bitkub-banner

ส่องเทรนด์ DePIN เปลี่ยนหลังคาโซลาร์เซลล์ให้ขุดเหรียญคริปโทฯ คืนทุนค่าแอร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กลไก Proof of Generation ทำให้เจ้าของบ้านสามารถขุดคริปโทฯ ด้วยแสงแดดผ่าน DePIN ไม่เพียงแค่ประหยัดค่าไฟ แต่ยังสามารถรับรางวัลเป็นเหรียญคริปโทฯ จากทุกกิโลวัตต์-ชั่วโมงที่แผงโซลาร์ผลิตได้
  • ผู้ที่มีโซลาร์เซลล์อยู่แล้วไม่ต้องรื้อระบบใหม่ เพียงติดตั้งอุปกรณ์เสริม Smart IoT Gateway เข้ากับ Inverter เพื่อส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์ และรับเหรียญเข้า Digital Wallet เพื่อนำไปแลกเป็นเงินบาท
  • รายได้จากการขุดเหรียญ เมื่อรวมกับค่าไฟที่ประหยัดได้ จะช่วยให้การลงทุนระบบโซลาร์รูฟท็อปขนาด 3kW คืนทุนเร็วขึ้นจาก 5.4 ปี เหลือเพียงประมาณ 2.6 ปี โดยประมาณ

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

เทคโนโลยี DePIN กำลังพลิกโฉมวงการพลังงานสะอาดด้วยการเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาให้กลายเป็น เครื่องขุดคริปโทเคอร์เรนซี ผ่านกลไก Proof of Generation โดยระบบจะบันทึกการผลิตไฟฟ้าลงบนบล็อกเชนและจ่ายรางวัลเป็นเหรียญดิจิทัล ผู้ใช้งานเพียงติดตั้งอุปกรณ์เสริม Smart IoT Gateway เข้ากับระบบโซลาร์เดิม ก็สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยวันละ 90-100 บาท ซึ่งเมื่อนำไปรวมกับค่าไฟที่ประหยัดได้ตามปกติ จะช่วยร่นระยะเวลาคืนทุนของระบบโซลาร์เซลล์ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึงครึ่งหนึ่งจาก 5.4 ปี เหลือเพียง 2.6 ปี ถือเป็นการเปลี่ยนแสงแดดให้เป็น Passive Income ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในยุคค่าไฟแพงและก้าวข้ามระบบไฟฟ้าแบบเดิมๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในยุคที่ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยี DePIN (Decentralized Physical Infrastructure Networks) กำลังเข้ามาปฏิวัติวงการพลังงานสะอาด โดยเปลี่ยนจากโมเดลเดิมที่เจ้าของบ้านติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดไฟเพียงอย่างเดียว ให้สามารถขุดเหรียญคริปโทฯ จากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ในเวลาเดียวกัน นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยลดระยะเวลาคืนทุนของการติดตั้งแผงโซลาร์เท่านั้น แต่ยังสร้างรายได้แบบ Passive Income ที่นำไปจ่ายค่าแอร์หรือค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้เพิ่มอีกหนึ่งช่องทางด้วย

หัวใจสำคัญของเทรนด์นี้คือ การใช้กลไกที่เรียกว่า Proof of Generation เช่นที่โปรเจกต์ Rowan Energy กำลังมาแรง โดยการติดตั้งอุปกรณ์ SmartMiner ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งสมาร์ทมิเตอร์และเครื่องขุดเหรียญไปในตัว ทุกๆ กิโลวัตต์-ชั่วโมงของไฟฟ้าที่แผงโซลาร์ของคุณผลิตได้ จะถูกบันทึกลงบนบล็อกเชนและแปลงเป็นรางวัลเป็นเหรียญคริปโทฯ ให้ทันที ตามข้อมูลระบุว่า เจ้าของบ้านจะสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ £2 ต่อวัน (ราว 90-100 บาท) ซึ่งเพียงพอที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าไฟฟ้าจากการเปิดแอร์ในแต่ละเดือนได้อย่างมีนัยสำคัญ 

