สรุปข่าว
- Ripple เข้าซื้อกิจการ 5 บริษัทรวมมูลค่ากว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุมตั้งแต่ Prime Brokerage, Treasury Management, Custody, ไปจนถึง Stablecoin และ Wallet Infrastructure
- Hidden Road ซึ่งเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดมูลค่า 1.25 พันล้านดอลลาร์ ดำเนินธุรกรรมกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ GTreasury จัดการการชำระเงินกว่า 13 ล้านล้านดอลลาร์และให้บริการกลุ่ม Fortune 500
- นักวิเคราะห์มองว่า Ripple กำลังสร้าง “Financial Stack” แบบครบวงจร ที่อาจเปลี่ยนบทบาทของบริษัทจากผู้พัฒนาเหรียญคริปโตไปสู่ผู้ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับสถาบัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การขยายธุรกิจแบบครบวงจรของ Ripple ที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับสถาบันเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับ XRP ในระยะยาว เนื่องจากเพิ่มโอกาสที่ XRP จะถูกนำไปใช้จริงในกระบวนการชำระเงิน อย่างไรก็ตาม ดีลเหล่านี้ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว ผลต่อราคาในระยะสั้นจึงอาจจำกัด
ตามรายงานจาก CoinDesk เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569 บทวิเคราะห์ใหม่ชี้ให้เห็นว่า Ripple กำลังดำเนินกลยุทธ์ระยะยาวที่ชัดเจน ด้วยการเข้าซื้อกิจการ 5 บริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รวมมูลค่ากว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุมทุกมิติของระบบการเงินสถาบัน ตั้งแต่การดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล Prime Brokerage การบริหารคลัง ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Stablecoin เป้าหมายคือการสร้าง “Financial Stack” แบบครบวงจรที่ควบคุมการเคลื่อนย้ายมูลค่าตั้งแต่ต้นจนจบ โดย XRP ซื้อขายอยู่ที่ $1.46 ในวันนี้ บวก 1.74% ในรอบ 24 ชั่วโมง

5 ดีลสำคัญที่ Ripple ทุ่มซื้อเพื่อครอบคลุมทุกจุดของระบบการเงิน
ข้อมูลที่ CoinDesk รวบรวมแสดงให้เห็นภาพรวมของการเข้าซื้อกิจการทั้ง 5 แห่งอย่างชัดเจน ดีลแรกและใหญ่ที่สุดคือ Hidden Road มูลค่า 1.25 พันล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. 2568 บริษัทนี้ทำหน้าที่เป็น Prime Brokerage ดำเนินธุรกรรมกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และมีลูกค้าสถาบันกว่า 300 ราย ต่อมาในเดือน ต.ค. 2568 Ripple เข้าซื้อ GTreasury มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งให้บริการบริหารคลังแก่กลุ่ม Fortune 500 และจัดการการชำระเงินมูลค่ารวมกว่า 13 ล้านล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ยังมี Rail มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ในเดือน ส.ค. 2568 ซึ่งเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin สำหรับองค์กร รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ Card Network, ACH และระบบชำระเงินทันทีในประเทศ รวมถึง Metaco มูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ที่เข้าซื้อตั้งแต่ปี 2566 สำหรับการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบัน และล่าสุดคือ Palisade ในเดือน พ.ย. 2568 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Wallet-as-a-Service น้ำหนักเบา ความเร็วสูง เสริมการทำงานร่วมกับระบบ Custody ของ Ripple
จาก XRP สู่ผู้ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือ Ripple ไม่ได้เพียงแค่ซื้อบริษัทแยกส่วน แต่กำลังประกอบชิ้นส่วนแต่ละอย่างให้เป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน ตามที่ CoinDesk ระบุว่า Ripple กำลังสร้าง “institutional-grade rails” ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ เมื่อรวมขนาดธุรกรรมจาก Hidden Road ที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และ GTreasury ที่ 13 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ Ripple เข้าถึงปริมาณการชำระเงินมหาศาลที่สถาบันการเงินชั้นนำทั่วโลกใช้งานอยู่จริง
กลยุทธ์นี้สอดคล้องกับทิศทางที่ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า CEO Ripple ยืนยันว่า XRP คือ “ดาวเหนือ” พร้อมมุ่งสู่บริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ และ Ripple Prime ได้รับเรทติ้งระดับลงทุน BBB จาก KBRA ซึ่งเปิดทางให้สถาบันการเงินเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่า Ripple กำลังเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองจากบริษัทคริปโตไปสู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในระดับที่แข่งกับผู้เล่นรายใหญ่ในวอลล์สตรีทโดยตรง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า กลยุทธ์ของ Ripple ครั้งนี้น่าสนใจมากในแง่ภาพรวม เพราะต่างจากบริษัทคริปโตส่วนใหญ่ที่มักโฟกัสแค่ “เหรียญ” หรือ “แอป” แต่ Ripple พยายามเข้าไปนั่งอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานที่ธนาคารและองค์กรการเงินระดับโลกต้องพึ่งพาในการทำงานจริง อย่างไรก็ตาม ดีลเหล่านี้ส่วนใหญ่ประกาศไปนานแล้ว จึงอาจถูกตลาดตีราคาไปบ้างแล้ว สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ Ripple จะสามารถบูรณาการระบบทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันได้จริงหรือไม่ และ XRP จะมีบทบาทอย่างไรใน Financial Stack ที่ว่านี้ ถ้าทำสำเร็จจริง มันอาจเปลี่ยนเกมได้อย่างที่บอก
ที่มา: CoinDesk
ภาพจาก AI
