สรุปข่าว
- BTCPay Server เปิดเผยว่า แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ร้ายแรงดูดเงินออกจาก Lightning Node ที่รันด้วยซอฟต์แวร์ LND โดยเข้าถึงไฟล์ยืนยันตัวตนที่เรียกว่า macaroon ได้ โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตนใด ๆ
- Foundation บริษัทฮาร์ดแวร์วอลเล็ตชื่อดัง และนิตยสาร Citadel21 ยืนยันว่าเงินใน Lightning node ของตน ถูกกวาดออกไปแล้ว ขณะที่กระเป๋า On-chain มาตรฐานของ BTCPay ไม่ได้รับผลกระทบ
- ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยกลุ่ม Bitcoin Red Team ที่ใช้ AI สแกนหาบัคในซอร์สโค้ด และแนะนำให้ผู้ใช้ LND อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 2.4.2 ทันที หรือปิดเซิร์ฟเวอร์ก่อน จนกว่าจะแก้ไขเสร็จ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
เหตุการณ์นี้กระทบเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการที่รัน Lightning node ด้วย LND ผ่าน BTCPay Server เท่านั้น มูลค่าความเสียหายที่ยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการก็น่าจะอยู่ในระดับที่จำกัด ซึ่งสิ่งที่ตลาดควรจับตาคือ ความเชื่อมั่นต่อระบบนิเวศ Lightning Network ในระยะสั้น โดยเฉพาะฝั่งร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านช่องทางนี้
สัปดาห์นี้ถือว่าเป็นสัปดาห์ที่เลวร้ายสำหรับซอฟต์แวร์ฝั่ง Bitcoin และตอนนี้ปัญหาลามมาถึงกลุ่มร้านค้าและธุรกิจที่รับชำระเงินด้วย Bitcoin ผ่านเครือข่าย Lightning Network ซึ่งเป็นเครือข่าย Layer-2 ที่สร้างขึ้นบน Bitcoin เพื่อการโอนเงินที่รวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมต่ำ
ทีมงาน BTCPay Server ได้เปิดเผยผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่าเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แฮกเกอร์ได้ทำการดูดเงินออกจาก Lightning Nodes ที่รันอยู่บน BTCPay Server หลังจากใช้ช่องโหว่ร้ายแรง ในการเปิดเผยข้อมูลการยืนยันตัวตน ที่ใช้ปกป้องระบบไปได้
BTCPay ยืนยันว่า มีเงินถูกขโมยไปจริง พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้ผู้ที่รันระบบด้วย LND ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการรัน Lightning node เร่งอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 2.4.2 โดยทันที หรือไม่ก็ต้องทำการปิดเซิร์ฟเวอร์ให้เป็นออฟไลน์ไปก่อน
ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนผู้เสียหาย หรือมูลค่า Bitcoin ที่ถูกขโมยไปทั้งหมดอย่างเป็นทางการ
เจาะลึกกลไกช่องโหว่ทางเทคนิค และกลุ่มผู้ตกเป็นเหยื่อ
ช่องโหว่ดังกล่าวเปิดทางให้แฮกเกอร์จากระยะไกล ซึ่งไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถเข้าถึงไฟล์ .macaroon ได้
โดยไฟล์เหล่านี้ เปรียบเหมือนกุญแจที่อนุญาตให้โปรแกรมซอฟต์แวร์ เข้าไปสั่งงาน LND Lightning Node ได้
ทาง BTCPay ระบุว่า จากการตรวจสอบการโจมตี พบว่า แฮกเกอร์มุ่งเป้าไปที่ไฟล์เหล่านี้โดยตรง เพื่อนำไปใช้ควบคุมโหนด และโอนเงินออกกระเป๋าไปได้ในที่สุด
