สรุปข่าว
- นักลงทุนชื่อดังอย่าง Ric Edelman มองว่า ร่างกฎหมาย CLARITY Act อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เงินทุนสถาบันไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตครั้งใหญ่
- Edelman คาดว่า Bitcoin มีโอกาสพุ่งแตะ 150,000 ดอลลาร์ ก่อนสิ้นปี 2026 หากกฎหมายผ่านและวอลล์สตรีทเปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
- นอกจาก BTC แล้ว เขายังมองว่า Ethereum และ Solana เป็นอีก 2 เหรียญที่น่าจับตา หลังเริ่มมี Use Case และความสนใจจากสถาบันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Ric Edelman นักลงทุนและที่ปรึกษาทางการเงินชื่อดังของสหรัฐฯ มองว่า Bitcoin มีโอกาสพุ่งทะลุ $150,000 ภายในปี 2026 หากกฎหมาย CLARITY Act ผ่านและเปิดทางให้เงินทุนจากวอลล์สตรีทไหลเข้าตลาดมากขึ้น โดยเขาเชื่อว่า บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Morgan Stanley อาจกลายเป็นแรงหนุนสำคัญของรอบขาขึ้นครั้งใหม่ นอกจาก Bitcoin แล้ว เขายังมองว่า Ethereum และ Solana รวมถึงหุ้นคริปโตอย่าง Coinbase และ Robinhood ก็เป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตาในรอบการเติบโตครั้งต่อไปของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ตลาดคริปโตกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่นักลงทุนหลายคนมองว่า “สำคัญที่สุดในรอบหลายปี” หลังสหรัฐฯ เริ่มขยับเข้าใกล้การมีกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนมากขึ้น
หนึ่งในคนที่ออกมาแสดงมุมมองเชิงบวกอย่างชัดเจนคือ Ric Edelman นักลงทุนและที่ปรึกษาการเงินชื่อดังของสหรัฐฯ ที่เชื่อว่า ร่างกฎหมาย CLARITY Act อาจกลายเป็นแรงผลักดันรอบใหม่ให้ Bitcoin และตลาดคริปโตพุ่งขึ้นครั้งใหญ่
ในการให้สัมภาษณ์กับ Milk Road เขาระบุว่า หากกฎหมายนี้ผ่านอย่างเป็นทางการ Bitcoin อาจมีโอกาสทะยานเกิน $150,000 ก่อนสิ้นปี 2026 และในระยะยาวอาจไปได้ถึงระดับ 500,000 ดอลลาร์ก่อนสิ้นทศวรรษนี้ ซึ่งเขาหมายถึงปี 2030
สิ่งที่ทำให้ตลาดสนใจไม่ใช่แค่ตัวเลขราคา แต่คือความเป็นไปได้ที่เงินทุนมหาศาลจากสถาบันการเงินดั้งเดิมกำลังจะไหลเข้าสู่โลกคริปโตอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
CLARITY Act คืออะไร และทำไมตลาดถึงจับตา?
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดคริปโตไม่ได้ขาด “ความสนใจ” จากนักลงทุนรายใหญ่ แต่สิ่งที่ขาดจริงๆ คือ “ความชัดเจนด้านกฎหมาย”
บริษัทการเงินระดับวอลล์สตรีทจำนวนมากสนใจ Bitcoin มานานแล้ว แต่ยังไม่กล้าเดินหน้าเต็มตัว เพราะไม่แน่ใจว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในทิศทางไหน
CLARITY Act จึงถูกมองว่าเป็นกฎหมายที่จะช่วยกำหนดกรอบการกำกับดูแลให้ชัดเจนขึ้นว่า อะไรคือสินทรัพย์ดิจิทัล แบ่งเป็นประเภทใดบ้าง และใครเป็นผู้มีหน้าที่กำกับดูแลสินทรัพย์เหล่านี้
สำหรับตลาดคริปโต การอนุมัติกฎหมายฉบับนี้เปรียบเหมือน “การเปิดไฟเขียว” ให้บริษัทการเงินรายใหญ่ของวอลล์สตรีทสามารถเข้ามาทำธุรกิจเกี่ยวกับคริปโตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Ric Edelman ออกมาระบุว่า Bitcoin อาจมีโอกาสพุ่งแตะระดับ $150,000 ก่อนสิ้นปี 2026 หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านทุกขั้นตอนและถูกส่งไปถึงโต๊ะประธานาธิบดีทรัมป์
