สรุปข่าว
- การ Stake Solana สามารถสร้างผลตอบแทนประมาณ 6–8.5% APY ต่อปี สูงกว่าดอกเบี้ยฝากธนาคารหลายเท่า และเป็นหนึ่งในวิธีสร้าง Passive Income ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดคริปโตปี 2569
- วิธี Stake SOL หลัก ๆ มี 3 แบบ ได้แก่ Native Staking ผ่าน Phantom Wallet, Liquid Staking ผ่าน Marinade/Jito และ Stake ผ่าน Exchange อย่าง Binance หรือแพลตฟอร์มที่รองรับ
- Liquid Staking อย่าง mSOL และ JitoSOL กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสามารถนำสินทรัพย์ไปใช้ใน DeFi ต่อได้ ขณะที่ Native Staking ยังเป็นวิธีที่ปลอดภัยและควบคุมสินทรัพย์ได้ดีที่สุด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่ผู้ถือ SOL นำเหรียญไป Stake มากขึ้น จะช่วยลดปริมาณเหรียญที่หมุนเวียนในตลาด ซึ่งมักเป็นปัจจัยบวกต่อราคาในระยะกลางถึงระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ระบบนิเวศของ Solana ยังเติบโตต่อเนื่องทั้งด้าน Stablecoin, DeFi และการใช้งานจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่
ทำไม Solana Staking ถึงน่าสนใจในปี 2569?
ในช่วงที่ดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปยังต่ำกว่า 1.5% ต่อปี การ Stake Solana กลายเป็นทางเลือกที่หลายคนเริ่มสนใจ เพราะสามารถสร้างผลตอบแทนระดับ 6–8% ต่อปีได้จากการถือเหรียญไว้เฉย ๆ
นอกจากเรื่องผลตอบแทนแล้ว การ Stake ยังช่วยสนับสนุนความปลอดภัยของเครือข่าย Solana ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งใน Blockchain ที่มีการใช้งานสูงที่สุดในโลก โดยมีปริมาณธุรกรรม Stablecoin หลายแสนล้านดอลลาร์ต่อเดือน และมีบริษัทระดับโลกอย่าง Mastercard, Franklin Templeton และ Western Union ใช้งานเครือข่ายนี้อยู่แล้ว
สิ่งที่ต้องมีก่อน Stake
ก่อนเริ่ม Stake SOL ต้องเตรียมพื้นฐานดังนี้
1. มี Solana ใน Wallet
ขั้นต่ำในการ Stake คือประมาณ 0.01 SOL แต่ควรเหลือไว้อย่างน้อย 0.05 SOL สำหรับค่าธรรมเนียมธุรกรรม
สามารถซื้อ SOL ได้ผ่าน Exchange อย่าง Binance, Bitkub, OKX หรือแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่รองรับในไทย
2. มี Phantom Wallet
สำหรับการ Stake ด้วยตัวเอง วิธีที่นิยมที่สุดคือใช้ Phantom ซึ่งรองรับทั้ง Browser Extension และ Mobile App
หลังติดตั้ง ให้สร้าง Wallet และจด Seed Phrase 12 คำเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เพราะหากทำหายจะไม่สามารถกู้ Wallet คืนได้
3 วิธีหลักในการ Stake SOL
วิธีที่ 1: Native Staking ผ่าน Phantom Wallet
เป็นวิธี Stake แบบดั้งเดิมที่ให้ผู้ใช้เลือก Validator ได้เอง โดย SOL ยังอยู่ใน Wallet ของเรา เพียงแค่ “มอบหมาย” ให้ Validator ช่วยตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย
ขั้นตอนการ Staking มีดังนี้
- เปิด Phantom Wallet
- เลือก SOL จากนั้น Your Stake แล้วกด Start Earning
- เลือก Validator
- ใส่จำนวน SOL แล้วกด Stake
Reward จะเริ่มได้รับหลัง Epoch ถัดไป ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2–3 วัน
Epoch คือรอบการทำงานของเครือข่าย Solana โดยแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 2–3 วัน และเป็นช่วงที่ระบบแจก Reward และอัปเดตการ Stake
ข้อดี
- ควบคุม Validator ได้เอง
- ไม่มี Smart Contract Risk
- ถือ Private Key เอง
ข้อเสีย
- Unstake ใช้เวลา 2–3 วัน
- ต้องคอยดู Performance ของ Validator
Native Staking APY เฉลี่ย: ประมาณ 6–7.5%
วิธีที่ 2: Liquid Staking ผ่าน Marinade หรือ Jito
Liquid Staking คือการ Stake ที่ยังสามารถนำสินทรัพย์ไปใช้ต่อใน DeFi ได้
เมื่อ Stake SOL ระบบจะคืน Token อย่าง mSOL หรือ JitoSOL กลับมา ซึ่งสามารถนำไปฝาก ฟาร์ม หรือใช้เป็น Collateral ต่อได้ทันที
Marinade Finance (mSOL)
Marinade Finance ใช้ระบบกระจาย Stake อัตโนมัติไปยัง Validator หลายราย ช่วยลดความเสี่ยงและไม่ต้องเลือก Validator เอง
APY: ประมาณ 6.4%
Jito (JitoSOL)
Jito Network ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นจากรายได้ MEV เพิ่มเติม ทำให้ Yield โดยรวมสูงกว่า Native Staking เล็กน้อย
APY: ประมาณ 7.5–8.5%
ข้อดี
- ใช้ใน DeFi ต่อได้
- ถอนออกได้เร็วกว่า
- ไม่ต้องเลือก Validator เอง
ข้อเสีย
- มี Smart Contract Risk
- มี Exit Fee เล็กน้อย
วิธีที่ 3: Stake ผ่าน CEX (เช่น Binance หรือ Exchange ที่รองรับ)
วิธีนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่สุด เพราะไม่ต้องติดตั้ง Wallet ไม่ต้องจด Seed Phrase และไม่ต้องเลือก Validator เอง แค่มีบัญชี Exchange ก็สามารถเริ่ม Stake SOL ได้ทันที
ปัจจุบัน Exchange ใหญ่หลายแห่งมีระบบ Earn หรือ Staking สำหรับ SOL ให้ใช้งาน โดยผู้ใช้เพียงฝาก SOL เข้าโปรแกรม ระบบจะนำเหรียญไป Stake ให้อัตโนมัติ และจ่ายผลตอบแทนกลับมาเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม
บน Binance ผู้ใช้สามารถเข้าเมนู “Earn” แล้วเลือกผลิตภัณฑ์ของ SOL ได้ทันที ซึ่งมักมีทั้งแบบ Flexible ที่ถอนออกได้ตลอดเวลา และแบบ Locked ที่ต้องล็อกเหรียญตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อแลกกับ APY ที่สูงกว่า
ข้อดี
- เริ่มต้นง่ายที่สุด
- ไม่ต้องดูแล Private Key หรือ Seed Phrase เอง
- ถอนออกง่าย เหมาะกับคนที่ยังไม่คุ้นกับ DeFi หรือ Wallet
ข้อเสีย
- ผู้ใช้ไม่ได้ถือ Private Key เอง
- APY มักต่ำกว่าการ Stake เองผ่าน Wallet
- มีความเสี่ยงจากตัว Exchange
APY ที่ได้: ประมาณ 5–7% ต่อปี
เลือกวิธี Stake ไหนให้เหมาะสม
- ถ้าต้องการ “ปลอดภัยและถือเหรียญเอง” ให้ใช้ Native Staking ผ่าน Phantom เหมาะที่สุด
- ถ้าต้องการ “เอา SOL ไปทำ DeFi ต่อ” ให้ใช้ Liquid Staking ผ่าน Marinade หรือ Jito จะเหมาะกว่า
- ถ้าเป็น “มือใหม่มาก ๆ” ให้ใช้ Stake ผ่าน Exchange จะเริ่มง่ายที่สุด
เรื่องสำคัญที่ควรรู้ก่อน Stake
เลือก Validator ยังไง?
Validator คือ “ผู้ตรวจสอบธุรกรรม” บนเครือข่าย Solana ที่ช่วยยืนยันความถูกต้องของระบบและสร้าง Block ใหม่ ผู้ที่นำ SOL ไป Stake จะเป็นการมอบสิทธิ์ให้ Validator ใช้พลัง Stake ของเราเพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย และแบ่ง Reward กลับมาให้ตามสัดส่วนที่ Stake ไว้ โดย Validator ที่ดีควรมี
- Commission ต่ำ
- Uptime สูงกว่า 99%
- มีประวัติทำงานเสถียร
สามารถใช้เว็บอย่าง Validators.app ช่วยเปรียบเทียบได้
อย่าลืมตรวจสอบว่า Validator โดนลงโทษไหม?
เวลาเรา Stake SOL คือการนำเหรียญไปฝากกับ Validator เพื่อช่วยตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่ายและรับ Reward กลับมา ในบาง Blockchain หาก Validator ทำผิดกฎ อาจมีระบบลงโทษที่ทำให้ทั้ง Validator และคนที่ Stake เหรียญไว้สูญเสียเหรียญบางส่วนได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Solana ยังไม่ได้ใช้ระบบลงโทษผู้ Stake แบบรุนแรงเหมือนบางเชน ความเสี่ยงหลักจึงมักเป็นเรื่อง Validator ล่ม ทำงานไม่เสถียร หรือ Offline จนทำให้ Reward ลดลง มากกว่าการเสีย SOL ต้นทุนโดยตรง
ภาษีคริปโตเกี่ยวกับ Staking ในไทย
ปัจจุบันไทยมีมาตรการยกเว้นภาษีกำไรจากการซื้อขายคริปโตบางกรณีผ่าน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาตในไทยช่วงปี 2568–2572 แต่รายได้จาก Staking ยังไม่ได้มีประกาศยกเว้นอย่างชัดเจน จึงควรเก็บประวัติ Reward และธุรกรรมไว้เสมอ และติดตามแนวทางจากกรมสรรพากรเพิ่มเติม
Solana Staking เป็นหนึ่งในวิธีสร้าง Passive Income ที่ง่ายที่สุดสำหรับคนที่ถือ SOL อยู่แล้ว โดยผลตอบแทนระดับ 6–8.5% ต่อปีถือว่าสูงกว่าการฝากเงินทั่วไปหลายเท่า
สำหรับมือใหม่ การเริ่มผ่าน Exchange จะง่ายที่สุด หลังจากนั้นค่อยขยับมาใช้ Phantom Wallet และ Native Staking ในภายหลัง ส่วนคนที่ต้องการใช้ DeFi และเพิ่มความยืดหยุ่น Liquid Staking อย่าง mSOL หรือ JitoSOL จะตอบโจทย์มากกว่า
ผู้เขียนมองว่าในช่วงที่ระบบนิเวศของ Solana ยังเติบโตต่อเนื่อง ทั้งด้าน Stablecoin, DeFi และการใช้งานจากสถาบัน การ Stake SOL ระหว่างถือระยะกลางถือเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนได้ดี โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ได้วางแผนขายเหรียญในระยะสั้น
หมายเหตุ: สินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ โดยบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและนำเสนอข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการชักชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลใด ๆ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

