bitkub-banner

โพลชี้ สถาบันการเงินญี่ปุ่นเกือบ 80% เล็งช้อนซื้อ Crypto เข้าพอร์ตภายใน 3 ปีนี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผลสำรวจล่าสุดจาก Nomura และ Laser Digital เผยสถาบันการเงินในประเทศญี่ปุ่นเกือบ 80% กำลังวางแผนที่จะลงทุนใน Crypto ภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่เปลี่ยนจากการเฝ้าดูอยู่ห่างๆ มาเป็นการจัดพอร์ตการลงทุนอย่างจริงจัง
  • นักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่มองว่า Crypto เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงชั้นเยี่ยมเนื่องจากมีการเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยสัมพันธ์กับสินทรัพย์ดั้งเดิม โดยกว่าครึ่งตั้งเป้าที่จะแบ่งสัดส่วนเงินทุนมาลงในตลาดนี้ประมาณ 2% ถึง 5% ของพอร์ต
  • ความชัดเจนด้านกฎระเบียบของญี่ปุ่นเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยสร้างความมั่นใจ นอกจากนี้สถาบันต่างๆ ยังให้ความสนใจที่จะต่อยอดไปสู่กลยุทธ์การสร้างรายได้แบบ Passive Income อย่างการทำ Staking, Lending และการใช้งาน Stablecoin อีกด้วย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

การที่สถาบันการเงินระดับประเทศของญี่ปุ่นซึ่งได้ชื่อว่ามีความระมัดระวังและรอบคอบสูง เตรียมตบเท้าหอบเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาด Crypto อย่างเป็นระบบ ถือเป็นสัญญาณบวกระยะยาวที่จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับอุตสาหกรรมในสายตานักลงทุนทั่วโลก

ทัศนคติที่มีต่อการลงทุนใน Crypto ของสถาบันการเงินในประเทศญี่ปุ่นกำลังเกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่เคยเป็นเพียงความสนใจแบบระแวดระวัง วันนี้ได้กลายมาเป็นการวางแผนจัดสรรพอร์ตการลงทุนอย่างจริงจังแล้ว อ้างอิงจากผลสำรวจล่าสุดของ Nomura และ Laser Digital ซึ่งเป็นบริษัทลูกด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เปิดเผยว่านักลงทุนสถาบันของญี่ปุ่นเกือบ 80% กำลังวางแผนที่จะกว้านซื้อ Crypto เข้าพอร์ตภายในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่กว้างขึ้นว่า Crypto ถือเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงชั้นเยี่ยม ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากยกเหตุผลว่าสินทรัพย์กลุ่มนี้มีการเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยสัมพันธ์กับสินทรัพย์ดั้งเดิม ทำให้มันมีความน่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การจัดสรรเงินทุนยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยสถาบันกว่าครึ่งตั้งเป้าที่จะแบ่งสัดส่วนเงินทุนมาลงในตลาดนี้เพียงแค่ประมาณ 2% ถึง 5% ของพอร์ตเท่านั้น

นอกจากนี้ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดย 31% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขามีมุมมองเชิงบวกต่อ Crypto ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 25% ในปี 2024 ในขณะที่กลุ่มที่มีมุมมองเชิงลบก็ลดลงเหลือเพียง 18%

ความคืบหน้าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าปรับปรุงกรอบกฎหมายสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีความแข็งแกร่งและชัดเจนมากที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศแรกๆ ที่เข้ามาจัดระเบียบกระดานเทรด Crypto อย่างจริงจังหลังจากเกิดวิกฤตการล่มสลายของ Mt. Gox ในปี 2014 และล่าสุดความพยายามของรัฐบาลก็มุ่งเน้นไปที่การผสานรวมสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับกฎหมายการเงินที่มีอยู่เดิม ซึ่งรวมถึงการอัปเดตกฎหมายเครื่องมือทางการเงินและตลาดหลักทรัพย์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ความชัดเจนด้านกฎระเบียบนี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างระบบนิเวศ Crypto ภายในประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง SBI Holdings ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจ Crypto ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และกระดานเทรดเก่าแก่อย่าง bitFlyer เป็นเสาหลัก นอกจากนี้เรายังเริ่มเห็นสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมกระโดดเข้ามาร่วมวงในอุตสาหกรรมนี้กันมากขึ้น

