สรุปข่าว
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5% ถึง 3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ความเห็นที่แตกแยกของคณะกรรมการที่มองว่า เงินเฟ้อยังน่ากังวล ได้กลายเป็นแรงกดดันฉุดราคา Bitcoin ให้ร่วงหลุด 75,000 ดอลลาร์ในช่วงสั้นๆ ก่อนจะดีดตัวกลับมาแตะระดับ $76,000
- นักลงทุนเริ่มหันไปฝากความหวังไว้กับ Kevin Warsh ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ที่มีท่าทีสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลชัดเจน ซึ่งล่าสุดเขาเพิ่งผ่านขั้นตอนสำคัญในวุฒิสภาและมีประวัติการลงทุนในอุตสาหกรรมคริปโตอย่างโชกโชน
- ตลาดยังมีความหวังจากร่างกฎหมาย Clarity Act ที่จะช่วยปลดล็อกให้สถาบันการเงินเข้าถือครองคริปโตได้ง่ายขึ้น แต่ต้องระวังปัจจัยเสี่ยงจากการประกาศผลประกอบการของหุ้นกลุ่มบิ๊กเทคที่อาจฉุดลากสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
แม้การคงดอกเบี้ย จะส่งผลลบต่อความรู้สึกของนักลงทุนในระยะสั้น แต่ราคา Bitcoin ยังสามารถดีดตัวกลับมาทรงตัวเหนือ 75,000 ดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงแรงซื้อที่ยังแข็งแกร่ง ตลาดกำลังเข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง เพื่อรอความชัดเจนจากปัจจัยบวกอื่นอย่างร่างกฎหมายคริปโต และการเปลี่ยนตัวผู้นำเฟด
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่สิ่งที่ทำให้เหล่านักลงทุนต้องขวัญผวา คือ “รอยร้าว” ภายในคณะกรรมการที่แสดงท่าที Hawkish ออกมาอย่างชัดเจน จนกลายเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เฟด
มติ 8 ต่อ 4 เสียง
แม้ตัวเลขดอกเบี้ยจะถูกคงไว้ที่ระดับ 3.5% – 3.75% แต่ไส้ในของผลการประชุมกลับน่ากลัวกว่าที่คิด เมื่อผลคะแนนออกมาที่ 8 ต่อ 4 เสียง โดยมีกรรมการถึง 3 ท่านที่แสดงการคัดค้านการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้
ปัจจัยหลักที่ทำให้กรรมการกลุ่มนี้กังวลคือ ภาวะเงินเฟ้อที่ทำท่าจะกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง จากวิกฤตราคาพลังงานโลกและความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าจะสงบลง ส่งผลให้ Bitcoin (BTC) ดิ่งพสุธาจากระดับ 76,200 ดอลลาร์ ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์ ในช่วงสั้นๆ ก่อนจะพยายามประคองตัวกลับมาซื้อขายที่ระดับ 75,440 ดอลลาร์ ในเวลาต่อมา

ด้านเหรียญ Altcoins สกุลหลักอย่าง Ethereum (ETH), Solana (SOL) และ XRP ต่างกอดคอกันร่วงลงแตะจุดต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ตามพี่ใหญ่ไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
นักวิเคราะห์มองว่า แถลงการณ์ทิ้งทวนของ Jerome Powell ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสาดน้ำเย็นใส่ความหวังของนักลงทุน แต่ในความมืดมนยังมีแสงสว่าง เมื่อตลาดเริ่มหันไปจับตา Kevin Warsh ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานเฟดคนใหม่
ล่าสุด Warsh ได้ผ่านขั้นตอนการลงมติจากคณะกรรมการธนาคารในวุฒิสภาเรียบร้อยแล้ว โดยเขามีประวัติที่เป็นมิตร ต่อวงการคริปโตอย่างมาก ทั้งการมีส่วนร่วมในบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลและการมองว่าระบบการเงินยุคใหม่ต้องมีโทเค็นรวมอยู่ด้วย ซึ่งต่างจากท่าทีของ Powell อย่างชัดเจน ทำให้ตลาดคาดหวังว่าการเปลี่ยนไม้ต่อในครั้งนี้อาจนำไปสู่นโยบายที่เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
กฎหมาย Clarity Act และปัจจัยอื่นที่ต้องจับตา
นอกจากเรื่องดอกเบี้ยแล้ว อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่นักเทรดต้องติดตามคือความคืบหน้าของกฎหมาย Clarity Act ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดชะตาว่า Bitcoin จะถูกรับรองเป็น “สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล” ภายใต้การดูแลของ CFTC อย่างเต็มตัวหรือไม่ หากกฎหมายนี้ผ่าน จะเป็นการเปิดประตูให้สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เข้ามาถือครองคริปโตได้ง่ายขึ้นมหาศาล
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตามองการรายงานผลประกอบการของหุ้น 7 นางฟ้า ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft หากผลกำไรหรือแนวโน้มการทำเงินจาก AI ออกมาน่าผิดหวัง ก็อาจกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมที่ฉุดลากสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงบิตคอยน์ให้ร่วงลงไปอีกได้
ที่มา: theblock
มุมมองผู้เขียน :จังหวะที่ราคา Bitcoin ดีดกลับขึ้นมาเหนือ 75,000 ดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็วคือสัญญาณว่าตลาดเริ่มชินกับนโยบายของพาวเวลล์แล้ว สิ่งที่น่าตื่นเต้นจริงๆ คือ การรอรับไม้ต่อของ Kevin Warsh และความชัดเจนจากกฎหมาย Clarity Act มากกว่า ถ้าสองปัจจัยนี้ลงล็อกเมื่อไหร่ เราอาจได้เห็นจุดเริ่มต้นของขาขึ้นรอบใหญ่ที่แท้จริง
