สรุปข่าว
- ในปี 2026 กว่า 95% ของบล็อก Bitcoin ถูกขุดผ่าน Mining Pool โดย Foundry USA ครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ราว 30% ของ hashrate ทั้งเครือข่าย
- ค่าธรรมเนียมของแต่ละ Pool แตกต่างกันมากตามรูปแบบการจ่าย โดย FPPS/PPS+ มักแพงกว่า PPLNS เนื่องจาก Pool รับความเสี่ยงด้านความโชคแทนนักขุด
- การเลือก Mining Pool ที่เหมาะสมในยุคหลัง Halving ปี 2024 มีความสำคัญมากขึ้น เพราะรางวัลบล็อกลดลงเหลือ 3.125 BTC ทำให้ทุกเปอร์เซ็นต์ของค่าธรรมเนียมกระทบกำไรโดยตรง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
บทความเปรียบเทียบ Mining Pool เป็นข้อมูลเชิงปฏิบัติสำหรับนักขุด ไม่ได้เป็นปัจจัยที่จะผลักดันราคา Bitcoin โดยตรงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การที่ hashrate รวมของเครือข่ายสูงเกิน 1,000 EH/s สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมขุดในระยะยาว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin
ตามรายงานจาก Coin Bureau ช่อง YouTube และสื่อคริปโตชั้นนำ ได้เผยแพร่คู่มือเปรียบเทียบ Mining Pool Bitcoin ยอดนิยมในปี 2026 โดยชี้ให้เห็นว่า Pool ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับทุกคน การเลือก Pool ที่ดีขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งค่าธรรมเนียม รูปแบบการจ่ายรางวัล และจำนวนขั้นต่ำของการถอน ในปัจจุบัน กว่า 95% ของบล็อก Bitcoin ถูกขุดผ่าน Mining Pool ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการขุดเดี่ยวแทบไม่มีโอกาสแข่งขันได้อีกต่อไป หลังจาก hashrate รวมของเครือข่ายพุ่งเกิน 1,000 EH/s และค่าความยากเกิน 140 ล้านล้าน
เปรียบเทียบ Pool ชั้นนำ ค่าธรรมเนียมและรูปแบบจ่ายต่างกันอย่างไร
โดยทั่วไป Pool ที่ใช้รูปแบบ FPPS หรือ PPS+ มักเก็บค่าธรรมเนียมสูงกว่า ในช่วง 2-4% เนื่องจาก Pool รับความเสี่ยงด้านความโชคแทนนักขุด ในขณะที่รูปแบบ PPLNS มักเก็บถูกกว่า 0-2% แต่นักขุดต้องรับความผันผวนของรายได้เองมากขึ้น ต่อไปนี้คือสรุปสั้นของแต่ละ Pool สำคัญ
Foundry USA ได้รับการสนับสนุนจาก Digital Currency Group (DCG) และเป็น Pool ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ครอง hashrate ราว 30% ของเครือข่ายทั้งหมด โดย Pool นี้เน้นกลุ่มนักขุดระดับอุตสาหกรรมและสถาบัน ใช้รูปแบบจ่ายแบบ FPPS รายวัน โดยมีค่าธรรมเนียมราว 2% สำหรับ PPLNS และ 4% สำหรับ PPS ตามข้อมูลปลายปี 2025 AntPool ซึ่งบริหารโดย Bitmain ครอง hashrate ราว 17-18% ของเครือข่าย เสนอทั้ง FPPS และ PPLNS โดยค่าธรรมเนียมตั้งแต่ 0% สำหรับ PPLNS ไปจนถึง 4% สำหรับ FPPS พร้อมยอดถอนขั้นต่ำที่ 0.001 BTC ซึ่งสะดวกสำหรับนักขุดขนาดใหญ่ที่ใช้ฮาร์ดแวร์ Bitmain
ViaBTC ก่อตั้งในปี 2016 ครอง hashrate ราว 13% ของเครือข่าย เป็นตัวเลือกที่เป็นมิตรกับนักขุดมือใหม่มากที่สุด เพราะมีตารางค่าธรรมเนียมชัดเจนต่อสาธารณะ ได้แก่ 4% สำหรับ PPS+ 2% สำหรับ PPLNS และ 1% สำหรับ SOLO พร้อมยอดถอนขั้นต่ำต่ำมากที่ 0.0001 BTC F2Pool หรือ Discus Fish ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2013 ครอง hashrate ราว 10% เหมาะสำหรับนักขุดที่บ้านและขนาดกลาง เก็บค่าธรรมเนียม 2.5% โดยยอดถอนขั้นต่ำอยู่ที่ 0.005 BTC และยังรองรับการขุดเหรียญอื่นนอกจาก Bitcoin ด้วย
Pool เล็กและเฉพาะทาง ตัวเลือกสำหรับนักขุดที่ใส่ใจการกระจายอำนาจ
Braiins Pool หรือ Slush Pool เดิม เป็น Mining Pool แห่งแรกของโลก ก่อตั้งในปี 2010 ปัจจุบันครอง hashrate ราว 3% โดดเด่นในฐานะผู้บุกเบิก Stratum V2 ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ให้นักขุดมีอำนาจควบคุมมากขึ้น เสนอ FPPS ที่ค่าธรรมเนียม 2.5% และ PPLNS ที่ 0% พร้อมรองรับการจ่ายผ่าน Lightning Network โดยไม่มียอดขั้นต่ำ Luxor เป็น Pool สัญชาติอเมริกันแห่งแรก ครอง hashrate ราว 3.4% เน้นกลุ่มนักขุดมืออาชีพในอเมริกาเหนือ มีค่าธรรมเนียม 2.5% FPPS และยอดถอนขั้นต่ำ 0.001 BTC พร้อมบริการเสริมอย่าง hashrate derivatives และ custom firmware ชื่อ LuxOS
สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจโดยเฉพาะ OCEAN Pool คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะใช้รูปแบบจ่ายแบบ TIDES ที่ตรวจสอบได้โดยสมบูรณ์ ไม่มีการถือครองสินทรัพย์ของนักขุดแบบ custodial และรองรับ Lightning Network โดยไม่มียอดขั้นต่ำเช่นกัน ส่วน Solo CKPool เหมาะกับนักขุดสายงานอดิเรกที่ใช้อุปกรณ์เล็กอย่าง Bitaxe โดยเก็บค่าธรรมเนียมเพียง 2% แต่ถ้าขุดพบบล็อกจะได้รับรางวัลเต็ม 3.125 BTC ทั้งก้อน นอกจากนี้ยังมี SpiderPool ที่ครอง hashrate ราว 8.8% เน้นความเสถียรและ FPPS สำหรับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และ MARA Pool ของ Marathon Digital Holdings ที่ครอง hashrate ราว 5.7% ในฐานะ Pool ที่ผสานรวมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทมหาชน
จุดที่น่าสังเกตคือหลัง Halving เดือนเมษายน 2024 ที่ลดรางวัลบล็อกเหลือ 3.125 BTC ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่กินสัดส่วน 30-60% ของรายได้ขั้นต้น ทำให้ทุกเปอร์เซ็นต์ของค่าธรรมเนียมมีผลต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญ การเลือก Pool ที่เหมาะสมกับขนาดและเป้าหมายของตัวเองจึงสำคัญกว่าการเลือกตามชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าบทความเปรียบเทียบแบบนี้มีประโยชน์มากสำหรับคนที่กำลังจะเริ่มขุดหรืออยากย้าย Pool ในช่วงที่ตลาดผันผวน สิ่งที่ต้องจับตาคือการเลือกรูปแบบการจ่าย ถ้าต้องการรายได้สม่ำเสมอและรับความเสี่ยงต่ำ FPPS หรือ PPS+ เหมาะกว่า แต่ถ้าขุดอยู่นาน ๆ และยอมรับความผันผวนได้ PPLNS อาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาว สำหรับนักขุดมือใหม่ที่มีเครื่องไม่มาก ViaBTC หรือ F2Pool อาจเหมาะกว่า Foundry USA ที่เน้นกลุ่มสถาบัน ส่วนใครที่ห่วงเรื่องการรวมศูนย์อำนาจของ hashrate ก็น่าพิจารณา Braiins หรือ OCEAN Pool เพื่อช่วยกระจายอำนาจให้เครือข่ายด้วย
ที่มา: @coinbureau
เครดิตภาพจาก @mining_central

