bitkub-banner

ETF Bitcoin และ Ethereum เงินไหลออกรวมกว่า $1.56 พันล้านใน 7 วัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กองทุน ETF Bitcoin มีเงินไหลออกรายสัปดาห์ (7 วัน) รวม 18,989 BTC หรือราว $1.46 พันล้าน ขณะที่ ETF Ethereum ไหลออก 129,315 ETH หรือราว $274 ล้าน
  • BlackRock ครองแชมป์เงินไหลออกทั้งสองฝั่ง โดย IBIT เสีย 13,939 BTC และ ETHA เสีย 109,306 ETH ในรอบ 7 วัน
  • Solana ETF สวนกระแสได้รับเงินไหลเข้า +45,673 SOL (+$3.97 ล้าน) ใน 1 วัน และ +123,743 SOL (+$10.77 ล้าน) ใน 7 วัน นำโดย Fidelity FSOL

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

เงินไหลออกต่อเนื่องจาก ETF ทั้ง Bitcoin และ Ethereum เป็นสัญญาณว่านักลงทุนสถาบันกำลังลดความเสี่ยง โดยเฉพาะ Ethereum ที่ไหลออกติดต่อกันถึง 9 วัน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อราคาทั้งคู่ อย่างไรก็ตามกระแสเงินที่ยังไหลเข้า Solana ETF ชี้ว่าความสนใจของสถาบันยังไม่หายไปจากตลาดคริปโตทั้งหมด

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 ตามเวลาไทย ข้อมูลจาก Lookonchain เปิดเผยตัวเลขกระแสเงินสุทธิล่าสุดของกองทุน ETF คริปโตในสหรัฐฯ พบว่า ETF Bitcoin มีเงินไหลออกสุทธิรายวัน 1,312 BTC หรือราว $101 ล้าน และในรอบ 7 วันรวมกันสูญเสียไปถึง 18,989 BTC หรือประมาณ $1.46 พันล้าน ด้าน ETF Ethereum ก็ไม่ดีขึ้น โดยไหลออก 16,794 ETH หรือ $35.62 ล้านในวันเดียว และรวม 7 วันอยู่ที่ 129,315 ETH หรือ $274 ล้าน ขณะที่ ETF Solana สวนทางด้วยเงินไหลเข้า +45,673 SOL หรือ $3.97 ล้านในวันเดียว ซึ่งนับว่าโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับสองสินทรัพย์หลัก

BlackRock นำโขบวนเงินไหลออก ทั้ง BTC และ ETH

จากข้อมูลรายกองทุนพบว่า BlackRock คือตัวการหลักของเงินไหลออกในสัปดาห์นี้ กองทุน IBIT ซึ่งเป็น ETF Bitcoin ของ BlackRock สูญเสียถึง 13,939 BTC ในรอบ 7 วัน คิดเป็นสัดส่วนกว่า 73% ของเงินไหลออกทั้งหมดในกลุ่ม Bitcoin ETF ปัจจุบัน IBIT ถือครอง Bitcoin รวม 804,922 BTC ในขณะที่กองทุนอื่น ๆ อย่าง Fidelity FBTC และ ARK 21Shares ARKB ก็มีเงินไหลออกเช่นกัน แม้จะน้อยกว่ามาก

ในฝั่ง Ethereum สถานการณ์คล้ายกัน โดย ETHA ของ BlackRock ไหลออก 109,306 ETH ในรอบ 7 วัน ซึ่งเป็นปริมาณสูงมากเมื่อเทียบกับกองทุนอื่น ๆ ข้อมูลยังระบุว่าการไหลออกของ ETF Ethereum ต่อเนื่องมาแล้ว 9 วันทำการติดต่อกัน โดยยอดรวมเงินไหลออกสะสมในช่วงนี้เกิน $290 ล้านแล้ว ทั้งนี้ในภาพรวมกองทุน ETF Bitcoin ทั้งหมดรวมกันถือครอง 1,300,120 BTC หรือราว $1 แสนล้าน ส่วน ETF Ethereum รวมถือครองอยู่ที่ 5,429,260 ETH หรือ $1.2 หมื่นล้าน

