สรุปข่าว
- ตลาดหลักของ Aave ทั้ง WETH และ stablecoin สำคัญ (USDT, USDC) มีอัตราการใช้งานพุ่งถึง 100% พร้อมกัน ส่งผลให้ผู้ฝากสภาพคล่องไม่สามารถถอนเงินได้
- CertiK ออกคำเตือนว่า Aave กำลังเผชิญปัญหาร้ายแรง ขณะที่ CEO Stani Kulechov แจ้ง CoinDesk ว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์จะพูด” ในตอนนี้
- วิกฤตมีจุดเริ่มต้นจากการโจมตี Kelp DAO เมื่อวันที่ 18 เมษายน ซึ่งทำให้เงินไหลออกจาก Aave กว่า 5-6 พันล้านดอลลาร์ และอาจก่อให้เกิดหนี้เสียระหว่าง 123-230 ล้านดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
วิกฤตสภาพคล่องที่เกิดขึ้นใน Aave ซึ่งเป็นโปรโตคอลให้กู้ยืมอันดับต้น ๆ ของวงการ DeFi ส่งสัญญาณลบต่อความเชื่อมั่นในระบบนิเวศ DeFi โดยรวม ความเสี่ยงของหนี้เสียที่อาจสูงถึง 230 ล้านดอลลาร์อาจก่อให้เกิดแรงขายในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง และสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยของโปรโตคอล DeFi อื่น ๆ ในวงกว้าง
ตลาดหลักของโปรโตคอลให้กู้ยืม Aave เผชิญสถานการณ์วิกฤตเมื่อระหว่างวันที่ 19-20 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา เมื่ออัตราการใช้งาน (utilization rate) ของ WETH และ stablecoin หลักอย่าง USDT และ USDC พุ่งขึ้นถึง 100% พร้อมกัน ตามรายงานจาก CoinDesk สถานการณ์นี้หมายความว่าสินทรัพย์ทั้งหมดที่ผู้ใช้ฝากไว้ใน Aave ถูกยืมออกไปจนหมด ทำให้ผู้ให้บริการสภาพคล่องไม่สามารถถอนเงินของตัวเองออกได้ บริษัทรักษาความปลอดภัย CertiK ออกคำเตือนว่าโปรโตคอลกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ร้ายแรง ด้าน Stani Kulechov ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Aave แจ้งต่อ CoinDesk ว่าตนเอง “ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์จะพูด” ในขณะนี้
วิกฤตเริ่มต้นจากการโจมตี Kelp DAO
รากของปัญหาย้อนไปยังเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 เมื่อ Kelp DAO ถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ของ bridge rsETH ผู้โจมตีสามารถสร้างโทเคน rsETH ที่ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลังจริง แล้วนำไปใช้เป็นหลักประกันบนแพลตฟอร์ม Aave ส่งผลให้เกิดการไหลออกของเงินจำนวนมหาศาลราว 5,000-6,000 ล้านดอลลาร์จากโปรโตคอล โดย Aave ได้ทำการอายัดตลาดที่เกี่ยวข้องกับ rsETH ในทันทีหลังพบเหตุ และ Kelp DAO มีความสูญเสียรวมประมาณ 293 ล้านดอลลาร์จากการโจมตีครั้งนี้
เมื่อวันที่ 20 เมษายน Llamarisk ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบริหารความเสี่ยงที่ให้บริการแก่ Aave ได้ออกรายงานประมาณการหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้นกับ Aave V3 อยู่ในช่วง 123.7 ล้านดอลลาร์ถึง 230.1 ล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับว่า Kelp DAO จะจัดสรรความสูญเสียจากการถูกโจมตีอย่างไร จากนั้น CertiK Pulse ได้ออกรายงานเมื่อวันที่ 21 เมษายน เน้นย้ำถึงความสูญเสียและเงินทุนที่ไหลออกจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับ Aave
อัตราการใช้งาน 100% หมายความว่าอะไร
ในโปรโตคอลให้กู้ยืมแบบ DeFi อัตราการใช้งาน (utilization rate) คือสัดส่วนระหว่างสินทรัพย์ที่ถูกยืมไปเทียบกับสินทรัพย์ทั้งหมดที่ฝากอยู่ในโปรโตคอล เมื่ออัตรานี้แตะ 100% หมายความว่าสินทรัพย์ทุกบาทในพูลถูกยืมออกไปจนหมดแล้ว ผู้ฝากสภาพคล่องจึงไม่สามารถถอนเงินต้นของตัวเองออกมาได้ในทันที ต้องรอให้ผู้กู้ชำระคืนก่อน สถานการณ์ดังกล่าวคล้ายคลึงกับการแห่ถอนเงินจากธนาคารในรูปแบบ DeFi ซึ่งในภาวะวิกฤตมักยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหารุนแรงขึ้น
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Arbitrum สั่งอายัด Ethereum มูลค่า $71 ล้าน หลังพบโยงเหตุการแฮ็ก Kelp Protocol ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์เดียวกันนี้โดยตรง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้น่าเป็นห่วงมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะ Aave ไม่ใช่โปรโตคอลเล็ก ๆ ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ แต่เป็นหนึ่งในเสาหลักของวงการ DeFi ที่คนเชื่อถือมานาน การที่ CEO ตอบว่า “ไม่มีอะไรจะพูด” ในช่วงวิกฤตแบบนี้ฟังดูน่าวิตกยิ่งกว่าการที่เขาออกมาพูดถึงแผนรับมืออย่างชัดเจน สิ่งที่ต้องจับตาตอนนี้คือ Aave DAO จะออกมาตรการฉุกเฉินอะไรออกมาหรือไม่ และผู้ฝากสภาพคล่องรายใหญ่จะยังคงอยู่ในระบบหรือจะแห่ถอนตัวออกทันทีที่มีสภาพคล่องกลับมา ความเสียหายครั้งนี้อาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับโปรโตคอล DeFi ทั้งวงการในเรื่องของการจัดการความเสี่ยงด้านหลักประกัน
ที่มา: CoinDesk
ภาพจาก AI
