Bitcoin เข้าสู่สภาวะที่มีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงในระยะสั้น ขณะที่การฟื้นตัวของราคาได้รับแรงสนับสนุนจากการผ่อนคลายลงชั่วคราวของความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้กรอบล่างของราคาต้นทุนเฉลี่ยของเทรดเดอร์ยังอยู่ที่ประมาณ 67,600 ดอลลาร์ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นระดับแนวรับสำคัญ หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านปัจจุบันไปได้
ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง
อย่างไรก็ตามความกังวลในรายงานฉบับใหม่นี้ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของกราฟราคาและจุดเข้าออก แต่ยังมีประเด็นความเคลื่อนไหวของเจ้ามือที่ต้องเป็นกังวล
Cryptoquant ระบุว่าจำนวน Bitcoin ที่ไหลทะลักเข้ามายังกระดานเทรดได้ไต่ระดับสูงขึ้นเป็น 11,000 BTC ในช่วงราคา $76,000 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 และยังสูงกว่าระดับ 9,000 BTC ที่เคยบันทึกไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2026 โดยในครั้งนั้นมีการกระจุกตัวของเงินฝากขนาดใหญ่ถึง 63% และตามมาด้วยการปรับฐานของราคาในระยะสั้น”
รายงานยังได้แสดงให้เห็นค่าเฉลี่ยของการฝาก Bitcoin เข้าสู่กระดานเทรด พุ่งสูงถึง 2.25 BTC ซึ่งเป็นระดับรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโอนสินทรัพย์ของลูกค้ารายใหญ่ไปยัง Binance ซึ่งมีการทำธุรกรรมบางรายการสูงเกินกว่า 1,000 BTC
ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันสัดส่วนของการฝากล็อตใหญ่โดยเจ้ามือได้พุ่งขึ้นสูงจาก 10% มาเป็น 40% หมายความว่าเจ้ามือเหล่านี้มีความรีบร้อนเป็นอย่างมากที่จะต้องบริหารพอร์ตและกระจายความเสี่ยงในขณะที่ Bitcoin ขยับเข้าใกล้แนวต้าน และหากว่ากันตามปกติแล้วสัดส่วนเงินฝากจากเจ้ามือ 40% มักจะตอบสนองเป็นผลให้เกิดแรงกดดันจากฝั่งขาย

ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ยอดฝากเหรียญเข้าใกล้กับ 2 BTC ราคาของ Bitcoin ก็ได้ร่วงอย่างรุนแรงจาก $100,000 เหลือเพียง $60,000 ซึ่งตัวเลขในครั้งนี้มีความรุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน การทำกำไรที่เกิดขึ้นจริงรายวัน ยังคงอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ 1,000 ล้านดอลลาร์ที่ CryptoQuant ระบุว่า เป็นระดับการทำกำไรที่มีนัยสำคัญในช่วงตลาดหมี ทั้งนี้ ผู้ถือครอง Bitcoin ที่สะสมเหรียญไว้ในช่วงราคา 65,000 ถึง 76,000 ดอลลาร์ กำลังมีกำไรที่ยังไม่ขายที่อาจสร้างสภาวะที่อาจเกิดแรงขายทำกำไรที่เร่งตัวขึ้น หากราคายังคงทรงตัวหรือขยับสูงขึ้น
ข้อมูลจยังบ่งชี้อีกว่า ในการฟื้นตัวของตลาดหมีครั้งก่อนๆ การพุ่งขึ้นของการทำกำไรที่เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับหรือเกิดขึ้นก่อนการทำจุดสูงสุดชั่วคราวเพียงเล็กน้อย ซึ่งตัวเลขในปัจจุบันบ่งชี้ว่าการทำกำไรยังไม่ถึงจุดนั้น
หาก Bitcoin สามารถผลักดันราคาผ่านระดับราคาต้นทุนเฉลี่ยของเทรดเดอร์ที่ 76,800 ดอลลาร์ได้ กำไรที่เกิดขึ้นจริงรายวันอาจขยับเข้าใกล้ระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันจากการขายและเพิ่มโอกาสที่การพุ่งขึ้นของราคาจะหยุดชะงักหรือกลับตัว ณ ระดับปัจจุบัน
ดังนั้น การบรรจบกันของปัจจัยทั้งปริมาณเงินไหลเข้ากระดานเทรดที่เพิ่มขึ้น, ขนาดการฝากเฉลี่ยที่สูงขึ้น และการกระจุกตัวของผู้ถือครองรายใหญ่ ณ ระดับราคาที่เป็นแนวต้านสำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับเทรดเดอร์ที่กำลังเฝ้าสังเกตทิศทางในระยะสั้น
แม้ข้อมูลของ CryptoQuant จะไม่ได้ตัดโอกาสที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก แต่ภาพรวม On-chain กลางเดือนเมษายน 2026 สะท้อนให้เห็นว่าเจ้ามือกำลังขยับตัวอย่างหนักใกล้แนวต้าน ซึ่งเป็นจุดที่ราคาต้นทุนของเทรดเดอร์ระยะสั้นอยู่เหนือราคาปัจจุบันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ที่มา: Bitcoin.com
มุมมองผู้เขียน : ถึงจะไม่มีใครสามารถฟันธงได้ 100% ว่า Bitcoin จะมุ่งไปยังทิศทางไหนแต่คำเตือนของ Cryptoquant ได้แสดงให้เห็นว่า Bitcoin อาจเกิดการปรับตัวลงครั้งใหญ่และทำจุดต่ำสุดของวัฏจักรได้ และถ้าเป็นเช่นนั้นการพิจารณาลดเลเวอเรจ หรือตั้งจุดตัดขาดทุน ให้รัดกุมในระดับแนวรับที่ 67,600 ดอลลาร์ อาจเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยที่สุดในสภาวะที่เจ้ามือกำลังเคลื่อนไหว
