สรุปข่าว
- ดัชนี Crypto Fear and Greed พุ่งแตะระดับ 50 หรือสถานะ “เป็นกลาง” ครั้งแรกในรอบกว่า 100 วัน ยุติช่วงเวลาแห่งความกลัวที่ปกคลุมตลาดมาอย่างยาวนานตั้งแต่กลางเดือนมกราคม
- มูลค่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวมฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยขยายตัวถึง 16.51% นับตั้งแต่เดือนมีนาคม พุ่งจาก 2.28 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 2.66 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน
- แม้อารมณ์ตลาดจะดีขึ้น แต่ตรวจพบสัญญาณไหลออกของเงินทุนในรูปแบบสเตเบิลคอยน์จาก Binance กว่า 1.18 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลให้กำลังซื้อในระยะสั้นหดตัวลง
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
การที่ดัชนีกลับมาอยู่ในระดับเป็นกลางสะท้อนว่าตลาดกำลังรอเลือกทิศทางที่ชัดเจน โดยแรงซื้อที่พา Bitcoin ทรงตัวเหนือ 80,000 ดอลลาร์เริ่มเผชิญกับแรงต้านและสภาพคล่องที่หายไปบางส่วนจากการไหลออกของสเตเบิลคอยน์ หาก Bitcoin ไม่สามารถยืนเหนือ 81,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง อารมณ์ตลาดอาจสวิงกลับไปสู่ความกลัวได้อีกครั้ง ตามความผันผวนของเม็ดเงินใหม่ที่ยังเข้ามาไม่ต่อเนื่องนัก
ดัชนีชี้วัดความกลัวและความโลภของตลาดคริปโต หรือ Crypto Fear and Greed Index ได้ปรับตัวขึ้นมาแตะระดับ 50 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการกลับเข้าสู่โซนปกติ หรือ Neutral เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นการสิ้นสุดช่วงเวลาอันยาวนานถึง 108 วันที่ตลาดถูกปกคลุมไปด้วยความรู้สึกเชิงลบ

ดัชนีความกลัวและความโลภในคริปโตเคอร์เรนซี แหล่งที่มา: Alternative.me

การขยับขึ้นมาที่ระดับ 50 จนแตะโซนปกติในรอบหลายเดือนนี้ สอดคล้องกับการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของมูลค่าตลาดรวมของคริปโต ซึ่งเติบโตขึ้น 5.45 เปอร์เซ็นต์ในเดือนพฤษภาคม และถ้านับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ตลาดได้ขยายตัวไปแล้วถึง 16.51 เปอร์เซ็นต์ โดยดันมูลค่ารวมจาก 2.28 ล้านล้านดอลลาร์ ขึ้นไปแตะ 2.66 ล้านล้านดอลลาร์

มูลค่าตลาดรวมในกราฟหนึ่งเดือน แหล่งที่มา: Cointelegraph/TradingView
ทิศทางเชิงบวกของอารมณ์ตลาดในตอนนี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความพยายามของ Bitcoin ในการยืนฐานให้อยู่เหนือระดับ 81000 ดอลลาร์ ทางด้าน Darkfost นักวิเคราะห์คริปโตได้ตั้งข้อสังเกตว่า อารมณ์ของนักเทรด Bitcoin กำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่สร้างสรรค์มากขึ้นเมื่อราคาเริ่มทดสอบระดับที่สูงขึ้น
นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังเสริมว่า มีดัชนีวัดอารมณ์อีกตัวที่แบ่งสเกลตั้งแต่ลบ 100 ไปจนถึงบวก 100 ก็เริ่มขยับเข้าสู่โซนความโลภแล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ชัดว่านักลงทุนกำลังมีความมั่นใจมากขึ้น และเลือกที่จะถือครอง Bitcoin เอาไว้มากกว่าจะเทขายเพื่อทำกำไร
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดูสดใส แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ต้องระวัง นั่นคือกระแสเงินไหลออกของสเตเบิลคอยน์ โดยแพลตฟอร์ม Binance มีรายงานการไหลออกสุทธิของสเตเบิลคอยน์สะสมสูงถึง 11.8 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน ซึ่งตัวเลขนี้มักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดกำลังซื้อที่รออยู่ในตลาด
ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นถึงช่วงที่มีการดึงเงินออกอย่างต่อเนื่อง โดยมีบางวันที่มีเงินไหลออกเกิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสวนทางกับช่วงต้นเดือนเมษายนที่ Binance มีกระแสเงินไหลเข้าอย่างสม่ำเสมอ จนช่วยดันราคา Bitcoin จาก 74000 ไปสู่ระดับ 78000 ดอลลาร์

ปริมาณการไหลสุทธิของ Stablecoin บน Binance แหล่งที่มา: CryptoQuant
ด้านนักวิเคราะห์จาก Crazzyblockk เตือนว่า หากแนวโน้มการไหลออกยังคงดำเนินต่อไป อาจทำให้โมเมนตัมขาขึ้นของ BTC และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ เริ่มชะลอตัวลงในระยะสั้น เนื่องจากขาดเม็ดเงินใหม่ที่จะเข้ามาผลักดันราคาให้พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ได้
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : การที่ดัชนี Crypto Fear and Greed กลับมาแตะระดับ 50 ได้ หลังจากจมอยู่ในความกลัวมานานกว่าร้อยวันคือสัญญาณที่ดี แต่นักลงทุนห้ามประมาทเพราะตัวเลขการไหลออกของสเตเบิลคอยน์จาก Binance นั้นก็ค่อนข้างสูง ซึ่งสะท้อนว่าเจ้ามือรายใหญ่บางกลุ่มอาจเริ่มเก็บกระสุนหรือโยกเงินไปที่อื่น แทนการไล่ราคาต่อในตอนนี้

