bitkub-banner

อดีตผู้บริหาร Ripple เผยกลไกเทคโนโลยีที่ช่วยปกป้อง XRP จากนายทุนและกลุ่มทุนขนาดใหญ่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • David Schwartz อดีตผู้บริหารระดับสูงของ Ripple ออกมาอธิบายถึงกลไกสำคัญที่เรียกว่า Negative UNL ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยปกป้องเครือข่าย XRP Ledger จากการถูกผูกขาดโดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่หรือองค์กรที่ร่ำรวย
  • ระบบนี้อนุญาตให้เครือข่ายสามารถนำโหนดของผู้ใช้งานรายย่อยที่ขาดการเชื่อมต่อเข้าไปอยู่ในบัญชีดำชั่วคราวเพื่อรักษาระดับความเร็วในการประมวลผลธุรกรรมโดยไม่ต้องเสียเวลาหยุดรอการตอบสนอง
  • ผู้ใช้งานที่ถูกจัดอยู่ในบัญชีดำจะยังคงมีสิทธิในการออกเสียงเพื่อกำหนดทิศทางของเครือข่ายอย่างเต็มที่ซึ่งกลไกนี้ช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทขนาดใหญ่ใช้ความได้เปรียบทางเทคโนโลยีมากีดกันผู้เล่นรายย่อยออกจากระบบ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

การอธิบายถึงโครงสร้างทางเทคนิคของ XRP Ledger เป็นเพียงการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งด้านการกระจายอำนาจของเครือข่ายซึ่งไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น

การออกมากล่าวยกย่องสถาปัตยกรรมของเครือข่าย XRP Ledger ว่ามีความสง่างามอย่างมากโดย Charles Hoskinson ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงครั้งใหม่เกี่ยวกับระดับการกระจายอำนาจที่แท้จริงของเครือข่าย

David Schwartz อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Ripple ได้ก้าวเข้ามาร่วมวงสนทนาเพื่ออธิบายถึงวิธีการที่เครือข่ายใช้เพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกยึดครองอย่างเงียบๆ โดยกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่

Schwartz ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งที่มักจะพบเห็นได้ทั่วไปในโลกคริปโต ซึ่งเงินทุนมักจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดเสมอ เนื่องจากองค์กรขนาดใหญ่มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะจัดซื้อฮาร์ดแวร์ราคาแพงและจ้างทีมวิศวกรเพื่อดูแลระบบ

ความได้เปรียบทางด้านเงินทุนทำให้โหนดและเครื่องมือตรวจสอบธุรกรรมขององค์กรเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบและแทบจะไม่มีการหยุดชะงักเลยเมื่อเทียบกับผู้เล่นรายย่อย

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าหากผู้สร้าง XRP Ledger มุ่งเน้นไปที่การสร้างเสถียรภาพทางเทคนิคที่สมบูรณ์แบบเพียงอย่างเดียว เครือข่ายก็จะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีเพียงไม่กี่แห่งอย่างรวดเร็ว

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลลัพธ์ดังกล่าว Schwartz จึงให้ความสำคัญกับการดึงดูดผู้เข้าร่วมอิสระรายย่อยจำนวนมากจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วมในเครือข่าย

แต่แนวทางนี้ก็นำมาซึ่งปัญหาที่ว่าเครือข่ายจะจัดการอย่างไรหากเซิร์ฟเวอร์ของผู้เล่นรายย่อยเหล่านี้เกิดหยุดทำงานกะทันหันเนื่องจากปัญหาอินเทอร์เน็ตขัดข้องหรือไฟฟ้าดับ

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทีมงานได้สร้างกลไกที่เรียกว่า Negative UNL หรือ Negative Unique Node List ขึ้นมา ซึ่งหากผู้เข้าร่วมอิสระรายเล็กหลุดจากการเชื่อมต่อกะทันหัน เซิร์ฟเวอร์ที่เหลือจะร่วมกันบรรจุชื่อผู้เข้าร่วมรายนั้นลงในบัญชีดำชั่วคราว

การทำเช่นนี้ช่วยให้เครือข่ายสามารถดำเนินการประมวลผลการชำระเงินต่อไปได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องหยุดรอเซิร์ฟเวอร์ที่ขาดการเชื่อมต่อ

Schwartz เน้นย้ำว่ากลไกนี้มีความพิเศษตรงที่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธในการเซนเซอร์ผู้ใช้งานได้ แม้ว่าบริษัทขนาดใหญ่จะรวมหัวกันเพื่อจงใจเพิ่มผู้เข้าร่วมอิสระรายใดรายหนึ่งเข้าไปในบัญชีดำ พวกเขาก็ไม่สามารถริดรอนสิทธิในการออกเสียงของผู้เข้าร่วมรายนั้นได้

เขาให้รายละเอียดผ่านแพลตฟอร์ม X ว่ากลไกนี้เป็นเพียงการปิดใช้งานฟังก์ชันทางเทคนิคในการยืนยันการชำระเงินชั่วคราวเพื่อไม่ให้เครือข่ายทำงานช้าลง ในขณะที่โหนดนั้นยังคงมีอำนาจทางการเมืองอย่างเต็มที่

โหนดที่ถูกขึ้นบัญชีดำยังคงสามารถออกเสียงคัดค้านการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม ต่อต้านการอัปเดตที่ไม่เหมาะสม และมีอิทธิพลต่อทิศทางในอนาคตของเครือข่ายบล็อกเชนได้ตามปกติ

ในท้ายที่สุด บริษัทขนาดใหญ่จึงไม่สามารถผลักดันผู้เล่นรายย่อยออกจากระบบได้ในทางปฏิบัติ ซึ่งทำให้บล็อกเชนของ XRP ยังคงได้รับการปกป้องจากความล้มเหลวทางเทคนิคและปราศจากการครอบงำโดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่

ที่มา u.today


มุมมองส่วนตัวผมมองว่ากลไก Negative UNL เป็นการออกแบบระบบที่น่าสนใจมากในการแก้ปัญหาคอขวดของการกระจายอำนาจครับ ปัญหาคลาสสิกของเครือข่ายบล็อกเชนคือหากระบบต้องรอให้โหนดรายย่อยที่สเปกเครื่องไม่แรงหรืออินเทอร์เน็ตไม่เสถียรทำการยืนยันธุรกรรมจนครบ เครือข่ายก็จะทำงานช้าลงอย่างมหาศาล การตัดโหนดที่หยุดทำงานออกจากการประมวลผลชั่วคราวแต่ยังคงสิทธิในการโหวตเอาไว้ เป็นการรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของระบบกับความโปร่งใสได้อย่างลงตัว และช่วยลดข้อครหาที่ว่า XRP เป็นเครือข่ายที่ถูกผูกขาดโดยองค์กรใหญ่ได้ดีทีเดียวครับ