bitkub-banner

Aave คืนค่า LTV ของ WETH สู่ปกติ หลังวิกฤตแฮก KelpDAO $290 ล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Aave ได้คืนค่า Loan-to-Value (LTV) ของ WETH กลับสู่ระดับก่อนเกิดเหตุแฮกแล้ว ครอบคลุมทุกเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ Ethereum Core, Prime, Arbitrum, Base, Mantle และ Linea
  • ข้อเสนอด้านการกำกับดูแลเพื่อยกเลิกมาตรการควบคุม WETH ชั่วคราวผ่านการโหวตเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ใช้สามารถกู้ยืมโดยใช้ WETH เป็นหลักประกันได้อีกครั้ง
  • ยังมีกระบวนการฟื้นตัวที่ยังดำเนินอยู่ ได้แก่ การเติม rsETH จำนวน 117,132 หน่วยทยอยคืนเข้าระบบ LayerZero ต่อเนื่องอีกสองสัปดาห์ และคดีความเกี่ยวกับ ETH 30,765 เหรียญที่ถูกอายัดกำลังรอศาลพิจารณาใหม่ราวต้นมิถุนายน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การกลับมาทำงานตามปกติของตลาด WETH บน Aave ช่วยคืนความเชื่อมั่นต่อโปรโตคอล DeFi รายใหญ่นี้ หลังวิกฤตที่กินเวลาเกือบหนึ่งเดือน ผู้ใช้ที่ต้องการกู้ยืมโดยใช้ WETH เป็นหลักประกันสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือของระบบ DeFi โดยรวม

ตลาด WETH บน Aave กลับมาทำงานเป็นปกติอีกครั้งแล้ว ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 17-18 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดย Aave ได้คืนค่าสัดส่วนการกู้ยืม (Loan-to-Value หรือ LTV) ของ Wrapped Ethereum (WETH) กลับสู่ระดับก่อนเกิดเหตุแฮกในทุกเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้แก่ Aave V3 Ethereum Core, Ethereum Prime, Arbitrum, Base, Mantle และ Linea ข้อเสนอด้านการกำกับดูแลเพื่อยกเลิกมาตรการควบคุม WETH ชั่วคราวได้รับการโหวตผ่านไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ใช้สามารถกู้ยืมโดยใช้ WETH เป็นหลักประกัน รวมถึงทำธุรกรรมสลับหลักประกันและหนี้สิน (collateral and debt swaps) ได้อีกครั้ง

จากวิกฤตแฮก KelpDAO สู่การฟื้นตัวทีละขั้น

เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2569 เมื่อแฮกเกอร์ได้โจมตีช่องโหว่ในระบบ LayerZero V2 Unichain-to-Ethereum rsETH route ของ KelpDAO ซึ่งตั้งค่าเป็น 1-of-1 DVN ทำให้สามารถปลอมแปลงข้อความข้ามเชน เสก rsETH ปลอมออกมาได้ราว 116,500 หน่วย มูลค่าประมาณ 290-293 ล้านดอลลาร์ โดยไม่มีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง จากนั้นแฮกเกอร์นำ rsETH ปลอมดังกล่าวไปวางเป็นหลักประกันบน Aave V3 แล้วกู้ยืม WETH และ wstETH รวมราว 190-200 ล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดหนี้เสียจำนวนมากในโปรโตคอล Aave ทีมบริหารความเสี่ยงของ Aave จึงระงับตลาด rsETH ทันทีและต่อมาได้ระงับการกู้ยืม WETH เพิ่มเติมเป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายลามวง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Aave ยึดพอร์ต rsETH ของแฮกเกอร์บน Ethereum และ Arbitrum สำเร็จ เมื่อวันที่ 6 พ.ค. โดยสามารถกู้คืน rsETH รวมได้ 106,993 หน่วย และโอนเข้าสู่ Aave Recovery Guardian แล้ว นอกจากนี้ยังรายงานว่า Etherfi ทุ่ม 5,000 ETH อุ้ม DeFi หลัง KelpDAO ถูกแฮก $290 ล้าน และ Aave ระดมทุน $161 ล้าน คืบหน้า 80% ปิดหนี้เสียจากเหตุแฮก Kelp DAO สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการฟื้นตัวดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

กระบวนการฟื้นตัวที่ยังไม่สิ้นสุด

แม้ตลาด WETH จะกลับมาทำงานเป็นปกติแล้ว แต่กระบวนการฟื้นตัวโดยรวมยังคงดำเนินอยู่ KelpDAO และ Aave ประกาศเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ว่าจะทยอยเติม rsETH จำนวน 117,132 หน่วยกลับเข้าสู่ LayerZero OFT adapter บน Ethereum mainnet ต่อเนื่องเป็นเวลาสองสัปดาห์ ซึ่งหมายความว่าการดำเนินงานของ rsETH ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการฝาก การถอน การเชื่อมต่อข้ามเชน และการรับสิทธิ์ต่าง ๆ จะฟื้นตัวกลับมาเต็มรูปแบบทีละขั้น

อีกประเด็นที่ยังคงค้างอยู่คือชะตากรรมของ ETH จำนวนราว 30,765 เหรียญ มูลค่าประมาณ 71 ล้านดอลลาร์ ที่ศาลสหรัฐฯ เคยอนุญาตให้โอนมาอยู่ในกระเป๋าของ Aave แต่ยังคงอยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมาย หลังผู้พิพากษา Margaret M. Garnett ปฏิเสธที่จะรีบตัดสินคำร้องฉุกเฉินของ Aave เมื่อวันที่ 14 พ.ค. คาดว่าศาลจะพิจารณาใหม่อีกครั้งช่วงต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งอาจส่งผลต่อการปิดบัญชีหนี้เสียทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับ Aave และ DeFi โดยรวมครับ การที่โปรโตคอลสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตหนัก ๆ ได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ผ่านกลไกการกำกับดูแลชุมชน การระดมทุนฉุกเฉิน และความร่วมมือจากหลายฝ่ายอย่าง KelpDAO กับกลุ่ม DeFi United ถือว่าน่าประทับใจทีเดียว แต่ยังมีสองเรื่องที่ต้องจับตาดูต่อ คือการเติม rsETH กลับเข้าระบบให้ครบ และผลการพิจารณาของศาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับ ETH ที่ยังถูกอายัดอยู่ ถ้าทั้งสองเรื่องนี้คลี่คลายได้ดี ก็น่าจะเป็นสัญญาณบวกต่อความน่าเชื่อถือของระบบ DeFi อย่างชัดเจนมากขึ้น

ที่มา: Cointelegraph

ภาพจาก AI