bitkub-banner

Bit Digital ถือ ETH ทะลุ 155,000 เหรียญ มูลค่ากว่า $327 ล้าน หลังเลิกขุด Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bit Digital (Nasdaq: BTBT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่าถือครอง ETH รวม 155,444 เหรียญ มูลค่าประมาณ 327 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569
  • บริษัทออกจากธุรกิจขุด Bitcoin อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 หันมามุ่งเน้น Ethereum Staking และโครงสร้างพื้นฐาน AI ผ่านบริษัทในเครือ WhiteFiber (Nasdaq: WYFI)
  • รายรับรวมไตรมาส 1 อยู่ที่ 27.9 ล้านดอลลาร์ ลดลง 13.6% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 146.7 ล้านดอลลาร์ จับตาการประชุมนักลงทุนในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

การถือครอง ETH ของ Bit Digital มูลค่า $327 ล้านแสดงให้เห็นความเชื่อมั่นในระยะยาวต่อ Ethereum แต่บริษัทนี้เป็นเพียงหนึ่งในผู้เล่นระดับกลาง และราคา ETH ที่ซื้อมาเฉลี่ยที่ $3,045 ต่อเหรียญ ยังสูงกว่าราคาปัจจุบันมาก ทำให้ผลกระทบต่อตลาดในภาพรวมยังจำกัด

Bit Digital, Inc. (Nasdaq: BTBT) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดย ตามรายงานจาก Cointelegraph บริษัทถือครอง Ethereum (ETH) รวม 155,444 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 327 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยอ้างอิงราคา ETH ที่ประมาณ 2,104 ดอลลาร์ต่อเหรียญในวันนั้น บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์เปลี่ยนผ่านจากการขุด Bitcoin มาสู่การ Staking ETH และโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างเต็มรูปแบบ และในเดือนมกราคม 2569 ก็ออกจากธุรกิจขุด Bitcoin อย่างเป็นทางการแล้ว

จาก Bitcoin Mining สู่ Ethereum Staking เส้นทางที่วางแผนมาหลายปี

Bit Digital เริ่มต้นจากการขุด Bitcoin ในปี 2563 ก่อนจะค่อยๆ ขยับกลยุทธ์มาเน้น Ethereum ตั้งแต่ปี 2565 จนในเดือนมิถุนายน 2568 บริษัทประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเปลี่ยนคลังสินทรัพย์มาเน้น ETH เป็นหลัก และในเดือนกรกฎาคม 2568 ได้ซื้อ ETH เพิ่มอีกกว่า 19,000 เหรียญ ดัน ETH ในพอร์ตแตะ 120,000 เหรียญ ก่อนจะสะสมต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันที่กว่า 155,000 เหรียญ

ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทยังได้ย้าย ETH ประมาณ 70,000 เหรียญไปยัง Liquid Staking เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของคลังสินทรัพย์ โดย ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 มี ETH อยู่ในรูปแบบ Native Staking อีกประมาณ 60,677 เหรียญ ขณะเดียวกันบริษัทยังถือหุ้นส่วนใหญ่ใน WhiteFiber (Nasdaq: WYFI) บริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI และ HPC ที่เข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 โดยหุ้น WhiteFiber ที่ถืออยู่มีมูลค่าประมาณ 322.1 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 1

ผลประกอบการไตรมาส 1 รายรับลด แต่ยึดกลยุทธ์ระยะยาว

แม้กลยุทธ์จะชัดเจน แต่ตัวเลขในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังไม่สวยนัก รายรับรวมอยู่ที่ 27.9 ล้านดอลลาร์ ลดลง 13.6% จาก 32.3 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 ปี 2568 โดยรายรับจาก ETH Staking อยู่ที่ 2.3 ล้านดอลลาร์ ลดลง 29.4% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากราคา ETH โดยเฉลี่ยในช่วงนั้นลดลงและยอด ETH ที่ Staking แบบ Native ลดลงด้วย ผลขาดทุนสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 146.7 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้

สิ่งที่น่าจับตาคือราคาซื้อ ETH เฉลี่ยของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 3,045 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ขณะที่ราคา ETH ปัจจุบันอยู่ที่ราว 2,218 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่าพอร์ต ETH ยังติดลบอยู่จากต้นทุน อย่างไรก็ตาม ซีอีโอ Sam Tabar ยืนยันว่า Ethereum Infrastructure กับ AI Compute Infrastructure ไม่ใช่สองกลยุทธ์แยกกัน แต่เป็นองค์ประกอบของแพลตฟอร์มเดียวกันที่มุ่งสู่อนาคตของระบบการเงินดิจิทัล บริษัทได้นัดประชุมนักลงทุนในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 22:00 น. ตามเวลาไทย (10:00 AM ET) เพื่อหารือเกี่ยวกับผลประกอบการดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bit Digital stake ETH กว่า 73,000 เหรียญ มูลค่า $156 ล้านในสัปดาห์เดียว และ บริษัทหมื่นล้านหันหลังให้ Bitcoin! เทหมดพอร์ตไปถือ Ethereum กว่า 100,000 ETH ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์นี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและมีแผนระยะยาวที่ชัดเจน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจในแง่กลยุทธ์ธุรกิจมากกว่าผลกระทบต่อราคา ETH โดยตรง Bit Digital เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของบริษัทจดทะเบียนที่กล้าเดิมพันกับ Ethereum ในฐานะสินทรัพย์หลัก แทนที่จะนั่งรอราคาขึ้นแบบเฉยๆ แต่หันมาสร้างรายได้ผ่านการ Staking ควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ถือเป็น bet สองขาในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ต้องจับตาคือบริษัทจะรับมือกับต้นทุน ETH เฉลี่ยที่ $3,045 ได้อย่างไร ในขณะที่ราคาตลาดยังต่ำกว่า โดยเฉพาะถ้า ETH ไม่ฟื้นกลับมาในเร็วๆ นี้ ผลขาดทุนสุทธิที่ $146.7 ล้านในไตรมาสเดียวก็ไม่ใช่ตัวเลขที่นักลงทุนจะมองข้ามได้

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI