bitkub-banner

หนุ่มแคลิฟอร์เนียวัย 20 ปี โดนคุก 6 ปีครึ่ง ฐานบุกบ้านขโมยคริปโต $250 ล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มาร์ลอน เฟอร์โร วัย 20 ปี หรือที่รู้จักในชื่อ “GothFerrari” ถูกศาลสหรัฐฯ ตัดสินจำคุก 78 เดือน (6 ปี 6 เดือน) ฐานร่วมมือในขบวนการขโมยคริปโทมูลค่ากว่า 250 ล้านดอลลาร์
  • เฟอร์โรทำหน้าที่เป็น “มือสุดท้าย” ขององค์กรอาชญากรรม โดยบุกรุกบ้านของเหยื่อทางกายภาพเพื่อขโมยฮาร์ดแวร์วอลเล็ต เมื่อผู้สมรู้ร่วมคิดไม่สามารถแฮกหรือหลอกล่อเหยื่อได้
  • คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการถือครองคริปโทในฮาร์ดแวร์วอลเล็ตมีความเสี่ยงทางกายภาพที่ไม่ควรมองข้าม นอกเหนือจากภัยคุกคามทางดิจิทัล

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาคริปโทในตลาด แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลในเชิงกายภาพ ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานของตลาด

ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 ศาลแขวงสหรัฐฯ ตัดสินจำคุกมาร์ลอน เฟอร์โร (Marlon Ferro) อายุ 20 ปี จากซานตาอานา รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเวลา 78 เดือน หรือราว 6 ปี 6 เดือน ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในขบวนการอาชญากรรมที่ขโมยคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่ากว่า 250 ล้านดอลลาร์ นอกจากโทษจำคุก เฟอร์โรยังถูกสั่งให้อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอีก 3 ปีหลังพ้นโทษ และต้องชดใช้เงิน 2.5 ล้านดอลลาร์ให้แก่เหยื่อ การตัดสินครั้งนี้ประกาศโดยอัยการสหรัฐฯ Jeanine Ferris Pirro ซึ่งถือเป็นบทปิดฉากอีกบทหนึ่งของคดีอาชญากรรมคริปโทที่แปลกประหลาดที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์

จากเกมออนไลน์สู่การบุกบ้าน ขบวนการ “GothFerrari”

เฟอร์โร หรือที่รู้จักในนาม “GothFerrari” ไม่ใช่แฮกเกอร์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่เขาทำหน้าที่เป็น “มือสุดท้าย” ขององค์กรอาชญากรรมที่ดำเนินการระหว่างปลายปี 2566 ถึงต้นปี 2568 กล่าวคือเมื่อผู้สมรู้ร่วมคิดไม่สามารถแฮกเข้าบัญชีดิจิทัลหรือหลอกล่อเหยื่อให้เปิดเผยรหัสผ่านได้ เฟอร์โรก็จะออกปฏิบัติการทางกายภาพแทน โดยเดินทางข้ามรัฐเพื่อบุกรุกบ้านของเหยื่อและขโมยฮาร์ดแวร์วอลเล็ตโดยตรง

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เฟอร์โรเดินทางไปยังเมืองวินสโบโร รัฐเท็กซัส บุกเข้าบ้านของเหยื่อและขโมยฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่บรรจุบิตคอยน์ประมาณ 100 เหรียญ ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านดอลลาร์ จากนั้นในเดือนกรกฎาคม 2567 เขาเดินทางไปยังรัฐนิวเม็กซิโก เฝ้าสังเกตการณ์บ้านของเหยื่ออีกรายเป็นเวลาหลายวัน ก่อนจะทุบหน้าต่างด้วยอิฐเพื่อพยายามขโมยอุปกรณ์จัดเก็บคริปโทเพิ่มเติม กลุ่มอาชญากรรมที่เฟอร์โรร่วมอยู่ใช้วิธีการที่หลากหลาย ทั้งการหลอกลวงทางสังคม การแฮก การปลอมแปลงเอกสาร การโทรศัพท์หลอกลวง และการฟอกเงินผ่านกระดานเทรดคริปโทต่างๆ และน่าสนใจว่ากลุ่มนี้เติบโตขึ้นจากการเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มเกมออนไลน์

ชีวิตหรูหราจากเงินที่ขโมยมา และจุดจบของขบวนการ

เงินที่ขโมยมาถูกนำไปใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยอย่างโจ่งแจ้ง ทั้งค่าบริการไนท์คลับสูงถึง 500,000 ดอลลาร์ต่อคืน รถยนต์หรูอย่างน้อย 28 คันมูลค่าตั้งแต่ 100,000 ถึง 3.8 ล้านดอลลาร์ต่อคัน กระเป๋า Hermès Birkin นาฬิกาหรูมูลค่าหลักแสนดอลลาร์ รวมถึงการเช่าบ้านพักและเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว จุดพลิกผันเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2567 เมื่อมาโลน แลม (Malone Lam) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำกลุ่ม ถูกตั้งข้อหาว่าได้ขโมยบิตคอยน์กว่า 4,100 เหรียญมูลค่ากว่า 230 ล้านดอลลาร์จากเหยื่อรายหนึ่งในวอชิงตัน ดี.ซี. และถูกจับกุมในเดือนกันยายนปีเดียวกัน แม้หัวหน้าจะถูกจับแล้ว แต่เฟอร์โรยังคงรวบรวมเงินคริปโทหลายแสนดอลลาร์จากสมาชิกคนอื่นเพื่อแปลงเป็นเงินสดจ่ายค่าทนายให้แลม และยังสั่งซื้อกระเป๋า Hermès Birkin ให้แฟนสาวของแลมด้วย

เฟอร์โรถูกจับกุมเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 โดยมีอาวุธปืนสองกระบอกและเอกสารประจำตัวปลอมอยู่ในครอบครอง เขาให้การสารภาพผิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดตามกฎหมาย RICO ขณะนี้มีผู้ถูกจับกุมหรือตั้งข้อหาในคดีนี้แล้วรวมทั้งสิ้น 17 คน การสืบสวนดำเนินการโดย FBI และหน่วยงานสืบสวนคดีอาญาของสรรพากรสหรัฐฯ (IRS Criminal Investigation Division)


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคดีนี้น่าสนใจมากในแง่ของภัยคุกคามที่คนถือคริปโทมักมองข้าม เราคุ้นเคยกับการป้องกันตัวเองจากแฮกเกอร์ออนไลน์ แต่ไม่ค่อยคิดว่าฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่วางอยู่ในบ้านก็อาจตกเป็นเป้าหมายทางกายภาพได้เช่นกัน สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือขบวนการนี้เลือกเหยื่อได้อย่างไร และมีข้อมูลในมือมากพอที่จะรู้ว่าใครถือคริปโทจำนวนมากและเก็บไว้ที่ไหน ถ้าคุณถือสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมาก ลองทบทวนว่าคุณเคยเปิดเผยข้อมูลนั้นในที่สาธารณะหรือในชุมชนออนไลน์บ้างไหม เพราะอาชญากรรมแบบนี้เริ่มต้นจากข้อมูลที่รั่วไหลออกไปก่อน

ที่มา: Cointelegraph

ภาพจาก AI