bitkub-banner

สอบตกสินทรัพย์ปลอดภัย นักเศรษฐศาสตร์แนวหน้าเตือน Bitcoin ไม่ใช่ทองคำดิจิทัล 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • นักเศรษฐศาสตร์ระดับแนวหน้า Robin Brooks ชี้ว่า Bitcoin ทำผลงานได้ต่ำกว่าทองคำและโลหะมีค่าในช่วงที่เกิดภาวะเงินเสื่อมค่า
  • Brooks ระบุว่าพฤติกรรมราคาที่ผ่านมาสะท้อนว่า Bitcoin ไม่ได้ประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยง ล้มเหลวในการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
  • ผู้บริหาร Bitwise ตอบโต้ว่า การประเมินดังกล่าวคลาดเคลื่อน พร้อมยืนยันว่า Bitcoin ยังคงได้รับประโยชน์จากกระแสป้องกันเงินเสื่อมค่าและการลดการพึ่งพาดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

Robin Brooks นักเศรษฐศาสตร์ระดับแนวหน้า ได้ออกมาเผยบทวิจารณ์โดยระบุว่าการที่ Bitcoin ล้มเหลวในการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และเป็นเพียงสินทรัพย์ฟองสบู่ที่เคลื่อนไหวตามนโยบายดอกเบี้ยของเฟด อีกทั้งยังมอบผลตอบแทนต่ำกว่าโลหะมีค่าอย่างต่อเนื่องในช่วงภาวะเงินเสื่อมค่า เป็นหลักฐานยืนยันว่าสินทรัพย์นี้ไม่ได้ประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงเลยแม้แต่น้อย

ใครหลายคนที่ติดตามข่าวสารในแวดวงคริปโตมาอย่างยาวนานคงจะเคยได้ยินหรือคุ้นเคยกับชื่อของ Peter Schiff นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังผู้วิจารณ์ Bitcoin ในแง่ลบมาโดยตลอด แต่ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าเขาไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์เพียงคนเดียวที่ออกมาโจมตี Bitcoin

Robin Brooks นักเศรษฐศาสตร์ระดับแนวหน้าอีกราย ล่าสุดได้ออกมาวิจารณ์ Bitcoin ในเรื่องของความน่าเชื่อถือในการเป็นสินทรัพย์ปลอภัย (Safe Haven) โดยโต้แย้งว่าการที่ Bitcoin ยังคงไม่สามารถทำผลงานแซงหน้าเหนือโลหะมีค่าได้ในช่วงที่เกิดภาวะเงินเฟ้อ-เงินเสื่อมค่า แสดงให้เห็นว่าบิทคอยน์ล้มเหลวในการสถาปนาตัวเองขึ้นเป็น “ทองคำดิจิทัล”

Brooks ย้ำชัดว่า Bitcoin ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อป้องกันเงินเสื่อมค่า  ซึ่งการที่ Bitcoin ในเวลานี้ มอบผลตอบแทนที่ต่ำกว่าโลหะมีค่าอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเป็นการลดทอนน้ำหนักของข้อโต้แย้งที่ว่า Bitcoin สามารถใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเสื่อมค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ

บทเรียนในครั้งนี้คือ การตระหนักว่า Bitcoin ไม่ใช่สินทรัพย์ปลอดภัย หรือสามารถรักษามูลค่าได้ในแบบที่ทองคำเป็น โดย Brooks ยอมรับว่า การเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยสุดท้ายแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับมุมมองและการรับรู้ของผู้คน แต่เขามองว่า พฤติกรรมราคาในช่วงที่ผ่านมาคือหลักฐานที่สนับสนุนมุมมองของเขา

Brooks เป็นนักวิจารณ์บิทคอยน์มาตั้งแต่ปี 2023 และนิยามว่าเป็นสินทรัพย์ฟองสบู่ที่รอวันแตก หากเฟดเลือกที่จะจริงจังในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยโต้แย้งว่าสินทรัพย์ดังกล่าว “ไม่มีคุณสมบัติในการรักษามูลค่าเลย” และ “ไม่ได้ประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงเลยแม้แต่น้อย”

ในปีเดียวกันนั้น Brooks ยังเรียก Bitcoin ว่าเป็น “สินทรัพย์ไร้ประโยชน์” โดยระบุว่าที่ราคาสามารถทะยานขึ้นมาได้ส่วนใหญ่แล้วเป็นผลมาจากความคาดหวังที่เฟดจะเปลี่ยนแปลงนโยบาย พร้อมแนะนำเชิงประชดประชันว่า นักลงทุนควรไปซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยของ Fed โดยตรงเลยน่าจะคุ้มค่ากว่า 

อย่างไรก็ตาม Jeff Park นักกลยุทธ์จาก Bitwise ได้ออกมาโต้แย้งมุมมองของ Brooks อย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะประเด็นที่ Brooks ชี้ว่าทองคำสามารถปรับตัวขึ้นถึง 10% ในเวลาเพียง 10 วัน ในขณะที่ Bitcoin กลับไม่ได้รับประโยชน์จากภาวะเงินเสื่อมค่าเลย 

Park อธิบายว่า จุดสำคัญที่ต้องพิจารณาคือสถิติในอดีต ซึ่งชี้ให้เห็นว่าราคา Bitcoin มักจะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเสมอในช่วงที่เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีความชันเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในสภาวะตลาดหมีและตลาดกระทิง ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างเหตุการณ์ในอดีตหลายช่วง เช่น มีนาคม 2020, กุมภาพันธ์ 2021, มีนาคม 2023, กันยายนถึงตุลาคม 2023 และกันยายน 2024 

ดังนั้น ความอ่อนไหวของ Bitcoin ต่อการเปลี่ยนในเส้นอัตราผลตอบแทนนี้ สะท้อนให้เห็นว่าบิทคอยน์ยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนได้ดี ทั้งจากกระแสการลงทุนเพื่อป้องกันภาวะเงินเสื่อมค่า และกระแสการลดการพึ่งพาดอลลาร์

ที่มา: U.Today 


มุมมองผู้เขียน : แม้ในสภาวะตลาดซบเซา Bitcoin อาจยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรักษามูลค่าได้ไม่สมบูรณ์แบบเท่าทองคำ แต่ความยืดหยุ่นและการไร้ตัวกลางนี้จะยังคงดึงดูดเงินทุนเข้ามาในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากระบบการเงินดั้งเดิมในระยะยาวเสมอจนกว่าทั้งโลกจะเห็นพ้องตรงกันว่า Bitcoin หมดประโยชน์แล้ว