Nomura ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทให้บริการทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ก่อตั้ง Laser Digital ขึ้นมาในปี 2022 เพื่อขยายธุรกิจไปสู่การเทรด การจัดการสินทรัพย์ และการลงทุนแบบร่วมลงทุน ในขณะที่บริษัทอย่าง Mitsubishi UFJ Financial Group ก็กำลังซุ่มสำรวจและพัฒนา Tokenized Deposit รวมถึง Stablecoin อย่างแข็งขัน

ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่แค่การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาเท่านั้น ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 60% แสดงความสนใจที่จะลงทุนในกลยุทธ์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่าง Staking และ Lending รวมถึงตลาด Derivatives และ Tokenized Asset ซึ่งข้อมูลนี้เป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่านักลงทุนเริ่มมอง Crypto ในฐานะเครื่องมือทางการเงินที่ครอบคลุม มากกว่าจะเป็นแค่การเก็งกำไรฉาบฉวย

Stablecoin ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สถาบันให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดย 63% ของผู้ตอบแบบสำรวจมองเห็นศักยภาพในการนำไปใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการเงินทุนขององค์กร การชำระเงินข้ามพรมแดน และการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทั้งนี้ระดับความไว้วางใจจะสูงที่สุดหาก Stablecoin เหล่านั้นถูกออกโดยสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่คุ้นเคย ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของคู่สัญญาที่มีความน่าเชื่อถือ

ถึงกระนั้นกำแพงอุปสรรคก็ยังคงมีอยู่ นักลงทุนระบุว่าความท้าทายหลักๆ คือการขาดกรอบการประเมินมูลค่าที่เป็นมาตรฐาน ความเสี่ยงจากคู่สัญญาเช่นการฉ้อโกงหรือการสูญเสียสินทรัพย์ และความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบในเวทีโลก นอกจากนี้ความผันผวนของราคาที่สูงลิ่วก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้หลายสถาบันลังเลที่จะเข้ามาเปิดรับอย่างเต็มตัว

แต่ถึงแม้จะมีความกังวลเหล่านี้ ทิศทางของตลาดก็กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่สถาบันมักจะตั้งคำถามว่าควรจะลงทุนดีไหม ตอนนี้พวกเขาได้เปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่คำถามว่าจะลงทุนอย่างไรให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุดแทนแล้ว

สำหรับข้อมูลผลสำรวจชุดนี้ถูกจัดทำขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมที่ผ่านมา โดยรวบรวมคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนถึง 518 ราย ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ธุรกิจครอบครัว และองค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการขยับตัวของสถาบันญี่ปุ่นรอบนี้เป็นสัญญาณที่ดีมากครับ คนญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความรอบคอบและมีระเบียบแบบแผนสูงมาก เหมือนกับเวลาที่เราวางแพลนทริปไปดูดอกไฮเดรนเยียบานที่ภูมิภาคคิวชูช่วงเดือนมิถุนายนนี้นั่นแหละครับ ทุกอย่างต้องมีการเตรียมพร้อมและศึกษาข้อมูลล่วงหน้าอย่างละเอียด สถาบันการเงินของเขาก็คิดแบบเดียวกัน การที่พวกเขาตั้งเป้าจัดสรรพอร์ต 2% ถึง 5% แสดงว่าพวกเขาศึกษามาดีแล้วว่า Crypto ไม่ใช่แค่กระแสฉาบฉวย แต่เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่ใช้งานได้จริงในระยะยาว การมีกฎหมายที่ชัดเจนคอยอุ้มอยู่ยิ่งทำให้เม็ดเงินก้อนใหญ่พร้อมไหลเข้ามาอย่างมั่นใจครับ