bitkub-banner

Polymarket ขยับเป้า Satoshi อาจโยก Bitcoin เพิ่มเป็น 10% รับสารคดีเรื่องใหม่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สารคดีชุดใหม่ “Finding Satoshi” ชี้เป้า Hal Finney และ Len Sassaman เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนามแฝง Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin
  • กระแสดังกล่าวดันให้นักเก็งกำไรบน Polymarket เชื่อว่าโอกาสที่เหรียญของ Satoshi จะเกิดการเคลื่อนย้ายในอนาคตพุ่งทะยานแตะระดับ 10% 
  • แม้จะไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์มายืนยัน แต่ Bitcoin ก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นเครือข่ายที่สามารถเติบโตต่อไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้สร้าง 

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ข้อมูลล่าสุดจาก Polymarket ชี้ว่า โอกาสที่กระเป๋าเงิน Bitcoin ยุคบุกเบิกของ Satoshi Nakamoto จะเกิดการเคลื่อนย้ายได้พุ่งทะลุระดับ 10% รับกระแสสารคดีสืบสวน ‘Finding Satoshi’ ที่ชี้เป้าว่า Hal Finney และ Len Sassaman คือผู้สร้างตัวจริง ปรากฏการณ์นี้ปลุกกระแสความกังวลเรื่องอุปทาน เพราะหากขุมทรัพย์กว่า 1 ล้าน BTC ถูกเทขายแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว ย่อมสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อราคาในทันที 

สารคดี Finding Satoshi ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา ได้นำเสนอข้อโต้แย้งว่า Hal Finney และ Len Sassaman อาจเป็นผู้สร้าง Bitcoin ร่วมกันภายใต้นามแฝง Satoshi Nakamoto โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคา Bitcoin ซื้อขายใกล้ระดับ 77,601 ดอลลาร์ และส่งผลให้โอกาสที่ Satoshi จะเคลื่อนย้าย Bitcoin ใดๆ เพิ่มสูงขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์บนแพลตฟอร์ม Polymarket หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย 

การที่ตัวเลขขยับเพิ่มขึ้นถึง 10% บนตลาดพยากรณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุน เนื่องจากกระเป๋าเงินของ Satoshi มีเหรียญ Bitcoin หลับใหลอยู่มากกว่า 1 ล้าน BTC หากมีการทำธุรกรรมโอนย้ายแม้เพียงเศษเสี้ยว อาจก่อให้เกิดแรงเทขายที่สร้างความผันผวนต่อราคาในทันที

ที่มา:Polymarket

นอกจากนี้การที่สารคดีชี้ชัดว่า ผู้สร้าง Bitcoin ได้ล่วงลับไปแล้ว ยังนำมาซึ่งโจทย์ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ ปัญหาเชิงเทคนิคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งหาก Wallet ของ Satoshi ที่ถือ Bitcoin อยู่กว่า 1 ล้าน BTC ตกเป็นเป้าหมายของคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต เราจะไม่มีทางอัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยของ Wallet เหล่านั้นได้เลย เพราะเจ้าของตัวจริงไม่อยู่แล้ว 

จุดเปราะบางนี้จึงบีบให้ชุมชน Bitcoin ต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก คือจะยอมแหกกฎพื้นฐานเรื่องความไม่มีเปลี่ยนแปลงเพื่ออายัดเหรียญเหล่านั้น (ขัดกับเจตจำนงของ Satoshi) หรือจะยอมเสี่ยงให้เครือข่ายถูกโจมตี 

สารคดีชุดนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการไขปริศนาว่าใครคือ Satoshi แต่มันคือ จุดเปลี่ยนที่ประกาศว่า Bitcoin กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว ตลาดควรเลิกตั้งคำถามว่าผู้สร้างจะกลับมาหรือไม่ แต่หันมาโฟกัสที่การบริหารจัดการเครือข่ายด้วยตัวเองผ่านพลังของชุมชน


มุมมองผู้เขียน: การตามหาตัวตนที่แท้จริงของ Satoshi อาจไม่สำคัญเท่าข้อเท็จจริงที่ว่า เครือข่าย Bitcoin เป็นเครือข่ายทางการเงินที่แข็งแกร่งและสามารถอยู่รอดได้มาเกือบ 2 ทศวรรษโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวผู้สร้าง

ที่มา:dailycryptobrief