สรุปข่าว
- ธนาคารกลางบราซิลออกมติที่ 584 บังคับให้บริษัทคริปโต ต้องชะลอธุรกรรมการโอนคริปโตมูลค่าตั้งแต่ 10,000 ดอลลาร์ขึ้นไป เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดแก๊งมิจฉาชีพ
- กฎครอบคลุมทั้งการโอนเข้ากระเป๋าส่วนตัว และแพลตฟอร์มต่างประเทศ ทั้ง Bitcoin, Ethereum และ Stablecoin โดยจะเริ่มบังคับใช้จริง 1 มกราคม 2027
- บริษัทที่ฝ่าฝืนอาจถูกลงโทษหลายรูปแบบ ตั้งแต่ขยายเวลาระงับ ลดเพดานวงเงิน ไปจนถึงตัดสิทธิ์ปลดล็อกธุรกรรมก่อนกำหนด
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
มาตรการนี้เป็นเรื่องของกระบวนการกำกับดูแลภายในประเทศบราซิลล้วน ๆ ไม่ได้แตะต้องปริมาณคริปโตที่ถือครองได้ หรือจำกัดการซื้อขาย จึงไม่น่าจะสร้างแรงกระเพื่อมต่อราคาสินทรัพย์ในตลาดโลก แต่ในระยะยาวถือเป็นสัญญาณบวกต่อความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมคริปโตในสายตาผู้กำกับดูแลทั่วโลก
ธนาคารกลางแห่งประเทศบราซิลได้ประกาศเผยแพร่มติที่ 584 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยขยายขอบเขตมาตรการป้องกันการฉ้อโกงให้ครอบคลุมถึงผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (VASPs)
ซึ่งข้อบังคับใหม่นี้ จะกำหนดให้บริษัทคริปโตต้องชะลอการทำธุรกรรมไว้ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนที่จะดำเนินการโอนเงินในบางประเภท เพื่อสกัดกั้นกลุ่มมิจฉาชีพที่พยายามย้ายเงินอย่างรวดเร็ว ให้อยู่นอกเหนือการติดตามของเหยื่อ และพนักงานสอบสวน
ถือเป็นการดึงผู้ให้บริการคริปโตเข้ามาอยู่ภายใต้เกณฑ์การกำกับดูแลเดียวกับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สำหรับธนาคารและบริษัทชำระเงินตามมติที่ 142 เดิม
ซึ่งข้อบังคับชะลอการโอนเงิน 24 ชั่วโมงนี้ จะใช้กับการโอนที่มีมูลค่าเทียบเท่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในธุรกรรมเดียว หรือนับเป็นยอดรวมสะสมรายวันจากลูกค้ารายเดียวกัน
มาตรการนี้ครอบคลุมการโอนเงินทุกรูปแบบ ทั้งการโอนเข้ากระเป๋าคริปโตส่วนตัวแบบ Self-custody และการโอนไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมทั้งคริปโตทั่วไปอย่าง Bitcoin/Ethereum ไปจนถึง Stablecoin ที่ผูกกับเงินจริงที่ผู้คนนิยมใช้โอนเงินข้ามประเทศกันในปัจจุบัน
กระบวนการประเมินความเสี่ยงและบทลงโทษหากฝ่าฝืน
ก่อนที่จะอนุมัติปลดล็อกรายการโอนที่ถูกระงับไว้ ผู้ให้บริการจะต้องนำธุรกรรมนั้นมาประเมินความเสี่ยงเป็นรายกรณี โดยพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ตั้งแต่ประวัติและระดับความเสี่ยงของตัวลูกค้า ประเภทของธุรกรรม คนที่จะรับเงิน ตลอดจนประเทศหรือพื้นที่ปลายทางของผู้รับเงินด้วย
อย่างไรก็ตาม หากบริษัทตรวจสอบเสร็จเร็วกว่ากำหนด ก็สามารถปล่อยธุรกรรมให้ผ่านได้ทันที ทั้งนี้ บริษัทจะต้องแจ้งเหตุผลที่ต้องระงับธุรกรรมและระยะเวลาการรอให้ลูกค้าทราบอย่างชัดเจน พร้อมทั้งบันทึกประวัติการตรวจสอบของทุกรายการเก็บไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ แม้จะเป็นการโอนเงินจำนวนน้อยๆ ก็อาจถูกชะลอไว้ก่อนได้ หากระบบภายในตรวจพบสิ่งผิดปกติ
มาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 มกราคม 2027 ถัดจากการเริ่มใช้กฎระเบียบอนุญาตผู้ให้บริการคริปโตของบราซิล เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา
โดยธนาคารกลางระบุว่า อาจมีการลงโทษบริษัทที่ฝ่าฝืนกฎที่เข้มงวดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขยายเวลาระงับโอนให้เกิน 24 ชั่วโมง, การปรับลดเพดานวงเงินจากเดิม $10,000 หรือแม้แต่ตัดสิทธิ์ในการปลดล็อกธุรกรรมก่อนกำหนด
การออกกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการจำกัดจำนวนคริปโตที่ชาวบราซิลจะถือครองหรือโอน แต่เป็นการเพิ่มระยะเวลาการรอตรวจสอบความปลอดภัยสำหรับการโอนเงินยอดใหญ่ไปยังต่างประเทศ
บราซิลถือเป็นมหาอำนาจด้านคริปโตระดับโลก โดย Chainalysis ได้จัดให้บราซิลอยู่ในอันดับ 5 ของโลก ในปี 2025 และในช่วงกลางปี 2024 ถึงกลางปี 2025 บราซิลมีเงินคริปโตไหลเข้าประเทศสูงถึงราว 3.188 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของมูลค่าธุรกรรมคริปโตทั้งหมดในภูมิภาคละตินอเมริกาเลยทีเดียว
ที่มา : coinpaprika
มุมมองผู้เขียน : ในระยะสั้นผู้ใช้งานรายใหญ่ในบราซิลอาจรู้สึกไม่สะดวกกับความล่าช้า 24 ชั่วโมง แต่ในระยะยาวมาตรการแบบนี้น่าจะช่วยลดคดีหลอกลวงและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ซึ่งอาจเป็นโมเดลที่ประเทศอื่นในละตินอเมริกาหยิบไปใช้ตามในอนาคต

