bitkub-banner

Trump เตรียมเซ็นคำสั่งคุม AI และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ 21 พ.ค.นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทรัมป์เตรียมลงนามคำสั่งผู้บริหารด้าน AI และความปลอดภัยทางไซเบอร์ในวันที่ 21 พ.ค. 2569
  • คำสั่งมีสองส่วนหลัก ได้แก่ การเสริมความปลอดภัยเครือข่ายหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ และกรอบอาสาสมัครสำหรับโมเดล AI ขั้นสูง ให้นักพัฒนาแบ่งปันโมเดลกับหน่วยงานรัฐล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ
  • ถือเป็นสัญญาณการเปลี่ยนท่าทีของรัฐบาลทรัมป์จากแนวทางไม่แทรกแซง AI มาสู่การกำกับดูแลเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีและคริปโต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

คำสั่งนี้มุ่งเป้าไปที่ AI และความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นหลัก โดยไม่มีการกล่าวถึงสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตโดยตรง ทำให้ผลกระทบต่อราคาตลาดคริปโตในทันทีมีจำกัด อย่างไรก็ตาม การเสริมความปลอดภัยทางไซเบอร์ในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและท่าทีที่เข้มงวดขึ้นด้านกฎระเบียบ AI อาจส่งผลทางอ้อมต่อภาคเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมคริปโตในระยะกลาง

ตามรายงานจาก Cointelegraph อ้างอิงรายงานของสำนักข่าว Reuters ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมลงนามคำสั่งผู้บริหารว่าด้วย AI และความปลอดภัยทางไซเบอร์ในวันพฤหัสบดีที่ 21 พ.ค. 2569 ตามเวลาไทย คำสั่งดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงท่าทีของรัฐบาลทรัมป์จากการไม่แทรกแซง AI มาสู่การกำกับดูแลเชิงรุกมากขึ้น หลังจากที่มีความกังวลเพิ่มขึ้นเรื่องการโจมตีทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเฉพาะภายหลังการประกาศเปิดตัวโมเดล Mythos ของบริษัท Anthropic คำสั่งนี้ครอบคลุมสองด้านหลักคือการเสริมความปลอดภัยเครือข่ายกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ และการวางกรอบสำหรับโมเดล AI ขั้นสูง

สองเสาหลักของคำสั่งผู้บริหารฉบับใหม่

ส่วนแรกของคำสั่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับเครือข่ายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงการเพิ่มบุคลากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ยกระดับระบบป้องกันในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างโรงพยาบาลและธนาคาร และส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์เจาะระบบระหว่างอุตสาหกรรม AI กับภาครัฐ

ส่วนที่สองเกี่ยวกับโมเดล AI ขั้นสูง โดยคาดว่าจะมีการจัดตั้งกรอบแบบอาสาสมัครที่ขอให้นักพัฒนา AI แบ่งปันโมเดลของตนกับหน่วยงานรัฐล่วงหน้าสูงสุด 90 วันก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ และให้สิทธิ์เข้าถึงแก่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญบางราย โดยมีสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สัญญาณการเปลี่ยนนโยบาย AI ของรัฐบาลทรัมป์

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางที่ชัดเจน เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลทรัมป์มีแนวทางไม่แทรกแซงการพัฒนา AI โดยรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนการพัฒนา AI อย่างเสรีในปี 2568 แต่ความกังวลด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงผู้นำในทำเนียบขาวหลังจากที่ David Sacks อดีต AI และ Crypto Czar ลาออกในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้นโยบายปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทรัมป์เซ็นอนุมัติกฎหมายคริปโตฉบับแรก คืนอิสระให้วงการ DeFi และล่าสุด วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ คาด CLARITY Act ผ่านเป็นกฎหมายในฤดูร้อนนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าปรับกรอบกฎระเบียบในหลายด้านพร้อมกัน ทั้งคริปโตและเทคโนโลยี AI แม้คำสั่งผู้บริหารฉบับใหม่นี้จะไม่ได้กล่าวถึงสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง แต่โครงสร้างพื้นฐานไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่แข็งแกร่งขึ้นย่อมส่งผลทางอ้อมต่อระบบนิเวศคริปโตในภาพรวมด้วยเช่นกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำสั่งผู้บริหารฉบับนี้น่าสนใจตรงที่มันสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่รัฐบาลที่มีจุดยืนสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและคริปโตอย่างทรัมป์ก็ยังต้องหันมาให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล AI เมื่อเรื่องความมั่นคงแห่งชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ประเด็นที่น่าจับตาต่อจากนี้คือรายละเอียดเนื้อหาที่แท้จริงของคำสั่งหลังลงนาม โดยเฉพาะเงื่อนไขของกรอบอาสาสมัครสำหรับนักพัฒนา AI ว่าจะถูกตีความในทิศทางใด และอาจนำไปสู่กฎระเบียบที่เข้มงวดกว่านี้ในอนาคตหรือเปล่า สำหรับวงการคริปโตยังไม่มีผลกระทบตรงในทันที แต่ถ้าความปลอดภัยไซเบอร์กลายเป็นวาระสำคัญระดับชาติ ก็อาจมีแรงกดดันให้กระดานเทรดและโปรโตคอล DeFi ต้องยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยตามไปด้วย

ที่มา: @Cointelegraph

เครดิตภาพจาก @Cointelegraph