bitkub-banner

Clarity Act ผ่านกรรมาธิการวุฒิสภา แต่เพิ่มความกังวลให้วงการ DeFi จากการแก้ไขนาทีสุดท้าย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ร่างกฎหมาย Clarity Act ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียง 15-9 โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรค (Bipartisan) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดระเบียบอุตสาหกรรม Crypto ในสหรัฐอเมริกา
  • การแก้ไขรายละเอียดในนาทีสุดท้ายเพื่อดึงเสียงสนับสนุนจากพรรค Democrat ได้สร้างความกังวลให้วงการ DeFi เนื่องจากมีการตัดข้อความคุ้มครอง Developer ที่ไม่ได้มีอำนาจควบคุมเงินของผู้ใช้งานออกไป
  • การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเปิดช่องให้หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC สามารถตีความและเข้ามาควบคุม Developer หรือกลุ่มผู้ถือ Governance Token ในฐานะ “Securities Intermediaries” ได้ หากมองว่าคนกลุ่มนี้มีข้อตกลงร่วมกันเพื่อควบคุมการทำงานของ Protocol

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

แม้ความคืบหน้าของร่างกฎหมาย Clarity Act จะเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมของตลาด Crypto ในการสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบ แต่ข้อจำกัดใหม่ที่อาจเกิดขึ้นกับวงการ DeFi ก็สร้างความกังวลและอาจกดดันการเติบโตของโปรเจกต์ฝั่ง Decentralized ในระยะสั้น

ร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ Clarity Act ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรม Crypto ได้กำหนดแนวทางในการจัดการกับแพลตฟอร์มการซื้อขายที่อ้างตัวว่าเป็น Decentralized Finance (DeFi) แต่ไม่ได้มีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง

ร่างกฎหมายนี้เปิดทางให้หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐอเมริกาสามารถเข้ามาวางกฎเกณฑ์ควบคุมแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ แต่การแก้ไขรายละเอียดบางอย่างเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับภาคส่วน DeFi เป็นอย่างมาก

การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างเร่งด่วนเพื่อดึงดูดคะแนนเสียงจากพรรค Democrat ระหว่างการพิจารณาในคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาประสบความสำเร็จตามที่ผู้สนับสนุนคาดหวัง โดยมีสมาชิกวุฒิสภาจาก Democrat สองคนหันมาลงคะแนนสนับสนุน ทำให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านการพิจารณาแบบ Bipartisan ได้ในที่สุด

Cynthia Lummis วุฒิสมาชิกพรรค Republican ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลัก เรียกความคืบหน้านี้ว่าเป็น “ก้าวประวัติศาสตร์” ของอุตสาหกรรม แต่ความสำเร็จนี้อาจต้องแลกมาด้วยราคาที่วงการ DeFi ต้องเป็นผู้จ่าย

สมาชิกสภานิติบัญญัติได้หั่นข้อความเดิมใน Clarity Act ที่เคยให้การคุ้มครองกลุ่ม Non-controlling Blockchain Developer หรือกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สร้างแพลตฟอร์มกระจายอำนาจและ Crypto Wallet แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานหรือควบคุมเงินของผู้ใช้งานออกไป

ภายใต้ร่างฉบับใหม่นี้ บุคคลเหล่านี้อาจถูกดึงเข้ามาอยู่ภายใต้กฎระเบียบทางการเงินและถูกประเมินให้เป็น “Securities Intermediaries” หากรัฐบาลสามารถหาข้อโต้แย้งได้ว่าพวกเขามีระดับการควบคุมบางอย่างที่ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างเรื่องการกระจายอำนาจของโปรเจกต์

การเปลี่ยนแปลงนี้มอบอำนาจให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถจัดหมวดหมู่ Protocol ว่าเป็น DeFi ปลอมและเข้ามาควบคุมในฐานะแพลตฟอร์มรวมศูนย์ได้กว้างขวางขึ้น โดยระบุว่าใครก็ตามที่กระทำการโดยมี “ข้อตกลง การจัดเตรียม หรือความเข้าใจ” เพื่อควบคุม Protocol ก็อาจถูกดึงเข้าสู่ระบบการกำกับดูแลได้ทันที

อย่างไรก็ตาม วงการ DeFi ยังคงมีข่าวดีอยู่บ้างเมื่อ Blockchain Regulatory Certainty Act (BRCA) ซึ่งเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยไม่ให้ Developer ที่ไม่ได้ควบคุมเงินถูกจัดประเภทเป็นผู้ส่งเงิน (Money Transmitters) ยังคงรอดพ้นจากการถูกตัดออกในการเจรจาครั้งนี้

ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่นี้เป็นผลมาจากการประนีประนอมในนาทีสุดท้ายหลังฉาก ซึ่งมอบความยืดหยุ่นให้หน่วยงานอย่าง SEC มีช่องทางในการกำกับดูแลหลักทรัพย์ที่กว้างขึ้น แม้ว่าปัจจุบันหน่วยงานภายใต้ทีมบริหารชุดใหม่อาจจะไม่ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างดุดัน แต่มันก็อาจกลายเป็นปัญหาได้ในอนาคต

แหล่งข่าววงในระบุว่าผู้ที่ถือ Governance Token หรือกลุ่ม Developer ที่สร้าง Protocol อาจถูกตีความว่ามีข้อตกลงหรือความเข้าใจร่วมกันในการโหวตทิศทางของโปรเจกต์ ซึ่งพฤติกรรมนี้อาจถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการดึงพวกเขาเข้าสู่การควบคุม แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ได้เป็นผู้ควบคุมสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับ Protocol ก็ตาม

ขั้นตอนต่อไป Clarity Act จะต้องถูกนำไปรวมกับร่างกฎหมายลักษณะเดียวกันที่ผ่านคณะกรรมาธิการการเกษตรวุฒิสภามาก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงจะเข้าสู่การลงคะแนนเสียงของวุฒิสภาเต็มคณะ

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายนี้ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญเรื่องบทบัญญัติด้านจริยธรรมที่ฝั่ง Democrat ผลักดันเพื่อพยายามจำกัดความเกี่ยวข้องส่วนตัวของประธานาธิบดี Donald Trump กับอุตสาหกรรม Crypto ก่อนที่จะสามารถส่งไปให้ประธานาธิบดีลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายได้จริง

ที่มา Coindesk


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการผ่านร่าง Clarity Act ในรอบนี้เป็นเหมือนดาบสองคมสำหรับอุตสาหกรรม Crypto ครับ ในแง่ดีคือมันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มได้รับการยอมรับจากทั้งสองพรรคใหญ่แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน การทิ้งช่องโหว่ให้ SEC สามารถตีความคำว่า “ความเข้าใจร่วมกัน” ได้อย่างอิสระนั้นถือเป็นอันตรายต่อแก่นแท้ของ DeFi อย่างมาก การที่ Developer หรือผู้ถือ Governance Token โหวตไปในทิศทางเดียวกันเพื่อพัฒนา Protocol ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นการรวมศูนย์อำนาจ หากกฎหมายนี้ถูกตีความอย่างเข้มงวดในอนาคต อาจส่งผลให้กลุ่ม Developer ในสหรัฐฯ ต้องย้ายฐานการพัฒนาโปรเจกต์ไปยังประเทศอื่นที่มีกฎระเบียบเป็นมิตรและชัดเจนกว่านี้ครับ