ขั้นตอนการเปลี่ยนหลังคาเป็นเหมืองดิจิทัล

สำหรับคนไทยที่สนใจเปลี่ยนระบบโซลาร์เซลล์เดิมให้กลายเป็นโหนดในเครือข่าย DePIN ขั้นตอนแรกคือ การเลือกแพลตฟอร์มที่ได้รับการรองรับในระดับสากล  โดยคุณต้องติดตั้ง Smart IoT Gateway หรืออุปกรณ์เสริมที่รองรับบล็อกเชน (เช่น Rowan Miner) เชื่อมต่อเข้ากับ Inverter ของระบบโซลาร์ที่มีอยู่เดิม 

อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบการผลิตไฟฟ้าและส่งข้อมูลขึ้นระบบคลาวด์ของเครือข่ายเพื่อรับรางวัลเป็น Token หลังจากนั้นคุณต้องสร้าง Digital Wallet เช่น Metamask เพื่อรองรับเหรียญที่ขุดได้ ซึ่งสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็น Stablecoin หรือเงินบาทผ่านกระดานเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. เพื่อนำมาหักลบกับบิลค่าไฟรายเดือน

เมื่อลองคำนวณในเชิงตัวเลข หากคุณติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปขนาด 3 กิโลวัตต์ (3kW) ด้วยงบประมาณ 150,000 บาท ปกติจะช่วยประหยัดค่าไฟได้เดือนละ 2,300 บาท (คืนทุนใน 5.4 ปี) แต่ถ้าคุณเสริมระบบ DePIN โดยมีค่าอุปกรณ์ Smart Gateway เพิ่มเติมประมาณ 5,000 – 8,000 บาท และสามารถสร้างรายได้จากการขุดเหรียญได้เฉลี่ยวันละ 90 บาท หรือประมาณ 2,700 บาทต่อเดือน เท่ากับว่าในหนึ่งเดือนคุณจะมีผลตอบแทนรวม (ทั้งจากค่าไฟที่ประหยัดได้ + รายได้จากเหรียญ) สูงถึง 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาคืนทุนจาก 5.4 ปี เหลือเพียงประมาณ 2.6 ปี หรือเร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว 

สุดท้ายนี้เทรนด์ DePIN เปลี่ยนให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเพื่อลดค่าไฟอีกต่อไป แต่คือการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลบนโลกแห่งความจริง แสงแดดที่แผดเผาในช่วงฤดูร้อนจะกลายเป็นรายได้กลับมาเข้ากระเป๋าเพื่อช่วยจ่ายค่าไฟ นวัตกรรมนี้ช่วยให้คนไทยก้าวข้ามขีดจำกัดของระบบไฟฟ้าแบบรวมศูนย์เดิมๆ ไปสู่ยุคที่ทุกคนสามารถผลิต ขาย และทำกำไรจากพลังงานบนหลังคาบ้านของตัวเองได้ 

ที่มา : Cryptoslate


มุมมองผู้เขียน : แม้ตัวเลขการคืนทุนใน 2.6 ปีจะฟังดูแป๊ปเดียว แต่ผู้ใช้ต้องตระหนักว่ารายได้ 90-100 บาทต่อวัน นั้นผูกติดอยู่กับ มูลค่าของเหรียญคริปโทฯ ในช่วงเวลานั้นๆ หากตลาดคริปโทฯ เข้าสู่ช่วงขาลง หรือโปรเจกต์นั้นๆ ขาดสภาพคล่องและหมดความนิยม มูลค่าเหรียญอาจร่วงลงจนรายได้ส่วนนี้แทบไม่เหลือมูลค่า การคำนวณจุดคุ้มทุนจึงควรยึดค่าไฟที่ประหยัดได้เป็นแกนหลัก และมองรายได้จากเหรียญเป็นเพียงโบนัสส่วนเพิ่มเท่านั้น