สรุปข่าว
- น้ำมัน Brent พุ่งขึ้นสูงกว่า $100 ต่อบาร์เรลในวันอังคารที่ 21 เม.ย. 2569 หลังอิหร่านปฏิเสธยืนยันการเข้าร่วมรอบสองของการเจรจาสันติภาพ
- ในวันพุธที่ 22 เม.ย. 2569 รองประธานาธิบดี JD Vance ยกเลิกภารกิจทางการทูตที่อิสลามาบัด ขณะที่ทรัมป์ประกาศขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด
- แม้ข่าวจะดูลบ แต่ตลาดคริปโตกลับเคลื่อนตัวขึ้น Bitcoin อยู่ที่ราว $77,970 (+1.64%) และ Ethereum อยู่ที่ราว $2,385 (+2.29%)
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
วิกฤตพลังงานจากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศความเสี่ยงในตลาดโดยรวม แต่ตลาดคริปโตวันนี้กลับปรับตัวขึ้น สะท้อนว่านักลงทุนอาจมองคริปโตเป็นทางหลีกหนีจากความผันผวนของตลาดพลังงานและค่าเงิน มากกว่ากระแสสินทรัพย์เสี่ยงแบบเดิม
น้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นเหนือระดับ $100 ต่อบาร์เรลในช่วงคืนวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 ตามเวลาไทย โดยทำจุดสูงสุดที่ $100.92 ก่อนที่ระดับราคาจะเริ่มย่อลงมาอยู่แถว $98-99 ในวันถัดมา ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter และ Watcher.Guru ที่รายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์บน X แรงดันหลักมาจากการที่อิหร่านปฏิเสธยืนยันการเข้าร่วมรอบสองของการเจรจาสันติภาพ ทำให้รองประธานาธิบดี JD Vance ต้องยกเลิกภารกิจทางการทูตที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ในวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยระบุว่าดำเนินการตามคำร้องขอของปากีสถาน และรอให้ผู้นำอิหร่านเสนอ “ข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ” ก่อน
ไทม์ไลน์วิกฤตพลังงาน เกิดอะไรขึ้นจริงๆ
สงครามอิหร่านปี 2569 เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีอิหร่านขนาดใหญ่ ราคาน้ำมัน Brent ทะลุ $100 ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 แล้วในเดือนมีนาคม 2569 ก่อนที่จะมีการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวตามมา การหยุดยิงระยะแรกประกาศเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 และตั้งใจจะสิ้นสุดในวันที่ 22 เมษายน แต่ทรัมป์เลือกต่ออายุออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ปมที่ยังคาราคาซังและทำให้ตลาดพลังงานตื่นตระหนกคือการที่สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางเรือท่าเรืออิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ซึ่งอิหร่านประกาศว่าเป็นการกระทำสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบโลกราว 20% ทำให้ความตึงเครียดในจุดนี้ส่งผลต่อราคาน้ำมันโดยตรง ข้อมูลจากกราฟ 30 นาทีที่ถูกเผยแพร่บน X แสดงให้เห็นว่าราคา Brent ขยับขึ้นจากแถว $94-95 ไปสูงสุดที่ $101.50 ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนปรับลดลง ส่วนน้ำมัน WTI (น้ำมันดิบสหรัฐฯ) ซื้อขายอยู่ที่บริเวณ $90-91 ต่อบาร์เรลในช่วงเดียวกัน
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต แม้ข่าวลบ แต่ตลาดกลับขึ้น
ในเชิงทฤษฎี ราคาน้ำมันพุ่งสูงมักกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต เพราะต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง และสร้างบรรยากาศระมัดระวัง (risk-off) ในตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม ข้อมูล ณ วันที่ 22 เมษายน 2569 กลับสวนทาง Bitcoin ปรับตัวขึ้นราว 1.64% อยู่ที่ $77,970 ขณะที่ Ethereum ขยับขึ้น 2.29% มาอยู่ที่ราว $2,385
ความเคลื่อนไหวที่สวนทางนี้อาจสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนบางส่วนมองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในภาวะที่ค่าเงินและราคาพลังงานผันผวน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทรัมป์ถอยอีกรอบ ยืดระยะเวลาหยุดยิงอิหร่าน ดัน Bitcoin ดีดทะลุ $76,000 และ Bitcoin พุ่ง 3% แตะ $78,193 ใกล้ทดสอบแนวต้าน $80,000 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อิหร่านมีทั้งขาบวกและขาลบต่อคริปโตในเวลาเดียวกัน ขึ้นอยู่กับการตีความของตลาด
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์นี้น่าจับตาอย่างใกล้ชิดมาก เพราะช่องแคบฮอร์มุซที่ยังถูกปิดล้อมคือระเบิดเวลาสำหรับราคาพลังงานโลก ถ้าการเจรจารอบสองล่มสลายถาวรหรือการสู้รบเปิดขึ้นใหม่ ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งจะกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกและอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปอีก ซึ่งนั่นจะส่งผลลบต่อคริปโตด้วยแน่นอน สิ่งที่ต้องดูต่อไปคือท่าทีอิหร่านในสัปดาห์หน้า ว่าจะยื่นข้อเสนอกลับมาหรือยังคงนิ่งเฉย เพราะนั่นคือตัวแปรที่จะกำหนดทิศทางราคาน้ำมันและตลาดการเงินโดยรวมในระยะสั้น
ที่มา: The Kobeissi Letter
เครดิตภาพจาก @BullTheory