สำหรับเหยื่อที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ รวมถึง Foundation บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตชื่อดัง
โดย Zach Herbert ซีอีโอของบริษัท เปิดเผยว่า แฮกเกอร์ได้สูบเงินออกจาก BTCPay Lightning node ของบริษัท ไปเมื่อคืนนี้ พร้อมทั้งทำการปิดช่องทางชำระเงิน และกวาดเงินออกไปทั้งหมด แต่กระเป๋า Hot Wallet แบบ On-chain ของ BTCPay กลับไม่ได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกัน Citadel21 นิตยสารสาย Bitcoin ที่บริหารโดยนักวิเคราะห์ที่ใช้นามแฝงอย่าง hodlonaut ก็รายงานว่า Lightning node ของตน ก็ถูกกวาดเงินออกไปเช่นกัน แม้จะมีเงินค้างอยู่ในนั้นไม่มากก็ตาม
ที่มาของช่องโหว่ และคำแนะนำความปลอดภัยเพิ่มเติม
เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่องโหว่นี้เคยถูกรายงานไปยัง BTCPay ก่อนหน้านี้แล้ว โดยสมาชิกของกลุ่ม Bitcoin Red Team ซึ่งเป็นกลุ่มนักพัฒนาที่เริ่มนำโมเดล AI มาสแกนตรวจหาบัคในซอร์สโค้ดของ Bitcoin ในช่วงสัปดาห์นี้ และได้ส่งรายงานผลการค้นพบไปแล้วหลายพันรายการในโปรเจกต์ต่าง ๆ
โดย BTCPay ได้ให้เครดิตแก่สมาชิก Red Team อย่าง Craig Raw, Rob Hamilton, Calle และ Evan Kaloudis ในการเปิดเผยข้อมูล พร้อมทั้งยังช่วยวิเคราะห์ปัญหาด้วย
เหตุผลที่ทาง Red Team เลือกเปิดเผยช่องโหว่ค่อนข้างเร็ว เนื่องจากพวกเขามองว่า สุดท้ายแล้วคนอื่นก็น่าจะค้นพบช่องโหว่เดียวกันอยู่ดี
แต่ปัญหาคือ พอ BTCPay ออกคำเตือนต่อสาธารณะ แฮกเกอร์ก็เริ่มนำช่องโหว่นี้ไปโจมตีเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานจริงแล้ว
อย่างไรก็ตาม BTCPay ได้ออกมาจำกัดขอบเขตคำเตือนเพิ่มเติมในภายหลัง โดยระบุว่า กระเป๋า On-chain มาตรฐานของ BTCPay ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้ รวมถึง Hot Wallet ที่สร้างขึ้นภายใน BTCPay เองด้วย
โดยช่องโหว่นี้มีผลเฉพาะการปรับใช้ ที่ใช้ LND เท่านั้น แต่เงินที่เก็บไว้ในกระเป๋า On-chain ของ LND เองก็ยังคงมีความเสี่ยง เนื่องจากอยู่ภายใต้ Lightning Node ที่ถูกแฮกดังนั้น ต่อให้เงินไม่ได้อยู่ใน Lightning Channel โดยตรง ก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยทั้งหมด
ทั้งนี้ BTCPay ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคของช่องโหว่ เพื่อให้เวลาผู้ดูแลระบบ ได้ดำเนินการอัปเดตระบบ โดยคาดว่า จะมีการเผยแพร่รายงานสรุปผลเชิงลึก ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ที่มา : coindesk
มุมมองผู้เขียน : กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความปลอดภัยของ Bitcoin ไม่ได้จบแค่ที่ base layer เท่านั้น ยิ่ง Lightning Network ถูกใช้งานแพร่หลายมากขึ้นในฝั่งร้านค้าและธุรกิจ ก็ยิ่งกลายเป็นเป้าหมายที่คุ้มค่าสำหรับแฮกเกอร์
สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ รายงานเชิงลึกที่ BTCPay จะเปิดเผยออกมาว่า ช่องโหว่นี้กระทบวงกว้างแค่ไหน และวงการ Bitcoin จะต้องยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของ Lightning node กันอย่างไรต่อไป เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำอีกในอนาคต

