สรุปข่าว
- Bitmine Immersion Technologies (BMNR) ซื้อ ETH เพิ่ม 71,672 เหรียญในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ถือครองรวม 5,278,462 ETH มูลค่าราว 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์
- ปริมาณ ETH ที่ถือครองคิดเป็น 4.37% ของ Ethereum ทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด โดย ETH กว่า 4.71 ล้านดอลลาร์ถูกนำไปวางเดิมพัน (stake) ผ่านแพลตฟอร์ม MAVAN ของบริษัท
- ต้องจับตาดูว่าการสะสม ETH ในระดับนี้จะสร้างแรงซื้อต่อเนื่องให้ตลาดได้หรือไม่ ท่ามกลางราคา ETH ที่ยังต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัท
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่นักลงทุนสถาบันรายเดียวถือครอง ETH เกือบ 4.4% ของ Supply ทั้งหมด เป็นสัญญาณความเชื่อมั่นระยะยาวต่อ Ethereum อย่างชัดเจน การสะสมต่อเนื่องช่วยลด Supply ที่หมุนเวียนในตลาด และรายได้จากการ Stake อาจดึงดูดนักลงทุนสถาบันรายอื่นให้ทำตาม
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk บริษัท Bitmine Immersion Technologies (NYSE: BMNR) ได้ขยายคลังสำรอง Ethereum ของตัวเองเพิ่มเติมอีก 71,672 ETH ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ยอดถือครองรวมพุ่งขึ้นแตะ 5,278,462 ETH หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยการซื้อครั้งล่าสุดนี้ใช้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,251 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ปริมาณ ETH ที่ Bitmine ถือครองอยู่ ณ ขณะนี้คิดเป็น 4.37% ของ Ethereum ทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ ทำให้บริษัทกลายเป็นนักลงทุนสถาบันที่ถือครอง ETH รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในโลก
Stake ETH กว่า 4.71 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างรายได้ประจำ
ไม่ใช่แค่การสะสมถือเอาไว้เฉยๆ เพราะ Bitmine ยังนำ ETH ส่วนใหญ่ไปวางเดิมพัน (stake) ผ่านแพลตฟอร์ม MAVAN (Made-in America VAlidator Network) ซึ่งเป็นระบบ Staking ระดับสถาบันที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง โดย ณ วันที่ 17 พ.ค. 2569 Bitmine มี ETH ที่ stake อยู่ราว 4,712,917 เหรียญ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.03 หมื่นล้านดอลลาร์ บริษัทคาดว่าจะได้รับรายได้จากการ Stake ราว 289 ล้านดอลลาร์ต่อปี และรางวัลการ Stake อีกราว 324 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างอิงจากอัตราผลตอบแทน 7 วันที่ 2.80%
กลยุทธ์ของ Bitmine แตกต่างจากบริษัทอื่นที่ถือ Bitcoin เฉยๆ เพราะบริษัทเลือก Ethereum เป็นสินทรัพย์หลักในคลังสำรอง พร้อมกับหารายได้จากการ Stake ควบคู่ไปด้วย ซึ่งทำให้บริษัทมีกระแสรายได้ที่ไม่ต้องขายทรัพย์สิน
สะสมต่อเนื่องแม้ถือขาดทุนอยู่
แม้ Bitmine จะเดินหน้าซื้อ ETH เพิ่มอย่างต่อเนื่อง แต่มีข้อมูลที่น่าสังเกตคือต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทอยู่ที่ราว 3,522 ดอลลาร์ต่อ ETH ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันที่ 2,115.45 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ หมายความว่า ณ ราคาปัจจุบัน บริษัทอยู่ในสภาวะขาดทุนที่ยังไม่ได้รับรู้ (unrealized loss) ในระดับที่มหาศาล อย่างไรก็ตาม Bitmine ยังคงเดินหน้าซื้อเพิ่ม สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารมองว่าราคาปัจจุบันคือโอกาสในการเพิ่มสถานะในระยะยาว ไม่ใช่สัญญาณถอย
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานไปแล้วว่า Bitmine ซื้อ ETH เพิ่ม 89,026 เหรียญ ถือครองรวมทะลุ $1.1 หมื่นล้าน โดยในรอบนี้เป็นการเพิ่มขึ้นจากยอด 5,206,790 ETH เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่คิดเป็น 4.31% ของ Supply ขึ้นมาอยู่ที่ 4.37% แล้ว แสดงถึงการซื้อสะสมที่ไม่หยุด
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมากในเชิงกลยุทธ์ เพราะ Bitmine ไม่ได้แค่ถือ ETH เอาไว้รอราคาขึ้น แต่เลือกนำมาสร้างรายได้ประจำผ่านการ Stake ด้วย ถ้าราคา ETH กลับขึ้นไปใกล้ 3,500 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง บริษัทนี้จะกำไรมหาศาล แต่ถ้าราคายังอยู่ในระดับต่ำนี้ไปนานๆ ก็ต้องจับตาว่ากระแสเงินสดจากการ Stake จะเพียงพอรับมือกับแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นได้แค่ไหน สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือบริษัทจะเดินหน้าซื้อเพิ่มจนแตะ 5% ของ Supply ทั้งหมดได้หรือเปล่า
ที่มา: @CoinDesk
เครดิตภาพจาก @ProsperAgada1