Solana ETF โดด Fidelity พา SOL ไหลเข้าต่อเนื่อง

ท่ามกลางเงินไหลออกของ Bitcoin และ Ethereum กองทุน ETF Solana กลับสวนกระแสอย่างชัดเจน โดยผู้นำในรอบนี้คือ Fidelity FSOL ที่ดูดเงินเข้า 44,419 SOL ในวันเดียว และรวม 7 วันอยู่ที่ 119,108 SOL ส่วน Bitwise BSOL เข้า 10,187 SOL และ Grayscale GSOL เข้า 900 SOL ในรอบสัปดาห์เดียวกัน ปัจจุบัน ETF Solana ทั้งหมดรวมถือครอง 11,509,631 SOL มูลค่ารวมประมาณ $1 พันล้าน

ความน่าสนใจของ Solana ในกลุ่มสถาบันมีแรงหนุนจากการอัปเกรดเครือข่าย Alpenglow ที่เข้าสู่การทดสอบกับ validator ในชุมชนเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 โดยคาดว่าจะเปิดตัวบน mainnet ในไตรมาส 3 ปีนี้ การอัปเกรดนี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผลธุรกรรม ซึ่งอาจเพิ่มความน่าดึงดูดสำหรับการซื้อขายความถี่สูงและ DeFi ราคา Solana ณ ขณะนี้อยู่ที่ $86.55

ปัจจัยอะไรดันให้เงินไหลออกจาก Bitcoin และ Ethereum

การไหลออกต่อเนื่องสะท้อนความไม่แน่นอนของตลาดในภาพรวม โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าแรงกดดันมาจากหลายทิศทาง ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังสูง ทำให้เกิดความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงดอกเบี้ยสูงต่อไป ประกอบกับความผันผวนของตลาดหุ้น ทำให้สถาบันลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต แม้เงินไหลออกจะหนักแต่ราคา Bitcoin ยังคงอยู่ในโซน $76,750 สะท้อนว่ายังมีแรงซื้อรองรับในระดับราคานี้อยู่บ้าง ด้าน Ethereum ซึ่งซื้อขายอยู่ที่ $2,115.45 เผชิญแรงกดดันมากกว่า เนื่องจากนอกจากเงินไหลออกจาก ETF แล้ว ยังมีปัจจัยลบจากการลาออกของนักพัฒนาหลักหลายคนและความกังวลเรื่องการเติบโตของเครือข่าย

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า BlackRock โอน BTC และ ETH รวมกว่า $160 ล้านเข้า Coinbase ต่อเนื่องหลายวัน และ JPMorgan ชี้ ETH และ Altcoin จะตามหลัง Bitcoin ต่อ หากเครือข่ายไม่ฟื้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตัวเลขที่เห็นในสัปดาห์นี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลขนี้น่าเป็นห่วงพอสมควร โดยเฉพาะฝั่ง Ethereum ที่ไหลออกติดกัน 9 วันแล้ว ยังไม่เห็นสัญญาณพลิกกลับชัดเจน ถ้าเงินไหลออกยืดยาวไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีตัวเร่งใหม่ เช่น ข่าวกำกับดูแลเชิงบวก หรือตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ราคา ETH ก็อาจถูกกดต่อได้อีก สิ่งที่น่าจับตาคือว่า Solana จะยืนระยะดูดเงินสถาบันต่อไปได้แค่ไหน เพราะตอนนี้มันดูเป็นเหมือนทางเลือกที่นักลงทุนใหญ่เริ่มหันมามอง และถ้าการอัปเกรด Alpenglow ออกมาประสบความสำเร็จ เรื่องราวก็อาจน่าสนใจขึ้นอีกมาก

ที่มา: @lookonchain

เครดิตภาพจาก @bpaynews