bitkub-banner

ETH พุ่งกว่า 4% แตะ $2,413 หลังตลาดโลกฟื้นตัวพร้อมกัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ethereum (ETH) ดีดตัวขึ้นกว่า 4.39% มาแตะระดับ $2,413.02 ในวันที่ 22 เม.ย. 2569 ท่ามกลางบรรยากาศตลาดโลกที่ฟื้นตัวพร้อมกัน
  • ปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงทิศทางของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่นักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น ประกอบกับกระแสเงินไหลเข้า ETF คริปโตที่กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง
  • ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวใกล้ขอบบนของโซนรวมตัวระยะสั้นที่ $2,265 $2,421 จับตาว่าจะสามารถทะลุผ่านระดับสำคัญนี้ได้อย่างชัดเจนหรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การดีดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่สูง สะท้อนว่ามีแรงซื้อที่มีนัยสำคัญจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อย อย่างไรก็ตาม ETH ยังอยู่ในโซนรวมตัวระยะสั้น การยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างมั่นคงจะเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งกว่า

ราคา Ethereum (ETH) พุ่งขึ้นกว่า 4.39% มาแตะ $2,413.02 ในวันที่ 22 เม.ย. 2569 นับเป็นการดีดตัวที่มีนัยสำคัญในรอบหลายสัปดาห์ โดยระหว่างวันราคาแกว่งตัวในกรอบ $2,292.92 ถึง $2,411.44 ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงพุ่งขึ้นมาแตะ 2.18 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงความสนใจของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของ ETH อยู่ที่ 2.91 แสนล้านดอลลาร์

ETH 4H price chart

ภาพรวมมหภาค เมื่อ Fed กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของตลาดคริปโต

การฟื้นตัวของ ETH ในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ ตลาดการเงินโลกโดยรวมกำลังอยู่ในช่วงที่นักลงทุนประเมินทิศทางใหม่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่จะ “สูงนานกว่าที่คาด” เริ่มคลี่คลายลง ทำให้นักลงทุนกลับมารับความเสี่ยงมากขึ้น

สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกทั้งหุ้นเทคโนโลยีและสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับประโยชน์จากกระแสนี้พร้อมกัน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงนี้ยิ่งเสริมแรงให้สินทรัพย์ที่ถูกตีราคาเป็นดอลลาร์อย่างคริปโตเคอร์เรนซีดูน่าสนใจขึ้นในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าในปัจจุบัน ETH และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ผูกติดกับวัฏจักรมหภาคของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แน่นยิ่งกว่าเมื่อก่อนมาก

สัญญาณออนเชนและตลาดอนุพันธ์ เจ้ามือเริ่มขยับหรือยัง

นอกจากปัจจัยมหภาค สัญญาณจากฝั่งออนเชนและตลาดอนุพันธ์ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายตั้งข้อสังเกตว่ากระแสเงินออกจากกระดานเทรดสำหรับ ETH เริ่มชะลอตัวลง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่เจ้าของเหรียญเลือกที่จะถือมากกว่าขาย

ด้านตลาดฟิวเจอร์ อัตราฟันดิ้ง (funding rate) สำหรับ ETH ปรับตัวเป็นบวกมากขึ้นในช่วงที่ราคาพุ่ง สะท้อนว่ามีแรงซื้อในฝั่งตลาดอนุพันธ์เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม Open Interest หรือมูลค่าสัญญาที่ยังค้างอยู่ยังไม่ได้พุ่งสูงเกินระดับที่น่ากังวล หมายความว่าการเคลื่อนไหวของราคาในวันนี้ดูจะมาจากแรงซื้อสปอตจริงมากกว่าการเก็งกำไรด้วยเลเวอเรจสูง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่มีคุณภาพดีกว่า กระแสเงินที่ไหลเข้า ETF ที่ลงทุนใน ETH ในสหรัฐฯ ก็กลับมาเป็นบวกในหลายวันที่ผ่านมา สอดคล้องกับทิศทางราคาที่ฟื้นตัวขึ้น

รูปแบบคล้ายกันในอดีต บทเรียนจากการฟื้นตัวหลังวัฏจักรขาลง

หากมองย้อนกลับไปในวัฏจักรก่อนหน้า ETH เคยผ่านสถานการณ์ที่คล้ายกันนี้มาแล้วหลายครั้ง นั่นคือการร่วงลงอย่างหนักจากจุดสูงสุดในวัฏจักรก่อน ตามด้วยช่วงพักฐานและการสะสมที่ยาวนาน ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ครั้งนี้ ETH ร่วงลงมากกว่า 50% จากจุดสูงสุดใกล้ $4,829 ในช่วงกลางปี 2568 สู่จุดต่ำสุดบริเวณ $1,821 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นมา

รูปแบบที่คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2561-2562 และอีกครั้งในช่วงปี 2565-2566 โดยทั้งสองครั้งหลังจากที่ราคาสร้างจุดต่ำสุดได้แล้ว การฟื้นตัวในระยะแรกมักเกิดขึ้นอย่างไม่สม่ำเสมอ มีการดีดตัวขึ้นแรงสลับกับการย่อตัวกลับลงมา ก่อนที่จะสร้างฐานที่มั่นคงพอที่จะก้าวข้ามระดับแนวต้านสำคัญได้ รูปแบบการฟื้นตัวของรอบนี้ก็ดูจะเดินตามรอยเดิม โดยราคาสร้างฐานที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเดือนเมษายนที่ผ่านมา


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการขึ้นของ ETH ในวันนี้น่าสนใจมากกว่าการดีดตัวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในรอบเดือน เหตุผลหลักคือราคาขึ้นมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น และสอดคล้องกับการฟื้นตัวของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม ไม่ใช่แค่การดีดตัวทางเทคนิคในตลาดเงียบๆ

อย่างไรก็ตาม ผมยังระมัดระวังอยู่ เพราะต้องไม่ลืมว่าโครงสร้างใหญ่ของตลาดยังคงเป็นขาลงมาตั้งแต่ปีที่แล้ว การฟื้นตัวจากเดือนมีนาคมถึงปัจจุบันดูดี แต่ก็ยังเป็นเพียงการฟื้นตัวสวนทางภายในเทรนด์ขาลงที่ใหญ่กว่า สิ่งที่ผมจะจับตามองต่อจากนี้คือว่า ETH จะสามารถยืนเหนือโซนรวมตัวปัจจุบันได้หรือเปล่า และปริมาณการซื้อขายจะยังคงหนาแน่นต่อเนื่องหรือจะหายไปหลังราคาดีดขึ้น นั่นคือสัญญาณที่จะบอกได้มากกว่าการขึ้นของราคาเพียงอย่างเดียว

สุดท้าย ปัจจัย Fed ยังคงเป็นตัวแปรที่ใหญ่ที่สุด ถ้าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงต่อจากนี้ส่งสัญญาณไม่ดี ตลาดอาจพลิกกลับได้เร็ว ดังนั้นการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดจึงสำคัญไม่แพ้การดูกราฟราคาของ ETH เองเลย

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI