สรุปข่าว
- Western Union เตรียมเปิดตัว Stablecoin ชื่อว่า “USDPT” ในเดือนหน้า โดยเฟสแรกจะใช้เป็นระบบชำระดุลหลังบ้านแทนที่ระบบ SWIFT เพื่อความรวดเร็วและตัดปัญหาหยุดเสาร์-อาทิตย์
- เปิดตัวระบบ Digital Asset Network (DAN) เชื่อมกระเป๋าเงินคริปโตเข้ากับสาขาให้บริการทั่วโลก ให้ผู้ใช้เดินเข้าไปแปลงคริปโตเป็นเงินสกุลท้องถิ่นได้ทันที
- ปลายปีเตรียมออกบัตรเดบิตให้รายย่อยถือและรูดใช้จ่าย Stablecoin ได้ทั่วโลก เจาะตลาดประเทศที่เจอปัญหาเงินเฟ้อหนัก
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Western Union ประกาศเปิดตัวเหรียญ Stablecoin “USDPT” บนเครือข่าย Solana ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อใช้เป็นระบบหลังบ้านชำระดุลธุรกรรมแทน SWIFT ช่วยให้โอนเงินได้เร็วขึ้นและไม่มีวันหยุดทำการ นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดระบบ DAN ให้ผู้ใช้แปลงคริปโตเป็นเงินสดได้ทันทีผ่านสาขาทั่วโลก อีกทั้งปลายปีนี้ยังจ่อคิวออกบัตรเดบิต Stable Card เพื่อให้คนทั่วไปใช้งานและรูดใช้จ่ายได้จริงในชีวิตประจำวัน
Western Union ยักษ์ใหญ่วงการโอนเงินข้ามประเทศ ได้ประกาศแผนการเปิดตัว Stablecoin ของบริษัท “USDPT” ในเดือนพฤษภาคม 2026 ควบคู่ไปกับเครือข่าย Digital Asset Network (DAN) โครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะทลายเส้นแบ่งระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลและโลกการเงินจริง
Devin McGranahan ซีอีโอและประธานของ Western Union ได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์นี้ในวันแถลงผลประกอบการว่า USDPT ซึ่งพัฒนาขึ้นบนเครือข่ายบล็อกเชนที่โดดเด่นด้านความเร็วอย่าง Solana นั้น อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมการและจะพร้อมใช้งานในเดือนหน้า
ในเฟสแรก บริษัทจะไม่ได้ปล่อยเหรียญนี้ออกสู่ตลาดรายย่อย แต่จะนำ USDPT มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลังบ้านสำหรับการชำระดุลระหว่างบริษัทกับเครือข่ายตัวแทนในประเทศต่าง ๆ เพื่อลดการพึ่งพาและอุดช่องโหว่ของระบบ SWIFT แบบดั้งเดิม สู่การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนที่รวดเร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง และทำงานได้อย่างไร้รอยต่อตลอด 24 ชั่วโมง โดยปราศจากข้อจำกัดเรื่องวันหยุดทำการของธนาคาร
นอกเหนือจากการยกระดับระบบหลังบ้าน บริษัทยังเตรียมเปิดตัว Digital Asset Network (DAN) ซึ่งจะเชื่อมโยงผู้ใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลหลายล้านรายเข้ากับจุดให้บริการสาขาของ Western Union ที่มีอยู่ทั่วโลก เพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้สามารถแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้ในทันที
ปลายปีเล็งออก Stable Card สำหรับรายย่อยทั่วโลก
เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการเงินนี้ Western Union ยังมีแผนเปิดตัว “USD Stable Card” บัตรเดบิตสำหรับผู้บริโภคในหลายสิบตลาดทั่วโลกในช่วงปลายปี นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่มอบความสะดวกสบายในการใช้จ่าย แต่ยังถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญสำหรับประเทศที่เผชิญกับวิกฤตเงินเฟ้อรุนแรง
ผู้บริหารระดับสูงระบุชัดเจนว่า บัตร USD Stable Card จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนที่ต้องการถือครองมูลค่าทรัพย์สินที่อิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อปกป้องความมั่งคั่งและรักษาอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยของตนเอง พร้อมทั้งสามารถนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริงอย่างถูกกฎหมาย
มุมมองผู้เขียน: Western Union ถือเป็นยักษ์ใหญ่ตัวจริงในวงการ สะท้อนชัดจากงบไตรมาส 1 ที่ทำรายได้ระดับ 983 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การผสานความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่คู่แข่งไม่มีอย่างจุดให้บริการสาขาครอบคลุมทั่วโลกเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง “บล็อกเชน Solana” นับเป็นการสร้างความได้เปรียบเชิงธุรกิจที่แข็งแกร่งและลอกเลียนแบบได้ยาก
- ที่มาข่าว:theblock
- ที่มาภาพ:bloomingbit