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ มุมมองของ Edelman ต่อเงินทุนสถาบัน เขาเชื่อว่า บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ เช่น Morgan Stanley จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันตลาดคริปโตในรอบถัดไป
ปัจจุบัน Morgan Stanley บริหารสินทรัพย์รวมราว 7 ล้านล้านดอลลาร์ และเริ่มเปิดทางให้ที่ปรึกษาการเงินสามารถแนะนำการลงทุนในคริปโตให้ลูกค้าได้ในสัดส่วนเล็ก ๆ แล้ว
แม้จะดูเป็นตัวเลขไม่มาก แต่ Edelman ชี้ว่า หากเม็ดเงินเพียง 2–3 เปอร์เซนต์จากบริษัทระดับนี้ไหลเข้าสู่ Bitcoin ก็อาจสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้ทั้งตลาดได้ทันที
ด้วยปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา จึงเป็นเหตุผลที่นักลงทุนจำนวนมากกำลังจับตากฎหมาย CLARITY Act อย่างใกล้ชิด เพราะมันอาจไม่ใช่แค่ข่าวกฎหมายธรรมดา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นเงินทุนรอบใหม่จากวอลล์สตรีท
สูตรลงทุนเกษียณแบบเดิม อาจไม่เหมาะกับโลกยุคใหม่แล้ว
นอกจากเรื่อง Bitcoin แล้ว Ric Edelman ยังพูดถึงแนวคิดการลงทุนระยะยาวที่กำลังเปลี่ยนไป เขามองว่า โมเดลพอร์ตลงทุนแบบ “60/40” ซึ่งหมายถึงการถือหุ้น 60% และพันธบัตร 40% อาจไม่เหมาะกับโลกปัจจุบันอีกต่อไป
เหตุผลสำคัญคือ มนุษย์มีอายุยืนขึ้นกว่าเดิมมาก Edelman อ้างอิงงานวิจัยร่วมกับองค์กรอย่าง Stanford Center on Longevity และ MIT AgeLab ที่ชี้ว่า ระบบการเงินจำนวนมากยังตั้งสมมติฐานว่า คนจะมีอายุเฉลี่ยราว 85–90 ปี
แต่ในโลกความจริง ผู้คนจำนวนมากเริ่มมีโอกาสใช้ชีวิตถึง 100 ปีมากขึ้น นั่นหมายความว่า หากถือสินทรัพย์ที่เติบโตช้าเกินไป นักลงทุนอาจเสี่ยง “เงินหมดก่อนเสียชีวิต”
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเสนอแนวคิดพอร์ตแบบ “80/20” แทน โดยเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เติบโต เช่น หุ้น เทคโนโลยี และคริปโต ให้มากขึ้นแม้ในช่วงวัยเกษียณ
และในมุมของเขา คริปโตควรกลายเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตระยะยาวด้วยเช่นกัน
ลงทุน Bitcoin อย่างเดียว หรือกระจายไป Altcoin ด้วย ?
แม้ Michael Saylor จะเป็นตัวแทนของแนวคิด “ถือ Bitcoin อย่างเดียว” แต่ Edelman มองว่า ตลาดคริปโตเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น
เขายอมรับว่า Bitcoin ยังเป็นแกนหลักของตลาด แต่ในขณะเดียวกัน Ethereum และ Solana ก็เริ่มมีบทบาทจากการใช้งานจริงที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
นักลงทุนจำนวนมากจึงเลือกวิธีกระจายพอร์ตตาม “มูลค่าตลาด” ซึ่งหมายถึงการให้น้ำหนัก Bitcoin มากที่สุด แล้วค่อยกระจายบางส่วนไปยัง Ethereum หรือ Solana
ขณะเดียวกัน เขายังมองว่าการลงทุนในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานคริปโต เช่น Coinbase และ Robinhood รวมถึงบริษัทที่พัฒนา Stablecoin ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่อยากได้โอกาสเติบโตจากอุตสาหกรรมนี้
มุมของผู้เขียน: สิ่งที่น่าสนใจจากแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญรายนี้ ไม่ใช่แค่การคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่ $150,000 แต่คือแนวคิดที่ว่า ตลาดคริปโตกำลังเปลี่ยนจาก “สินทรัพย์ทางเลือก”
ที่มา:thecryptobasis

