สรุปข่าว
- ราคาน้ำมัน WTI พุ่งทะลุ $103 ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมสำหรับการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างยืดเยื้อ
- Wall Street Journal รายงานว่าทรัมป์ต้องการกดดันเศรษฐกิจและการส่งออกน้ำมันของอิหร่านโดยการจำกัดการขนส่งเข้าออกท่าเรือ ขณะที่อิหร่านเองได้ขอให้สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล
- แม้ข่าวจะดูลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ Bitcoin และ Ethereum กลับปรับตัวขึ้นได้ในวันเดียวกัน ตลาดคริปโตยังคงต้องจับตาพัฒนาการของสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อหมายถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น ซึ่งปกติแล้วกดดันให้นักลงทุนลดความเสี่ยงและออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตในวันนี้กลับปรับตัวขึ้น สะท้อนว่าตลาดอาจยังไม่ได้ตอบสนองเต็มที่ต่อความเสี่ยงนี้ หากสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นอาจกดดันตลาดได้ในระยะต่อไป
ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอีกครั้งในวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมสำหรับการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างยืดเยื้อ ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter โดยราคาน้ำมัน WTI ทะลุ $103 ต่อบาร์เรล พุ่งขึ้นกว่า 3.59% ขณะที่น้ำมันเบรนท์อยู่ที่ $111.78 ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่แปด Wall Street Journal รายงานว่าทรัมป์มีเป้าหมายกดดันเศรษฐกิจและการส่งออกน้ำมันของอิหร่านด้วยการจำกัดการขนส่งเข้าออกท่าเรือ ขณะที่อิหร่านเองได้ส่งสัญญาณผ่าน Truth Social ว่าอยู่ใน “ภาวะล่มสลาย” และขอให้สหรัฐฯ เปิดช่องแคบโดยเร็ว
ช่องแคบฮอร์มุซกับราคาน้ำมันที่ผันผวนหนัก
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คิดเป็นสัดส่วนราวหนึ่งในห้าของการขนส่งพลังงานทั่วโลก นับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ช่องแคบนี้ก็แทบหยุดนิ่งสนิท ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดถึง $112 ต่อบาร์เรลเมื่อต้นเดือนเมษายน ก่อนจะดิ่งลงมาที่ $81 หลังอิหร่านและสหรัฐฯ ประกาศเปิดช่องแคบเต็มรูปแบบในวันที่ 18 เมษายน
แต่สัญญาณล่าสุดชี้ว่าสถานการณ์กำลังพลิกกลับอีกครั้ง เมื่อทรัมป์โพสต์บน Truth Social เมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายน ระบุว่าอิหร่านแจ้งกับเขาว่าต้องการให้สหรัฐฯ “เปิดช่องแคบฮอร์มุซ” โดยเร็ว แต่รายงานจาก WSJ กลับเผยว่าทรัมป์กำลังเตรียมแผนตรงกันข้าม นั่นคือการปิดล้อมที่ยาวนานขึ้นเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งกลับขึ้นมาสูงเกิน $103 อีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
น่าสนใจว่าแม้ข่าวการปิดล้อมช่องแคบจะเป็นสัญญาณลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยทั่วไป แต่ตลาดคริปโตในวันนี้กลับปรับตัวขึ้น Bitcoin อยู่ที่ $77,555 เพิ่มขึ้น 1.86% ขณะที่ Ethereum อยู่ที่ $2,331 เพิ่มขึ้น 2.64% สะท้อนว่านักลงทุนคริปโตอาจยังไม่ได้ตอบสนองเต็มที่ต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทำไมตลาด Crypto ถึงร่วงวันนั้น? พิษเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านชะงัก ดันน้ำมันพุ่ง แสดงให้เห็นว่าความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซมีผลโดยตรงต่อตลาดคริปโตในระยะสั้น นักลงทุนจึงควรติดตามพัฒนาการของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากสถานการณ์ยกระดับขึ้นจริงตามที่ WSJ รายงาน อาจส่งผลให้ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดันขายได้อีกรอบ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์รอบนี้น่ากังวลกว่าครั้งก่อน เพราะมีสัญญาณว่าทรัมป์ต้องการยืดระยะเวลาการปิดล้อมออกไป แทนที่จะเป็นแค่การกดดันระยะสั้น ถ้าราคาน้ำมันยืนเหนือ $103 ต่อเนื่องและช่องแคบยังคงถูกปิดกั้น ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตอาจเริ่มตอบสนองลบมากขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า สิ่งที่ต้องจับตาคือท่าทีอย่างเป็นทางการของทรัมป์ว่าจะยืนยันแผนปิดล้อมยืดเยื้อหรือไม่ และอิหร่านจะตอบโต้อย่างไร
ที่มา: @KobeissiLetter
เครดิตภาพจาก @Terminator51514
