สรุปข่าว
- กองทุน Spot XRP ETF ในสหรัฐอเมริกามีเม็ดเงินไหลเข้าสูงถึง 25.8 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียวซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม
- บริษัท Ripple ประสบความสำเร็จในการระดมทุน 200 ล้านดอลลาร์เพื่อขยายบริการ Ripple Prime รองรับความต้องการของลูกค้าระดับสถาบัน
- เครือข่าย XRP Ledger กำลังเดินหน้าทดสอบระบบชำระดุลด้วยสินทรัพย์โลกจริงและเตรียมอัปเกรดระบบเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่เม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันไหลเข้ากองทุน ETF อย่างต่อเนื่องประกอบกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ Ripple ถือเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันความต้องการใช้งานเหรียญ XRP ในระยะยาว
กองทุน Spot XRP ETF ดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้าในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม ท่ามกลางความคืบหน้าเชิงบวกหลายด้านจากบริษัท Ripple รวมถึงความเคลื่อนไหวของราคาที่น่าพอใจสำหรับเหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับสี่ของโลก
ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่ากองทุน Spot XRP ETF ทั้งห้าแห่งที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกามียอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิรวมกัน 25.8 ล้านดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นยอดรายวันสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มกราคมที่เคยดึงดูดเม็ดเงินได้ 46 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์แรกของการซื้อขาย โดยกองทุน XRPZ ของ Franklin Templeton นำมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยยอด 13.6 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยกองทุนของ Bitwise ที่ 7.6 ล้านดอลลาร์ และ GXRP ของ Grayscale ที่ 4.6 ล้านดอลลาร์
ปัจจุบันยอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิสะสมของกองทุน Spot XRP ETF ทั้งหมดอยู่ที่ 1.35 พันล้านดอลลาร์ โดยมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวม 1.18 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1.3% ของมูลค่าตลาดรวมของ XRP และกองทุนทุกแห่งก็มีมูลค่าปรับตัวสูงขึ้นกว่า 4% ในวันจันทร์สอดคล้องกับราคาเหรียญอ้างอิงที่ขยับขึ้น 1.2% ไปอยู่ที่ 1.47 ดอลลาร์ในช่วง 24 ชั่วโมง
กระแสเงินทุนรอบนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการที่ Ripple ประกาศความสำเร็จในการปิดดีลวงเงินกู้ 200 ล้านดอลลาร์จากกองทุนที่บริหารโดย Neuberger Specialty Finance เพื่อนำมาสนับสนุนการเติบโตของแพลตฟอร์ม Ripple Prime ซึ่งให้บริการด้าน Prime Brokerage และสินเชื่อ Margin สำหรับลูกค้าระดับสถาบัน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Ripple เพิ่งประกาศความสำเร็จในการนำร่องชำระดุลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในรูปแบบ Token บนเครือข่าย XRP Ledger ร่วมกับ JPMorgan Mastercard และ Ondo Finance โดยสามารถประมวลผลธุรกรรมได้ภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาที ซึ่งถือเป็นการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย Blockchain สาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระหว่างธนาคารแบบดั้งเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ Ripple ยังได้เปิดเผยแผนงานสี่ระยะเพื่อทำให้เครือข่าย XRP Ledger สามารถต้านทานคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้ภายในปี 2028 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในอนาคต โดยแผนงานดังกล่าวรวมถึงการเตรียมความพร้อมในกรณีฉุกเฉินที่จะบังคับให้มีการย้ายไปยังบัญชีที่ปลอดภัยจากควอนตัมและเปิดใช้งานการกู้คืนเงินทุนหากภัยคุกคามมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้
การพัฒนาที่ตอบโจทย์การใช้งานระดับสถาบันเหล่านี้ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้ซื้อ ETF เนื่องจากมันสะท้อนให้เห็นว่า XRP มีประโยชน์ในการใช้งานจริงมากกว่าแค่การเป็นสินทรัพย์เก็งกำไร อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับความสนใจผ่านกองทุน ETF แต่ราคาของ XRP ก็ยังคงปรับตัวลดลง 39% ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา และยังคงห่างไกลจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำไว้ใกล้ระดับ 3.65 ดอลลาร์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025
ที่มา coindesk
มุมมองส่วนตัวผมมองว่าการขยับตัวของ Ripple ในช่วงนี้เต็มไปด้วยข่าวดีที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าสถาบันแบบเน้นๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นการระดมทุนเพื่อขยายบริการ Ripple Prime หรือการจับมือกับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เพื่อทดสอบระบบบน XRP Ledger สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวเร่งที่ทำให้เม็ดเงินไหลเข้า Spot XRP ETF อย่างต่อเนื่อง แม้ราคาเหรียญบนกระดานอาจจะยังห่างจากจุดสูงสุดเดิม แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการวางแผนระยะยาวเพื่อรับมือกับเทคโนโลยีควอนตัม ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงในระยะยาวครับ

