สรุปข่าว
- PeckShield รายงานว่า บริดจ์คริปโตถูกโจมตีแล้ว 8 ครั้งในปี 2026 มูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง $328.6 ล้าน
- เหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือการแฮก Kelp DAO / LayerZero เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2026 เงินหายไปถึง $292 ล้าน ล่าสุดวันที่ 18 พฤษภาคม บริดจ์ Verus-Ethereum ถูกเจาะไป $11.4 ล้าน
- PeckShield ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบ cross-chain ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของแฮกเกอร์ และความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของระบบนิเวศ multi-chain
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ตัวเลขความเสียหายสะสมที่สูงกว่า $328 ล้านในเวลาไม่ถึงครึ่งปีสะท้อนให้เห็นว่าช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของบริดจ์ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อโปรโตคอล DeFi โดยรวม และอาจชะลอการไหลเข้าของเงินทุนในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน PeckShield ออกมาเตือนว่าบริดจ์คริปโตถูกโจมตีไปแล้ว 8 ครั้งนับตั้งแต่ต้นปี โดยมูลค่าความเสียหายรวมอยู่ที่ $328.6 ล้าน ตามรายงานจาก Cointelegraph ที่อ้างอิงข้อมูลจาก PeckShield เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเพียงวันก่อนหน้า เมื่อบริดจ์ Verus-Ethereum ถูกเจาะและสูญเงินไป $11.4 ล้าน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกรณีที่ตอกย้ำว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบ cross-chain ยังคงเป็นจุดอ่อนที่สุดของวงการ DeFi

8 เหตุการณ์ที่ทำให้เงินหายรวม $328.6 ล้าน
ข้อมูลจาก PeckShield เปิดเผยรายละเอียดเหตุการณ์ทั้ง 8 ครั้งดังนี้ เริ่มต้นปีด้วย CrossCurve ที่ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สูญเงิน $3 ล้าน ตามด้วย IoTeX.io Bridge เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ เสียหาย $8.8 ล้าน จากช่องโหว่ในสัญญาของบริดจ์ทั้งสองโปรโตคอล ต่อมาในเดือนเมษายน Squid Router ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 7 เมษายน เสียไป $1 ล้าน ตามด้วย Hyperbridge เมื่อวันที่ 13 เมษายน อีก $2.5 ล้าน
เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในปีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน เมื่อบริดจ์ของ Kelp DAO ที่ใช้เทคโนโลยี LayerZero ถูกเจาะและสูญเงินถึง $292 ล้าน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 88% ของความเสียหายรวมทั้งหมด หลังจากนั้น ZetaChain ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 27 เมษายน เสียหาย $300,000 ส่วน THORChain ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม สูญเงิน $10 ล้าน และปิดท้ายด้วย Verus-Ethereum Bridge เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่เสียหาย $11.4 ล้าน โดยผู้โจมตีได้ดูดเงินออกจากบริดจ์แล้วแปลงเป็น ETH ทั้งหมด
บริดจ์ยังคงเป็นจุดอ่อนของวงการ DeFi
PeckShield ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐาน cross-chain หรือบริดจ์ที่ใช้โอนสินทรัพย์ระหว่างบล็อกเชนต่างสายยังคงเป็นเป้าหมายหลักของแฮกเกอร์ และความเสี่ยงจะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโตของระบบนิเวศ multi-chain ที่ผู้ใช้ต้องการความสามารถในการโยกย้ายสินทรัพย์ข้ามเชนมากขึ้น ตัวเลข $328.6 ล้านนี้ถือเป็นการประมาณการเบื้องต้นจาก PeckShield และอาจเปลี่ยนแปลงได้หากมีการกู้คืนเงินหรือการเจรจากับแฮกเกอร์ในภายหลัง
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Aave คืนค่า LTV ของ WETH สู่ปกติ หลังวิกฤตแฮก KelpDAO $290 ล้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผลพวงโดยตรงจากเหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดในรายชื่อนี้ รวมถึงรายงานการแฮก Verus-Ethereum Bridge ถูกแฮก เงินหายกว่า $11.58 ล้าน ที่เป็นเหตุการณ์ล่าสุดก่อนที่ PeckShield จะสรุปตัวเลขรวมออกมา
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข $328.6 ล้านนี้น่าเป็นห่วงมาก เพราะถ้าตัดเหตุการณ์ Kelp DAO ออกไป ยังเหลือความเสียหายอีกกว่า $36 ล้านจาก 7 เหตุการณ์ แสดงให้เห็นว่าบริดจ์ขนาดเล็กและกลางก็ยังถูกเล็งอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่โปรโตคอลใหญ่ที่เป็นเป้า สำหรับคนที่ใช้บริดจ์บ่อยๆ ควรติดตามข่าวสารด้านความปลอดภัยของโปรโตคอลที่ใช้อยู่ และระวังอย่าทิ้งสินทรัพย์ไว้ในบริดจ์นานเกินความจำเป็น เพราะช่วงที่กำลังโอนอยู่นั้นคือจุดเสี่ยงที่สุด
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI

