สรุปข่าว
- ตลาดค่อนข้างมั่นใจเกือบเต็มร้อยว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%–3.75% ในการประชุมวันที่ 29 เมษายนนี้ ทำให้จุดโฟกัสย้ายไปอยู่ที่ถ้อยแถลงของ Jerome Powell ว่า จะส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในอนาคต หรือจะยืนหยัดนโยบายดอกเบี้ยสูงต่อไปให้นานขึ้น
- แม้เงินลงทุนจากสถาบันจะยังไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดสะสมล่าสุดกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ แต่โครงสร้างตลาดปัจจุบันเริ่มส่งสัญญาณตึงตัวจากการเผชิญแนวต้านสำคัญ และการขายทำกำไรของนักลงทุนระยะสั้น
- การเมืองภายในธนาคารกลางสหรัฐเริ่มถูกจับตามอง หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับ Kevin Warsh ที่อาจก้าวขึ้นมาเป็นประธานคนต่อไป ซึ่งนโยบายใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จะส่งผลโดยตรงต่อสภาพคล่อง และการเข้าถึงระบบธนาคารของอุตสาหกรรมคริปโต
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ผลการประชุมเรื่องดอกเบี้ยที่ออกมาตามคาดการณ์มักถูกสะท้อนในราคาไปล่วงหน้าแล้ว ตลาดในขณะนี้จึงอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง และไวต่อข่าวสารมากเป็นพิเศษ หาก Powell ส่งสัญญาณในโทนที่ผ่อนคลายลง บิทคอยน์และเหรียญหลักมีโอกาสทรงตัวเพื่อสะสมพลังไต่ระดับขึ้นต่อ แต่หากน้ำเสียงคงความเข้มงวด ตลาดที่เปราะบางจากการชนแนวต้าน อาจเผชิญกับแรงเทขาย เพื่อลดความเสี่ยงในระยะสั้นได้ทันที
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เตรียมประกาศการตัดสินใจด้านนโยบายในวันที่ 29 เมษายนนี้ ซึ่งตลาดต่างคาดการณ์กันไว้แล้วว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย โดยเหล่านักเทรดได้ให้น้ำหนักเกือบทั้งหมดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50% – 3.75% อย่างแน่นอน ทำให้ความสนใจในตอนนี้ พุ่งเป้าไปที่ Jerome Powell ซึ่งความเห็นของเขา จะเป็นตัวกำหนดทิศทางว่า ตลาดควรคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี หรือต้องเตรียมรับมือกับนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปอีกนานเพียงใด

ที่มา: CME Group
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Powell กำลังจะสิ้นสุดวาระในฐานะประธาน Fed ทำให้นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงในตลาดคริปโตฯ ต่างเฝ้าจับตาดู “น้ำเสียง” ในการแถลงมากกว่าตัวเลขดอกเบี้ย เพราะหากมีสัญญาณว่า จะเข้มงวดขึ้นเพียงนิดเดียว ก็อาจทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวลงได้อย่างรวดเร็ว
เงินสถาบันไหลเข้าไม่หยุด แต่ตลาดเริ่มแสดงอาการตึงตัว
ในขณะที่ความไม่แน่นอนทางมหภาคยังคงอยู่ แต่ความต้องการจากนักลงทุนสถาบันกลับพุ่งสูงขึ้น โดยผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโตฯ มีเงินไหลเข้าถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการไหลเข้าเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สามแล้ว
ข้อมูลจาก CoinShares ระบุว่า Bitcoin ดึงดูดเงินลงทุนได้ 933 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Ethereum ตามมาที่ 192 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการรวมพุ่งแตะ 1.55 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
นอกจากนี้ กิจกรรมในกลุ่มสถาบันยังเพิ่มขึ้น ในตลาดอนุพันธ์และกองทุนที่เกี่ยวข้องกับหุ้นบล็อกเชน ขณะที่บริษัทอย่าง MicroStrategy ก็ยังคงเดินหน้าขยายการถือครอง Bitcoin ผ่านเครื่องมือทางการเงินต่างๆ แม้ว่าการวิเคราะห์โครงสร้างตลาดจาก Glassnode จะชี้ว่า เริ่มมีการขายทำกำไรจากผู้ถือครองระยะสั้นบ้างแล้วก็ตาม
น้ำเสียงของ Fed คือ ตัวชี้ชะตาสินทรัพย์เสี่ยง
สัญญาณจากนโยบายการเงินของ Fed ในรอบนี้กลายเป็นเข็มทิศสำคัญที่นักเทรดคริปโตฯ ใช้ตัดสินใจว่า แรงซื้อที่คึกคักในช่วงนี้จะไปต่อได้ไกลแค่ไหน หาก Fed เลือกที่จะส่งสัญญาณนิ่งสงบและไม่เข้มงวดจนเกินไป ก็จะช่วยลดความกดดัน และเปิดทางให้ Bitcoin รวมถึงเหรียญอื่นๆ รักษาระดับราคา หรือปรับตัวขึ้นต่อได้ แต่ถ้าหากมีการส่งสัญญาณว่า จะคุมเข้มการเงินมากขึ้น ตลาดก็พร้อมจะเปลี่ยนทิศทางเป็นแรงเทขายอย่างรุนแรงทันที
เกมการเมืองใน Fed และเก้าอี้ประธานคนใหม่
นอกจากเรื่องดอกเบี้ยแล้ว ตลาดยังจับตาการคาดการณ์เรื่องการเปลี่ยนตัวประธาน Fed เป็น Kevin Warsh ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะนโยบายการจัดสภาพคล่องและการเปิดทางให้คริปโตเข้าถึงระบบธนาคารภายใต้การนำของเขา อาจเปลี่ยนทิศทางการลงทุนไปอย่างมาก
ควบคู่ไปกับความพยายามของสมาคมบล็อกเชนที่กำลังเร่งผลักดันกฎหมายให้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้ธนาคารกล้าเข้ามาใช้เทคโนโลยีนี้อย่างเต็มตัว โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง “ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง” หรือการถูกเพ่งเล็งแบบไม่มีเกณฑ์มาตรฐานเหมือนที่ผ่านมา
ที่มา : coinedition
มุมมองผู้เขียน : ตอนนี้ตลาดรู้ผลดอกเบี้ยล่วงหน้าไปแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ “จิตวิทยา” ของการแถลงทิ้งทวนมากกว่า ซึ่งเจอโรม พาวเวล น่าจะพยายามจบวาระด้วยภาพลักษณ์ที่ประคองเศรษฐกิจให้สมดุลที่สุด ดังนั้นน้ำเสียงที่ออกมาอาจจะไม่รุนแรงจนเกินไป
