bitkub-banner

สภาคองเกรสสอบ Polymarket-Kalshi ปมใช้ข้อมูลภายในเดิมพัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คณะกรรมการกำกับดูแลสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ นำโดย James Comer เปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 พ.ค. 2569 กรณีการใช้ข้อมูลวงในเดิมพันบนแพลตฟอร์ม Polymarket และ Kalshi
  • Comer ส่งจดหมายถึง CEO ทั้งสองแพลตฟอร์ม ขอเอกสารและข้อมูลภายในวันที่ 5 มิ.ย. เพื่อประเมินมาตรการตรวจสอบผู้ใช้งานและป้องกันการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผย
  • การสอบสวนนี้อาจนำไปสู่กฎหมายห้ามสมาชิกรัฐสภาและเจ้าหน้าที่รัฐบาลเดิมพันบนตลาดพยากรณ์ และส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์มที่เชื่อมกับโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การสอบสวนของรัฐสภาสหรัฐฯ ต่อแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์อย่าง Polymarket ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้บล็อกเชน Polygon สร้างแรงกดดันด้านกฎระเบียบต่อระบบนิเวศคริปโตที่เกี่ยวข้อง แม้จะไม่กระทบราคาเหรียญโดยตรงในทันที แต่บรรยากาศการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้นมักส่งสัญญาณเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก Watcher.Guru คณะกรรมการกำกับดูแลและการปฏิรูปรัฐบาลสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ นำโดยประธานคณะกรรมการ James Comer (พรรครีพับลิกัน รัฐเคนตักกี) ได้เปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการกรณีการใช้ข้อมูลวงในเดิมพันบนแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์ Polymarket และ Kalshi Comer ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการถึง Shayne Coplan ซีอีโอของ Polymarket และ Tarek Mansour ซีอีโอของ Kalshi โดยกำหนดให้ส่งเอกสารและข้อมูลภายในวันที่ 5 มิ.ย. เพื่อประเมินว่าแต่ละแพลตฟอร์มมีมาตรการตรวจสอบตัวตนผู้ใช้งาน บังคับใช้ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ และตรวจจับกิจกรรมการซื้อขายที่น่าสงสัยเพียงพอหรือไม่ Comer ระบุว่าคณะกรรมการกำลัง “ตรวจสอบความเพียงพอของมาตรการป้องกันของบริษัทเพื่อป้องกันไม่ให้เข้าถึงเว็บไซต์นอกประเทศเพื่อหลบเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่บังคับใช้กับแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์”

เหตุการณ์ที่จุดชนวนการสอบสวน

การสอบสวนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกรณีที่สร้างความกังวลหลายเรื่องต่อกัน ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน 2569 สิบเอกกองทัพบกสหรัฐฯ Gannon Ken Van Dyke ถูกฟ้องในศาลรัฐบาลกลาง ในข้อหาใช้ข้อมูลลับเกี่ยวกับปฏิบัติการ Absolute Resolve ซึ่งนำไปสู่การจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา Nicolás Maduro เพื่อเดิมพันบน Polymarket จนทำกำไรได้กว่า 409,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ การสืบสวนของหนังสือพิมพ์ New York Times ยังพบผู้ใช้ Polymarket กว่า 80 รายที่วางเดิมพันในช่วงเวลาน่าสงสัย รวมถึงการเดิมพันที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ซึ่งยังไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ขณะที่ Kalshi เองก็ระงับสิทธิ์และปรับโทษผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาคองเกรส 3 ราย ที่เดิมพันบนผลการแข่งขันของตนเองก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน

ที่น่าสังเกตคือ ณ ปัจจุบัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเจ้าหน้าที่ประจำสภายังคงสามารถเดิมพันบนแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์ได้อยู่ ซึ่งต่างจากวุฒิสมาชิกที่ถูกห้าม และจรรยาบรรณของสภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่บังคับให้รายงานกำไรจากการเดิมพันเหล่านี้ในแบบแสดงรายการทรัพย์สิน

ผลกระทบต่อแพลตฟอร์มบล็อกเชนและคริปโต

การสอบสวนครั้งนี้มีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมคริปโตในวงกว้าง เนื่องจาก Polymarket ดำเนินการบนบล็อกเชน Polygon ทำให้กฎระเบียบที่จะออกมาอาจครอบคลุมแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์แบบกระจายศูนย์ด้วย เป้าหมายสูงสุดของการสอบสวนคือการรวบรวมหลักฐานเพื่อสนับสนุนร่างกฎหมายที่จะห้ามสมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่รัฐบาล และพนักงานภาครัฐจากการเดิมพันบนตลาดพยากรณ์ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 คนได้เสนอร่าง PREDICT Act เพื่อห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงใช้ข้อมูลวงในเดิมพัน และในเดือนมกราคม 2569 ส.ส. Ritchie Torres ได้เสนอร่างกฎหมาย Public Integrity in Financial Prediction Markets Act of 2026 ซึ่งมี ส.ส. ร่วมสนับสนุนถึง 30 คน ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายหลายชั้นนี้บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านกฎระเบียบต่อแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์กำลังสะสมตัวอย่างรวดเร็ว

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Polymarket บุกเอเชีย ตั้งเป้าลุยตลาดญี่ปุ่น พร้อมแต่งตั้งตัวแทนภูมิภาค และ Polymarket ถูกแฮกบน Polygon สูญเงินกว่า $520,000 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มนี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบ นอกจากนี้ สภาคองเกรสเจอเดดไลน์บีบ เร่งผ่านร่างกฎหมายคริปโต CLARITY Act ยังชี้ให้เห็นว่ารัฐสภาสหรัฐฯ กำลังเร่งออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลในหลายด้านพร้อมกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการสอบสวนครั้งนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของ Polymarket หรือ Kalshi เท่านั้น แต่มันเป็นสัญญาณว่ารัฐสภาสหรัฐฯ กำลังมองแพลตฟอร์มที่ใช้บล็อกเชนเป็นพื้นฐานในลักษณะเดียวกับตลาดการเงินทั่วไป ประเด็นที่ต้องจับตาคือร่างกฎหมายที่จะออกมาจะมีขอบเขตแค่ไหน ถ้าครอบคลุมถึงแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์หรือแพลตฟอร์มที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐฯ ด้วย ผลกระทบต่อระบบนิเวศ DeFi อาจกว้างกว่าที่หลายคนคิด สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือความเร็วของกระบวนการ ดูเหมือนรัฐสภาจะรีบมากกว่าปกติ ซึ่งอาจหมายความว่ากฎที่ออกมาอาจเขียนด้วยความรีบเร่งและไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบทางเทคนิคอย่างรอบคอบ

ที่มา: @WatcherGuru

เครดิตภาพจาก @pattisme_