สรุปข่าว
- เกาหลีใต้กำลังยกระดับกฎกำกับดูแลคริปโทฯ โดยศาลฎีกาเตรียมรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้าย 11 สิงหาคมนี้
- เหรียญคริปโทฯ บนกระดานเทรดอาจถูกอายัดและขายใช้หนี้ได้ หากกฎหมายได้รับความเห็นชอบ ศาลจะสามารถสั่งตรวจสอบ อายัด และนำสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดได้
- กระดานเทรดต้องแข่งกับเวลา โดยคาดว่า กฎดังกล่าวจะเริ่มใช้วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ทำให้ผู้ให้บริการมีเวลาเตรียมระบบไม่ถึง 2 เดือน และเมื่อได้รับคำสั่งศาลจริง ต้องตอบกลับข้อมูลทรัพย์สินภายใน 7 วัน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ศาลฎีกาเกาหลีใต้เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้ายวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ต่อร่างกฎใหม่ที่อาจกำหนดให้กระดานเทรดเปิดเผยทรัพย์สินของลูกหนี้ภายใน 7 วันหลังได้รับคำสั่งศาล หากผ่านความเห็นชอบและเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคมนี้ คริปโทฯ ก็อาจถูกตรวจสอบ อายัด และขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ ได้อย่างเป็นทางการ
เกาหลีใต้เตรียมยกระดับการกำกับดูแลคริปโทฯ ขึ้นอีกขั้น โดยศาลฎีกาจ่อเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะครั้งสุดท้ายในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ต่อร่างแก้ไขกฎการบังคับคดีแพ่ง ซึ่งอาจกำหนดให้กระดานเทรดคริปโทฯ เปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินของลูกหนี้ภายใน 7 วัน หลังได้รับคำสั่งจากศาล
หากผ่านความเห็นชอบ กฎใหม่คาดว่าจะมีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2026 และเปิดทางให้เจ้าหนี้สามารถตรวจสอบ อายัด และนำคริปโทฯ ของลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดได้อย่างเป็นระบบ
สำหรับสินทรัพย์ที่อยู่บนกระดานเทรด หรือผู้ให้บริการรับฝาก ศาลอาจเริ่มจากการอายัดสิทธิในการรับทรัพย์สิน ทำให้ผู้ให้บริการไม่สามารถโอนคริปโทฯ กลับไปยังลูกหนี้ได้ จากนั้นกระดานเทรดจะต้องเปิดเผยประเภท และจำนวนสินทรัพย์ รวมถึงแจ้งการอายัดซ้ำหรือสิทธิอื่นที่เกี่ยวข้องภายใน 1 สัปดาห์
เมื่ออายัดสำเร็จ ศาลสามารถสั่งโอนสินทรัพย์ให้เจ้าหนี้ หรือขายทอดตลาด โดยผู้ให้บริการอาจเป็นผู้ดำเนินการขาย หรือโอนคริปโทฯ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี
แต่หากสินทรัพย์อยู่ในกระเป๋าส่วนตัว เรื่องจะซับซ้อนขึ้นทันที เพราะลูกหนี้ยังเป็นผู้ควบคุม Private Key โดยตรง แม้ศาลจะสั่งห้ามโอน และสั่งส่งมอบสินทรัพย์ แต่การยึดทรัพย์จะสมบูรณ์จริงก็ต่อเมื่อเจ้าพนักงานได้รับคริปโทฯ จริง
มาตรการนี้น่าจับตาไม่น้อย เพราะเกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในตลาดคริปโทฯ ที่มีนักลงทุนรายย่อยเข้ามาเล่นตลาดจำนวนมาก โดยข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2025 พบว่า กระดานเทรดรายใหญ่ 5 แห่งมีบัญชีรวมกันถึง 16.29 ล้านบัญชี หรือเกือบ 32% ของประชากรประเทศ และยังมากกว่าจำนวนผู้ถือหุ้นและหุ้นกู้ในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ราว 14.2 ล้านคน ณ สิ้นปี 2024
หากกฎใหม่นี้มีผลบังคับใช้ เหรียญคริปโทฯ ที่อยู่บนกระดานเทรดจะไม่ใช่แค่สินทรัพย์ที่ซื้อขายกันได้อีกต่อไป แต่จะเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีอย่างเป็นทางการ กล่าวคือ หากศาลมีคำสั่ง สินทรัพย์ของลูกหนี้สามารถถูกตรวจสอบ อายัด และขายทอดตลาดเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ได้ทันที
ประเด็นที่กระดานเทรดต้องเร่งรับมือคือ “เรื่องเวลา” เพราะหลังปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ จนถึงกำหนดบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2026 ผู้ให้บริการมีเวลาเตรียมระบบไม่ถึง 2 เดือน และเมื่อคำสั่งศาลมาถึง กระดานเทรดจะมีเวลาเพียง 7 วันเท่า ในการเปิดเผยว่าลูกค้ามีสินทรัพย์คริปโทฯ อยู่จำนวนเท่าไหร่
ที่มา:cryptoslate
มุมมองผู้เขียน: เรื่องนี้อาจไม่ส่งผลกระทบต่อราคาคริปโทฯ ในทันที เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนพื้นฐานของ Bitcoin หรือกระแสเงินลงทุนโดยตรง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ สถานะทางกฎหมายของคริปโทฯ

