สรุปข่าว
- นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดังออกมาเตือนให้นักลงทุนพิจารณาเทขาย Bitcoin ออกมาก่อนหลังจากที่ราคาแสดงความอ่อนแอและไม่สามารถทะลุแนวต้าน 75,000 ดอลลาร์ไปได้โดยคาดการณ์ว่าอาจเกิดการปรับฐานลงไปลึกถึงระดับ 48,000 ดอลลาร์
- ปัจจัยกดดันหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อสหรัฐอเมริกายึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านจนอาจทำให้อิหร่านล้มเลิกการเข้าร่วมเจรจาสันติภาพประกอบกับการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี
- แม้ในระยะสั้นตลาดจะถูกกดดันจากการเปิดสถานะ Short มูลค่ามหาศาลของวาฬรายใหญ่แต่นักวิเคราะห์ยังคงมองว่าโซน 48,000 ดอลลาร์จะเป็นจุดเข้าซื้อที่น่าสนใจเนื่องจากสถิติในอดีตชี้ว่าเดือนพฤษภาคมและไตรมาสที่สองมักจะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตกลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่อเค้าบานปลาย ประกอบกับความตื่นตระหนกทางเศรษฐกิจมหภาคจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ได้สร้างสภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) อย่างรุนแรงในตลาดโลก เมื่อรวมเข้ากับสัญญาณการเปิดสถานะเก็งกำไรขาลงมูลค่ามหาศาลจากวาฬรายใหญ่ ปัจจัยเหล่านี้จึงสร้างแรงกดดันและแรงเทขายที่อาจฉุดให้ราคา Bitcoin เกิดการปรับฐานลงลึกในระยะสั้นก่อนที่จะสามารถฟื้นตัวได้อีกครั้ง
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่และตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักนับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเริ่มปะทุขึ้น ล่าสุด Crypto Jack นักเทรดและนักวิเคราะห์ชื่อดังได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยให้นักลงทุนพิจารณาเทขาย Bitcoin ออกมาก่อน หลังจากที่กราฟราคาเริ่มแสดงความอ่อนแอจากการที่ไม่สามารถทะลุแนวต้าน 75,000 ดอลลาร์ไปได้ โดยเขาประเมินว่าเราอาจได้เห็นการร่วงหล่นลงไปถึง 48,000 ดอลลาร์ก่อนที่ตลาดจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม
ความกังวลเบอร์ต้นๆ ที่กำลังกดดันตลาดในตอนนี้หนีไม่พ้นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ มีรายงานว่าทางการอิหร่านอาจตัดสินใจคว่ำบาตรไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบที่สองซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 20 เมษายนนี้ที่ประเทศปากีสถาน แม้ว่าทางฝั่งสหรัฐฯ จะส่งตัวแทนระดับรองประธานาธิบดีอย่าง JD Vance เข้าร่วมก็ตาม ความตึงเครียดนี้เดือดพล่านขึ้นมาหลังจากที่สหรัฐฯ บุกยึดเรือบรรทุกสินค้าติดธงอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านประณามว่านี่คือการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและพร้อมที่จะตอบโต้หากสหรัฐฯ ไม่ยอมยกเลิกการปิดล้อม
นอกเหนือจากประเด็นสงครามแล้ว สัญญาณทางการเงินระดับมหภาคก็ดูน่าตกใจไม่แพ้กัน ก่อนที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเปิดทำการ มีรายงานสะพัดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้กระหน่ำเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาถึง 2.86 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการเทขายล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี สิ่งที่ทำให้นักลงทุนผวาหนักก็คือ ในอดีตเมื่อเกิดเหตุการณ์เทขายลักษณะนี้ ตลาดหุ้นเคยดิ่งพสุธาลงไปถึง 15 เปอร์เซ็นต์มาแล้ว
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจากวงในยังชี้ให้เห็นว่าบรรดาผู้เล่นรายใหญ่กำลังเร่งเทขายสินทรัพย์เสี่ยงของสหรัฐฯ ออกจากพอร์ตจนแทบจะเหลือแต่น้ำมันไว้เก็งกำไรเท่านั้น สัญญาณอันตรายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีรายงานว่านักเทรดวงในที่มีความเชื่อมโยงกับคนใกล้ชิดของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการเปิดสถานะ Short ทุบราคา Bitcoin ด้วยมูลค่าสูงถึง 53 ล้านดอลลาร์ พร้อมงัดเลเวอเรจสูงถึง 30 เท่า แม้นักเทรดรายนี้จะมีสถิติการเทรดชนะรวด 10 ครั้งติด แต่มันก็เป็นการเดิมพันที่เสี่ยงตายมาก เพราะถ้าราคาดีดสวนขึ้นไปแค่ 7 เปอร์เซ็นต์ พอร์ตของเขาก็จะถูกล้างจนหมดตัวทันที
ในมุมมองของการวิเคราะห์กราฟเทคนิค Crypto Jack ประเมินว่า Bitcoin ยังพอมีช่องว่างให้ดีดตัวกลับขึ้นไปได้ในระยะสั้น โดยข้อมูลจาก Heatmap ระบุว่าราคาอาจถูกดันขึ้นไปแตะโซน 79,000 ถึง 80,000 ดอลลาร์ได้หากมีแรงซื้อเข้ามาหนุนชั่วคราว หรือถ้าทั้งสองประเทศสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกันได้สำเร็จ สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตก็จะฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มภาพรวมในตอนนี้ยังคงต้องระมัดระวังอย่างสูง หาก Bitcoin ไม่สามารถยืนระยะเหนือแนวรับสำคัญที่ 60,000 ดอลลาร์ได้ มันก็มีโอกาสสูงมากที่จะไหลรูดลงไปทดสอบกรอบ 46,000 ถึง 52,000 ดอลลาร์ ซึ่งเขามองว่าโซน 48,000 ถึง 50,000 ดอลลาร์นี่แหละคือจุดเข้าซื้อสะสมรอบใหม่ที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด
สาเหตุหลักที่เขาแนะนำให้หนีออกมาก่อนแล้วค่อยกลับไปช้อนซื้อในเดือนพฤษภาคม เป็นเพราะสถิติการเติบโตตามฤดูกาล (Seasonality) หากดูจากข้อมูลย้อนหลัง 13 ปี เดือนพฤษภาคมมักจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 8 เปอร์เซ็นต์ และสามารถปิดแท่งเดือนเป็นสีเขียวได้ถึง 7 ปี นอกจากนี้ ไตรมาสที่สองของทุกปีมักจะเป็นช่วงที่ตลาดคริปโตติดเครื่องวิ่งแรงที่สุด โดยมีสถิติการพุ่งขึ้นเฉลี่ยถึง 58 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นจังหวะทองคำของการทำกำไรหลังจากที่ตลาดซึมเศร้ามาในช่วงต้นปี

ที่มา: coinpedia
มุมมองส่วนตัวผมมองว่าการที่รายใหญ่พากันลดความเสี่ยงพร้อมกับข่าวธนาคารกลางญี่ปุ่นเทขายพันธบัตร ถือเป็นสัญญาณเตือนระดับสีแดงที่นักลงทุนไม่ควรมองข้ามครับ เพราะมันสะท้อนว่ามีคลื่นใต้น้ำทางเศรษฐกิจมหภาคที่กำลังก่อตัวขึ้น การเตรียมเงินสดสำรองไว้รอรับของถูกบริเวณ 50,000 ดอลลาร์ตามที่นักวิเคราะห์แนะนำจึงเป็นกลยุทธ์ที่เข้าท่ามากสำหรับช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ครับ
